แพะลพบุรีบูม ร้อยละ 70 ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ว่าลพบุรีติดใจ จัดงานแพะเมืองละโว้ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 24-25 มีนาคม 2560

จังหวัดลพบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่ทำเกษตรกรรม ซึ่งในรอบหลายปีที่ผ่านมาเกษตรกรต้องประสบปัญหาภาวะแล้ง ดำเนินกิจกรรมการปลูกพืชได้น้อยลง หรือเกษตรกรบางรายสามารถปลูกพืชได้แต่ก็ประสบปัญหาภาวะขาดทุน จึงมีความสนใจที่อยากจะมาทำอาชีพด้านปศุสัตว์ ซึ่งการเลี้ยงปศุสัตว์ใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกพืช จึงได้มีการส่งเสริมให้เลี้ยงแพะภายในจังหวัดลพบุรีมากขึ้น เพราะแพะเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก มี 4 กระเพาะ กินหญ้าและวัชพืชต่างๆ

ในด้านของการให้ผลผลิต แพะเป็นสัตว์ที่ให้ผลผลิตรวดเร็ว แพะเพศผู้ สามารถใช้เป็นพ่อพันธุ์คุมฝูงได้เมื่ออายุ 8 เดือนขึ้นไป ส่วนแพะเพศเมียสามารถใช้เป็นแม่พันธุ์ได้เมื่ออายุ 8-10 เดือน เมื่อผสมพันธุ์แล้วจะใช้เวลาตั้งท้องนาน 5 เดือน ซึ่งส่วนใหญ่ให้ลูกครั้งละ 2 ตัว ต่อแม่แพะ 1 ตัว มีค่าเฉลี่ยการให้ลูกปีละ ประมาณ 3 ตัว

ในด้านของการตลาด ข้อมูลการผลิตแพะของประเทศไทย มีจำนวนแพะทั้งประเทศเมื่อปี 2558 จำนวน 539,583 ตัว เกษตรกร 43,118 ครัวเรือน ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วในพื้นที่ภาคใต้มีแพะจำนวนกว่า 271,730 ตัว คิดเป็นร้อยละ 50.36 สำหรับจังหวัดลพบุรี เมื่อดูจากข้อมูลสถิติการเลี้ยงแพะ มีจำนวน 20,862 ตัว เกษตรกรจำนวน 401 ราย มีจำนวนแพะมากที่สุดในพื้นที่ปศุสัตว์เขต 1 ตลาดแพะของจังหวัดลพบุรี ส่วนใหญ่ประมาณ ร้อยละ 70 ส่งไปจำหน่ายในตลาดของประเทศเพื่อนบ้าน (ลาว เวียดนาม) ที่เหลืออีกร้อยละ 30 จำหน่ายในตลาดกรุงเทพมหานคร และภาคใต้ ซึ่งในส่วนของปริมาณที่สามารถผลิตและจำหน่ายได้ ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด

คุณภานุ แย้มศรี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และ คุณนวลจันทร์ แย้มศรี ท่านภริยา นายกเหล่ากาชาด จังหวัดลพบุรี

คุณภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ให้ข้อมูลว่า จากการประเมินผลของการจัดกิจกรรม “งานแพะเมืองละโว้ ครั้งที่ 1” ที่ผ่านมานั้น ผู้ที่ได้มาร่วมงานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นกิจกรรมที่ดี และอยากให้มีการจัดงานต่อไปเรื่อยๆ เพราะจากผลของการจัดงานที่ผ่านมา ทำให้ผู้ที่สนใจที่อยากจะซื้อแพะได้รู้จักกับเกษตรกรภายในจังหวัดลพบุรีมากขึ้น จึงทำให้เวลานี้เกษตรกรภายในจังหวัดลพบุรีผลิตลูกแพะเพื่อจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้น ทางจังหวัดลพบุรีเหมือนมีแรงกระตุ้นที่จะต้องดำเนินการจัดงานครั้งที่ 2 ขึ้น เพื่อตอบโจทย์ในเรื่องนี้

“ในการจัดงานครั้งที่ 2 ครั้งนี้ จะเน้นวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ ประการแรก เราต้องการที่จะตอกย้ำให้บุคคลภายนอกคือตลาดที่รับซื้อ ได้มีความรู้ความเข้าใจว่าจังหวัดลพบุรีมีการเลี้ยงแพะเนื้อ ซึ่งมีจำนวนถึง 20,000 กว่าตัวภายในจังหวัด ประการที่สอง คือ เรื่องของการทำความเข้าใจหรือการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรภายในจังหวัดเอง เพื่อให้หันมาเลี้ยงแพะเพื่อเป็นอาชีพเสริม และเมื่อลองเลี้ยงแล้วประสบผลสำเร็จดีก็สามารถทำเป็นอาชีพหลักได้ และประการที่สาม คือ การสร้างความรับรู้ในเรื่องของแพะนม ซึ่งในปัจจุบันนี้แพะนมถือว่าเป็นที่ยอมรับว่าให้นมที่มีคุณภาพสูง มีหลักโภชนาการที่เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้นมโค พร้อมทั้งยังมีการประชาสัมพันธ์ในเรื่องการบริโภคเนื้อแพะอีกด้วย เพราะสามารถนำไปทำอาหารได้หลายอย่าง สามประการที่กล่าวมาจึงเป็นส่วนสำคัญที่เราได้จัดงานครั้งนี้ขึ้นมา” คุณภานุ กล่าว

พื้นที่ภายในโรงเรือน

รูปแบบการจัดงานในปีนี้จะยังคงเป็นแนวทางเหมือนปีที่ผ่านมา แต่จะมีการเริ่มรายละเอียดบางอย่างขึ้น เช่น การประกวดแพะ ที่มีประโยชน์กับเกษตรกรผู้ที่สนใจได้เห็นแพะที่มีสายพันธุ์ดี ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ต่อไปได้ โดยการประกวดถือว่าเป็นการยกระดับให้เกษตรกรผู้เลี้ยงได้ทำตามมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ พร้อมทั้งได้รับความรู้เกี่ยวกับนิทรรศการการให้ความรู้ที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการสร้างฟาร์มปลอดภัยเพื่อให้เป็นฟาร์มที่ปลอดโรคต่างๆ

ทั้งนี้ คุณภานุ ให้ข้อมูลอีกว่า แพะภายในจังหวัดลพบุรียังต้องพึ่งพาตลาดต่างประเทศเป็นหลัก เพราะจะเห็นได้จากผู้ที่เข้ามาซื้อจากเกษตรกรก็จะนำไปส่งจำหน่ายต่อยังต่างประเทศ ดังนั้น ทางกรมปศุสัตว์ต้องมีการควบคุมเรื่องการเคลื่อนย้ายสัตว์ พร้อมทั้งมีการกักโรคเพื่อไม่ให้แพร่ระบาดของโรคที่ติดต่อร้ายแรง ซึ่งในปีนี้ทางจังหวัดลพบุรีจึงได้ตั้งงบประมาณขึ้นมาเพื่อให้มีคอกกักโรค โดยให้เกษตรกรที่ขุนแพะจนสามารถจำหน่ายได้ ส่งเข้ามาในพื้นที่กักโรค เพื่อทำการตรวจว่ามีความปลอดภัยจะทำให้แพะสามารถส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้น

“เราจะเพิ่มกลุ่มผู้เลี้ยงแพะให้มีจำนวนที่มากขึ้น พร้อมทั้งสร้างสถานที่กักโรค เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงได้มีความสะดวกในการจำหน่าย ก็จะทำให้เกษตรกรของเรามีความแข็งแกร่ง เมื่อเลี้ยงแล้วสามารถจำหน่ายได้ สิ่งนี้ก็จะเป็นเหมือนแรงจูงใจให้เกษตรกรเห็นความสำคัญว่า การเลี้ยงแพะทางราชการไม่ได้ส่งเสริมเรื่องการเลี้ยงอย่างเดียว แต่ยังสร้างโครงสร้างที่จำเป็น เพื่อรองรับให้มีการส่งออกยังตลาดต่างประเทศได้อีกด้วย” คุณภานุ กล่าว

นายสัตวแพทย์จรูญ ชูเกียรติวัฒนา ปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี

นายสัตวแพทย์จรูญ ชูเกียรติวัฒนา ปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี ให้ข้อมูลว่า แพะถือว่าเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย โตไว และที่สำคัญทนโรคได้ดี เมื่อเลี้ยงไปแล้วสามารถให้ผลผลิตที่เร็ว พร้อมทั้งตลาดมีความต้องการ จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ จึงถือว่าการเลี้ยงแพะเป็นอาชีพทางเลือกที่อาจจะเลี้ยงเสริมหลังจากทำเกษตรด้านอื่น

“จังหวัดลพบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ดอน จะมีพืชไร่ปลายนาที่ใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นกระถินที่หาได้ง่ายๆ ในพื้นที่ก็สามารถนำมาเป็นอาหารของแพะได้ ซึ่งจำนวนแพะที่เลี้ยงทั้งหมดภายในจังหวัดลพบุรี มีจำนวนกว่า 20,000 กว่าตัว จากที่ได้สำรวจจากชาวบ้านที่เลี้ยงก็ยอมรับว่า เลี้ยงได้ประสบผลสำเร็จดี มีคนจากหลายพื้นที่มาติดต่อขอซื้อจึงทำให้แพะที่นี่ผลิตเพื่อจำหน่ายไม่พอ ดังนั้น สำหรับผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงก็สามารถมาขอคำปรึกษาได้ โดยสำนักงานปศุสัตว์ทั้ง 11 อำเภอของจังหวัดลพบุรี เราพร้อมที่จะให้คำปรึกษากับเกษตรกรที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตรวจโรค หรือวิธีการเลี้ยงต่างๆ เราก็พร้อมบริการพี่น้องประชาชนผู้สนใจอยากเลี้ยงแพะเป็นอาชีพต่อไป” นายสัตวแพทย์จรูญ กล่าว

คุณนันทินี จริยะพงศ์ อยู่บ้านเลขที่ 273 หมู่ที่ 2 ตำบลพัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะอยู่ภายในจังหวัดลพบุรี โดยเธอให้ข้อมูลว่า เลือกที่จะเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริมหลังจากว่างจากงานประจำ เพราะมองว่าแพะเป็นสัตว์ที่น่ารัก การเลี้ยงไม่ต้องใช้พื้นที่มาก สามารถเลี้ยงให้อยู่ภายในคอกที่จัดสรรไว้ให้แบบไม่ต้องใช้พื้นที่มาก

คุณนันทินี จริยะพงศ์

“เหตุที่เลือกเลี้ยงแพะเพราะเราชอบ บวกกับมองดูพื้นที่ในย่านนี้ก็ค่อนข้างที่จะมีวัตถุดิบอาหารสัตว์ค่อนข้างมาก คือ กระถิน โดยที่เราไม่ต้องไปซื้อหา เราก็สามารถหามาให้แพะกินได้ทุกวัน จึงมองว่าแพะก็เป็นสัตว์ที่เหมาะสมกับเรา อีกอย่างเราก็ชอบด้วย” คุณนันทินี เล่าถึงที่มา

ในเรื่องของการเลือกสายพันธุ์แพะที่ใช้เลี้ยงนั้น คุณนันทินี บอกว่า จะเลือกเป็นสายพันธุ์ที่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย จะเลี้ยงเป็นแพะเนื้อก็ได้ ผลิตเป็นแพะนมก็ดี โดยแพะทุกตัวจะเป็นพันธุ์ลูกผสมที่มีสายเลือดของซาแนน ชาร์มมี่ แองโกลนูเบียน และลาแมนซา ซึ่งการที่ทำลูกผสมในลักษณะนี้จะทำให้ลูกแพะที่ออกมามีลักษณะตัวที่ใหญ่ น้ำหนักหลังหย่านมจะดี เมื่อนำมาทำเป็นแพะขุนจะใช้เวลาไม่นาน

 

แพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงไม่ยาก หากเข้าใจนิสัย

คุณนันทินี อธิบายถึงการเลี้ยงว่า แพะเมื่อเทียบกับสัตว์ชนิดอื่นแล้วถือว่าเลี้ยงง่าย เพียงแค่เข้าใจนิสัยว่าแต่ละสายพันธุ์ต้องดูแลอย่างไร แล้วพิจารณาดูความเหมาะสมว่าเข้ากับคนเลี้ยงได้ไหม แล้วจึงค่อยเลือกแพะสายพันธุ์นั้นๆ มาเลี้ยง

หลักการสร้างโรงเรือนให้แพะอยู่อาศัย คุณนันทินี บอกว่า ต้องดูสภาพอากาศของแต่ละพื้นที่ว่ามีสภาพอากาศอย่างไร เช่น ภาคอีสานมีปัญหาในเรื่องลมแรงก็ไม่ควรยกพื้นโรงเรือนให้สูง เพราะถ้าลมมาปะทะกับแพะมากเกินไปก็จะทำให้แพะป่วยได้ จึงทำให้การเจริญเติบโตไม่ดี เพราะฉะนั้น การเลือกพื้นที่เลี้ยงจึงสำคัญ

แพะภายในโรงเรือน

“ก่อนที่จะลงมือเลี้ยง หรือสร้างโรงเรือนก็ศึกษาก่อนเลยคือพื้นที่ ว่าที่เราจะเลี้ยงเป็นแบบไหน แบบนี้เหมาะสมไหม ลมแรงไหม น้ำท่วมตลอดหรือเปล่า ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมก็สามารถปลูกสร้างโรงเรือนแบบติดดินได้ ส่วนที่นอนก็ทำเป็นโต๊ะยกสูงจากพื้นขึ้นมาหน่อยไว้ให้แพะขึ้นนอน เท่านั้นแพะก็สามารถอยู่ได้ แต่พื้นที่เลี้ยงต้องหมั่นทำความสะอาด เพราะแพะเป็นสัตว์รักสะอาด” คุณนันทินี บอกถึงวิธีการสร้างโรงเรือน

กระถินนำมาสับให้แพะกิน

อาหารสำหรับให้แพะกินเพื่อการเจริญเติบโต คุณนันทินี บอกว่า ไม่ได้หาเพียงแต่กระถินให้กินเพียงอย่างเดียว แต่จะมีการผสมอาหารข้นเองด้วยเพื่อเป็นอาหารเสริมให้แพะกิน ซึ่งส่วนผสมก็จะมี ผิวถั่ว เนื้อถั่ว กากถั่วเหลือง และข้าวโพด ผสมให้เข้ากันโดยให้แพะกินวันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้าและเย็น ซึ่งต่อวันแพะจะกินอาหารข้นที่ผสมเองอยู่ที่วันละ 1 กิโลกรัม ต่อตัว ส่วนกระถินที่หามาได้จากพื้นที่ในย่านนี้ก็จะให้กินทุกวัน

การป้องกันดูแลรักษาโรคของแพะ คุณนันทินี เล่าว่า ที่ฟาร์มของเธอจะมีการตรวจโรคเป็นประจำทุกปี ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์ในพื้นที่จะเป็นผู้มาดำเนินการให้ โดยโรคที่ต้องระวังมากที่สุดสำหรับแพะคือ แท้งติดต่อ ต้องทำการตรวจให้ละเอียด เพราะถ้ามีโรคนี้กับแพะภายในฟาร์มจะทำให้เกิดความเสียหายได้

“วัคซีนทางปศุสัตว์เขาก็จะมาฉีดให้ปีละ 2 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นโรคปากเท้าเปื่อย แท้งติดต่อเราต้องค่อยเฝ้าระวัง และที่สำคัญก่อนที่จะซื้อแพะจากที่ไหนเข้ามาภายในฟาร์ม ต้องส่งตรวจโรคก่อน แพะที่เราเลี้ยงก็จะปลอดโรค การสูญเสียเราก็จะน้อย เพราะฉะนั้น เรื่องการจัดการต่างๆ อย่ามองว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ขอให้จัดการให้ดีเท่านั้นพอ ระบบการเลี้ยงเราก็จะไม่มีปัญหาอะไรที่น่าเป็นห่วง” คุณนันทินี เล่าถึงวิธีดูแลแพะ

 

แพะที่เลี้ยง สามารถทำการตลาดได้หลายแบบ

หลักการทำตลาดเพื่อให้ได้เงินจากการเลี้ยงแพะ คุณนันทินี บอกว่า ไม่มีอะไรยุ่งยากเพียงแต่อยู่ที่การเลือกสายพันธุ์ ซึ่งเธอบอกว่าโชคดีที่แพะที่เลือกมีหลายสายพันธุ์โดยไม่ได้เน้นเป็นเลือดร้อย จึงทำให้สามารถเลี้ยงแบบรีดนมก็ได้ หรือจะเลี้ยงแบบขุนเป็นแพะเนื้อก็ขายได้เช่นกัน

ซึ่งแพะที่รีดนมส่งจำหน่ายให้กับคนที่มารับซื้อ จะรีดได้อยู่ที่ 30-40 กิโลกรัม ต่อวัน ส่งจำหน่ายอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 40 บาท พร้อมทั้งมีการนำนมแพะที่รีดมาต้มจำหน่ายแปรรูปเองด้วย บรรจุขวดขนาด 150 ซีซี จำหน่ายอยู่ที่ขวดละ 20 บาท

การรีดนมแพะด้วยมือ

นอกจากจะรีดนมจำหน่ายแล้ว คุณนันทินี บอกว่า การเลี้ยงแพะยังไม่ได้จบลงเพียงแค่นี้ ยังสามารถจำหน่ายลูกพันธุ์ได้ โดยแพะสาวจำหน่ายอยู่ที่ตัวละ 5,000-8,000 บาทขึ้นไป ส่วนตัวผู้ที่หย่านมแล้วนำมาขุนจนมีอายุ 3 เดือน สามารถจำหน่ายได้ตัวละ 3,000 บาท

“ตอนนี้เราเองก็นำลูกแพะที่ยังไม่ได้หย่านม ไปเป็นลูกแพะให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยให้ซื้อนมป้อนลูกแพะอยู่ที่ขวดละ 20 บาท ซึ่งถือว่าธุรกิจด้านนี้ดีมาก การเลี้ยงแพะสามารถหาเงินได้หลายแบบมากๆ ไม่ว่าจะรีดนมขาย ขายลูกพันธุ์ หรือทำเป็นลูกแพะให้ป้อนนม เรียกง่ายๆ ว่า ถ้าเรามีการจัดการที่ดี การทำเกษตรแบบนี้คิดว่าเราอยู่ได้นะ เพียงเราต้องจัดการให้เป็น และต้องรู้ด้วยว่าเราจะต้องทำอะไรบ้าง เกษตรถ้าทำดีๆ รับรองอยู่ได้สบายแถมมีเงินเก็บ” คุณนันทินี กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงแพะเป็นอาชีพ แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง คุณนันทินี แนะนำว่า ต้องสำรวจตัวเองก่อนว่ามีความชอบที่จะเลี้ยงสัตว์หรือไม่ โดยอย่ามองว่าทำเพื่อธุรกิจเพียงอย่างเดียว หากคนที่เลี้ยงปล่อยปละละเลยมากเกินไปก็จะทำให้สัตว์ที่เลี้ยงตายได้ เพราะเวลาที่เจ็บป่วยสัตว์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นแพะหรือสัตว์อื่นๆ ก็จะต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งแพะถือว่าเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายเพียงขอให้มีการจัดการที่ดี และเข้าใจนิสัยให้ละเอียด แพะก็จะถือว่าเป็นสัตว์ที่ทำเงินให้คนเลี้ยงได้อย่างสบายๆ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเลี้ยงแพะได้ที่ คุณนันทินี จริยะพงศ์ ที่หมายเลขโทรศัพท์ (080) 558-4165

 

สนใจอาหารจากแพะ มีให้รับประทาน แวะได้ ที่ดีลัง

เนื้อแพะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เมื่อเทียบกับเนื้อของสัตว์เคี้ยวเอื้องทั่วไป (เนื้อโค เนื้อแกะ)

เนื้อแพะมีโปรตีนย่อยได้สูงกว่า ในขณะที่มีไขมันต่ำกว่า ส่วนน้ำนมแพะมีคุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกับน้ำนมโค แต่มีคุณสมบัติที่เด่นกว่าคือ นมแพะสามารถย่อยได้ง่าย มีเม็ดไขมันขนาดเล็ก ซึ่งมีการนำมาใช้ในการรักษาโรคทางการแพทย์ เช่น โรคภาวะดูดซึมสารอาหารบกพร่อง และนอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่สำคัญหลายชนิด ซึ่งมีประโยชน์แก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และเด็กที่แพ้นมโค

จังหวัดลพบุรี จึงได้ดำเนินการและกระตุ้นให้มีการบริโภคเนื้อแพะให้เพิ่มมากขึ้น โดยการจัดงานครั้งที่ 2 ได้มีการจัดกิจกรรมการแข่งขันและการสาธิตการปรุงอาหารเมนูแพะภายในงานด้วย

เบอร์เกอร์แพะ

จึงได้มีการส่งเสริมให้มีร้านอาหารเมนูแพะในพื้นที่ของจังหวัดลพบุรี ซึ่งหากท่านใดต้องการชิมอาหารเมนูแพะ สามารถมาลองชิมได้ที่ ร้านอาหารในบริเวณ ซอย 12 ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี

ร้านอาหารของเชฟอั๋น ได้มีเมนูอาหารที่ทำจากเนื้อแพะไว้ให้ได้ลองชิมกัน ดังนี้คือ แกงกะหรี่ซี่โครงแพะ สเต๊กแพะอบซอสเห็ด ซุปใสซี่โครงแพะ เบอร์เกอร์แพะ แซนด์วิชแพะ และสตูแพะ

แพะอบ
ตับแพะนะมาทำแซนด์วิช

เชฟอั๋น บอกว่า เนื้อแพะมีคุณประโยชน์ในเรื่องของการบำรุงร่างกาย ซึ่งกล้ามเนื้อแทบจะไม่มีไขมัน เวลาที่นำมาประกอบอาหารจะมีรสชาติที่อร่อย ซึ่งที่ร้านเองก็เริ่มมีเมนูให้กับผู้ที่สนใจจะลองชิมได้มาลองชิมกันอย่างจุใจ

นมแพะที่คุณนันทินีแปรรูปเอง
เชฟอั๋น

“เนื้อแพะจากที่ผมได้ลองนำมาทำอาหาร จะไม่ค่อยเห็นมีมันในเนื้อเท่าไร แต่จะมีเอ็นเสียมากกว่า เมื่อทานแล้วเราก็จะได้แต่คุณค่าทางอาหารที่ดี ซึ่งการทำเมนูเนื้อแพะให้อร่อย เครื่องเทศเป็นส่วนที่สำคัญ เมื่อมาทานที่ร้านเราแล้วไม่ต้องกลัวเรื่องเหม็นสาบ เราทำอย่างดี ถึงเครื่องเทศแน่นอน และผมคาดหวังว่าอาหารที่ปรุงจากเนื้อแพะจะเป็นเมนูทางเลือกเพื่อสุขภาพ ที่ให้ผู้ที่สนใจอยากชิมได้มาชิมกัน ผมรับรองว่าจะติดใจในเมนูที่ทำจากเนื้อแพะ และที่สำคัญราคาก็สามารถจับต้องได้แน่นอน” เชฟอั๋น กล่าว

ผู้สนใจแวะร้านเชฟอั๋น ไปตามถนนสายสระบุรี-หล่มสัก ถึงสี่แยกพัฒนานิคม (ซอย 12) เลี้ยวขวาไปทางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ราว 100 เมตร ขวามือเป็นที่ตั้งของธนาคารกรุงเทพ ร้านเชฟอั๋นตั้งอยู่ซอยนี้ ชื่อร้าน “เชฟอั๋น” หรือสอบถามทางก็ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ (081) 404-3638

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติ่มเกี่ยวกับงานได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี หมายเลขโทรศัพท์ (036) 626-089 หรือที่ คุณรักษิณา สัตย์ชาพงษ์ (คุณก้อย) โทร. (089) 859-3292

 

กำหนดการจัดกิจกรรม

“งานแพะเมืองละโว้ ครั้งที่ 2”

ระหว่าง วันที่ 24-25 มีนาคม 2560

ณ สวนสัตว์ลพบุรี ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

 

วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม 2560

08.00-09.15 น.            – ลงทะเบียนแขกผู้มีเกียรติและผู้ร่วมเสวนา

09.30 น.                     – แขกผู้มีเกียรติและผู้ร่วมเสวนาพร้อมกันบริเวณพิธีเปิด

10.00 น.                     – คุณภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประธานในพิธีเดินทางมาถึงบริเวณจัดงาน

– ประธาน ขึ้นบนเวที

– ปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี กล่าวรายงานการดำเนินการจัดงาน

– ประธาน กล่าวเปิดงาน

– ประธาน แขกผู้มีเกียรติ ผู้เข้าร่วมเสวนาเยี่ยมชมนิทรรศการ กิจกรรมสาธิตการปรุงอาหารจากเนื้อแพะ ฯลฯ

12.00-13.00 น.            – รับประทานอาหารกลางวัน

13.00-15.00 น.            – กิจกรรมการเสวนาชาวแพะ ในหัวข้อ “เพิ่มศักยภาพการเลี้ยงแพะเนื้อและแพะนม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน”

ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย

  1. คุณภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี

นโยบายการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพการเลี้ยงแพะเนื้อ และแพะนม ของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 2

  1. ดร.แสนศักดิ์ นาคะวิสุทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและพัฒนาสัตว์เล็ก กรมปศุสัตว์

กรอบแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงแพะเนื้อ และแพะนม ของกรมปศุสัตว์

  1. คุณวีระศักดิ์ เนตรเกื้อกูล ประธานเครือข่ายผู้เลี้ยงแพะแห่งประเทศไทย

สร้างเครือข่ายการผลิตและการตลาดแพะ

  1. นายสัตวแพทย์ศิษฏ์ เปรมัษเฐียร นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สำนักควบคุมป้องกักและบำบัดโรคสัตว์

แนวทางการส่งเสริมการทำฟาร์มปลอดโรคแพะ

  1. คุณดำรงค์ สังวงษ์ ประธานชมรมแพะ แกะ ลพบุรี

ความต้องการการส่งเสริมเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ

14.30-16.00 น.            – กิจกรรมแข่งขันปรุงอาหารจากเนื้อแพะ

เมนู “แกงเขียวหวานแพะ”

 

วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม 2560

07.00-09.00 น.            – ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมประกวดแพะ จำนวน 18 รุ่น ประกอบด้วย

  1. แพะเนื้อสายพันธุ์แท้ (บอร์, หรือคาลาฮารีเรด) เพศผู้ ไม่ผลัดฟัน
  2. แพะเนื้อสายพันธุ์แท้ (บอร์, หรือคาลาฮารีเรด) เพศผู้ ผลัดฟัน 1-3 คู่
  3. แพะเนื้อสายพันธุ์แท้ (บอร์, หรือคาลาฮารีเรด) เพศเมีย ไม่ผลัดฟัน
  4. แพะเนื้อสายพันธุ์แท้ (บอร์, หรือคาลาฮารีเรด) เพศเมีย ผลัดฟัน 1-3 คู่
  5. แพะเนื้อสายพันธุ์ลูกผสมบอร์, หรือลูกผสมคาลาฮารีเรด เพศผู้ ไม่ผลัดฟัน
  6. แพะเนื้อสายพันธุ์ลูกผสมบอร์, หรือลูกผสมคาลาฮารีเรด เพศผู้ ผลัดฟัน 1-3 คู่
  7. แพะเนื้อสายพันธุ์ลูกผสมบอร์, หรือลูกผสมคาลาฮารีเรด เพศเมีย ไม่ผลัดฟัน
  8. แพะเนื้อสายพันธุ์ลูกผสมบอร์, หรือลูกผสมคาลาฮารีเรด เพศเมีย ผลัดฟัน 1-3 คู่
  9. แพะเนื้อ (แองโกลนูเบียน, ลูกผสมแองโกลนูเบียน) เพศผู้ ไม่ผลัดฟัน
  10. แพะเนื้อ (แองโกลนูเบียน, ลูกผสมแองโกลนูเบียน) เพศผู้ ผลัดฟัน 1-3 คู่
  11. แพะเนื้อ (แองโกลนูเบียน, ลูกผสมแองโกลนูเบียน) เพศเมีย ไม่ผลัดฟัน
  12. แพะเนื้อ (แองโกลนูเบียน, ลูกผสมแองโกลนูเบียน) เพศเมีย ผลัดฟัน 1-3 คู่
  13. แพะนม (ซาแนน, อัลไพน์, ท็อกเกนเบิร์ก) เพศผู้ ไม่ผลัดฟัน
  14. แพะนม (ซาแนน, อัลไพน์, ท็อกเกนเบิร์ก) เพศผู้ ผลัดฟัน 1-3 คู่
  15. แพะนม (ซาแนน, อัลไพน์, ท็อกเกนเบิร์ก) เพศเมีย ไม่ผลัดฟัน
  16. แพะนม (ซาแนน, อัลไพน์, ท็อกเกนเบิร์ก) เพศเมีย ผลัดฟัน 1-3 คู่
  17. แพะแฟนซี ไม่จำกัดพันธุ์ ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดอายุ
  18. แพะยักษ์ ไม่จำกัดพันธุ์ ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดอายุ

09.00-15.00 น.            – ดำเนินกิจกรรมการประกวดแพะ พร้อมทั้งให้ความรู้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม

ตามกฎ กติกาที่คณะกรรมการตัดสินกำหนด

กรรมการตัดสินประกอบด้วย

  1. คุณแสนศักดิ์ นาคะวิสุทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและพัฒนาสัตว์เล็ก กรมปศุสัตว์
  2. คุณสุวิทย์ อโนทัยสินทวี หัวหน้ากลุ่มวิจัยและพัฒนาแพะ แกะ สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์
  3. คุณนที เจนประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์หนองกวาง
  4. คุณบุญศักดิ์ เกลียวกมลทัต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์นครสวรรค์
  5. คุณสรรทยา อินทจินดา นักวิชาการสัตวบาลชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์หนองกวาง
  6. คุณจักริน ขำละมัย เจ้าพนักงานสัตวบาลปฏิบัติงาน ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์หนองกวาง

15.00 น.                     – การมอบถ้วยรางวัลการประกวดแพะ

โดย คุณภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี

หมายเหตุ : การแต่งกายชุดคาวบอยไว้ทุกข์

: กำหนดการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

บทความก่อนหน้านี้ปลูกผักสวนครัวรอบบ้านได้ แม้มีพื้นที่จำกัด
บทความถัดไปชาวนา อ.ตรอน หนีแล้ง-ปั้นปูนลายไม้ ใช้สื่อโซเชี่ยล-สร้างรายได้