นายเชิดชัย พรหมแก้ว รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นำคณะสื่อมวลชน และคณะผู้แทนองค์กรภาคเอกชนต่างๆ เดินทางไปเยี่ยมชมศักยภาพของสหกรณ์ที่ได้รับคัดเลือกร่วมกิจกรรมไมซ์เพื่อชุมชน ปี 2 ในพื้นที่จังหวัดระยอง

นายเชิดชัย พรหมแก้ว รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วย นายภานุวัฒน์ ณ นครพนม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการสหกรณ์ และ นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมงาน Familiarization Trip ไมซ์เพื่อชุมชน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ กับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) จัดขึ้น โดยนำคณะสื่อมวลชน และคณะผู้แทนองค์กรภาคเอกชนต่างๆ เดินทางไปเยี่ยมชมศักยภาพของสหกรณ์ที่ได้รับคัดเลือกร่วมกิจกรรมไมซ์เพื่อชุมชน ปี 2 ในพื้นที่จังหวัดระยอง


โดยในช่วงเช้าเดินทางไปยัง สหกรณ์นิคมวังไทร จำกัด ซึ่งเป็นสหกรณ์ที่มีความโดดเด่นทางด้านนวัตกรรมการเกษตรของทุเรียน อาทิ การทำ QR Code เพื่อให้ข้อมูลทุเรียน ซึ่งสหกรณ์จะเน้นให้สมาชิกคัดทุเรียนคุณภาพเพื่อขายตลาดในประเทศมากขึ้น คณะผู้เยี่ยมชมจะได้ชิมผลไม้สด ทุเรียนสดจากต้น และทดลองปอกทุเรียนด้วยตนเอง นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมการดูแลสวนทุเรียนของกลุ่มสมาชิกสหกรณ์ และร่วมประมูลทุเรียนส่งออกพิเศษล็อตสุดท้าย


จากนั้น คณะฯ ได้เดินทางไปยัง สหกรณ์นิคมชุมแสงจันทร์ จำกัด ชมอ่างเก็บน้ำประแสร์ พร้อมรับฟังการนำเสนอภาพรวมกิจการของสหกรณ์ ชมพื้นที่อาคาร ห้องประชุมสำหรับรองรับการจัดประชุมสัมมนา และร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อป เมล่อนช็อต ซึ่งทำจากเมล่อนที่ปลูกในพื้นที่ที่มีความหวานเป็นพิเศษกว่าที่อื่น นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้เลือกซื้อผลิตผลและของฝากจากสมาชิกสหกรณ์และชุมชนใกล้เคียงจากชาวบ้านชาวสวนมาขายด้วยตนเอง เช่น ข้าวอินทรีย์ เมล่อน ที่มีความหวาน 14 บริกซ์ ผักสดและผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สับปะรด ชาดาวเรือง หญ้าหวาน หน่อไม้ ปลาทับทิม และผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้มาร่วมงานเป็นอย่างมาก นับว่าเป็นการสร้างรายได้โดยตรงให้กับชุมชนและกระตุ้นให้เกิดการกระจายตัวทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

บทความก่อนหน้านี้เลขาฯ กฟก. แจงบทบาทผู้แทนเกษตรกร ดีเดย์ 16 มิ.ย. เลือกตั้ง
บทความถัดไปกรมส่งเสริมการเกษตร ประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ ปีที่ 4 เน้นตลาดนำการผลิต สร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเกษตรกรมากขึ้น