ขนมที่มีส่วนผสมของ ‘จิ้งหรีด’ โดนใจผู้บริโภคญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นกับการบริโภคแมลงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด แม้จะไม่พบเห็นทั่วไปนัก แต่หากมีสักร้านนี่ คนญี่ปุ่นแห่ไปลิ้มลอง อาจด้วยนิสัยรักความแปลกใหม่ และใส่ใจเรื่องราวของอาหาร ตลาดแมลงในญี่ปุ่นจึงน่าสนใจทีเดียว

แม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเล แต่ขณะเดียวกันคนญี่ปุ่นก็มีวัฒนธรรมการนำแมลงมาปรุงเป็นอาหารเช่นกัน อาทิ การรับประทานตั๊กแตนในนาข้าว แม้ปัจจุบันจะไม่ใช่เมนูอาหารปกตินัก แต่ก็ถือว่าเป็นเมนูเปิบพิสดารที่คนญี่ปุ่นยอมต่อคิวรอนานๆ เพื่อให้ได้ลิ้มลองหรือผลิตขึ้นมาแล้วขายหมดในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ตัวอย่างเช่น บะหมี่ราเม็ง “สึเกะเม็งหน้าแมลง” ของร้านอาหารราเม็งนางิ ในกรุงโตเกียว บะหมี่ดังกล่าวโรยหน้าด้วยจิ้งหรีดและหนอนนกทอดกรอบสิบกว่าตัว เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปที่ปรุงรสด้วยจิ้งหรีด ตั๊กแตน และตัวไหม ทอดบดเป็นผง ที่ทำขึ้นเพียงวันละ 100 ชามเท่านั้น ราคาของราเม็งเต็มชุดอยู่ที่ 3,000 เยน (ประมาณ 900 บาท) ประกอบด้วย ราเม็งแมลง ข้าวเปล่า 1 ถ้วย โรยหน้าด้วยจิ้งหรีด หนอน เปาะเปี๊ยะทอด และไอศกรีมราดด้วยผงแมลงทอดบด

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme

ภาพจาก https://www.muji.com/jp/ja/store/cmdty/detail/4550344162897

ล่าสุดช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัท Ryohin Keikaku เจ้าของร้านขายปลีกสินค้าญี่ปุ่นชื่อดัง “Muji” เริ่มจำหน่ายขนมเซมเบ้ (ขนมข้าวอบกรอบญี่ปุ่น) ที่ใช้ผงจิ้งหรีดมาเป็นส่วนผสม ซึ่งแปรรูปจากจิ้งหรีดเลี้ยงในฟาร์มใน จ.โอกินาว่า ซึ่งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น สินค้าบรรจุใส่ซอง ขนาด 55 กรัม จำหน่ายในราคา 190 เยน (ราว 60 บาท) โดยจำหน่ายบนร้านออนไลน์ของ Muji ในจำนวนจำกัด ผลปรากฏว่าสินค้าได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคและขายหมดในวันเดียว ผู้ที่ได้ชิมส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า “เซมเบ้จิ้งหรีด” มีกลิ่นและรสชาติอร่อยคล้ายกับเซมเบ้กุ้ง

ปัจจุบัน บริษัทกำลังเร่งเพิ่มวัตถุดิบให้เพียงพอ โดยสามารถเริ่มกลับมาจำหน่ายได้อีกครั้งในช่วงกลางเดือนมิถุนายน และเตรียมวางจำหน่ายตามร้าน Muji เพิ่มเติมในบางสาขาทั่วประเทศ นอกเหนือจากช่องทางออนไลน์

เรื่องนี้ทำให้มองไปในช่วงที่ผ่านมา เริ่มเห็นกระแสการใช้แมลงเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือก เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาภาวะขาดแคลนอาหารทั่วโลกในอนาคต โดยจิ้งหรีดได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โปรตีนในจิ้งหรีดมีมากกว่าเนื้อวัว เนื้อหมู หรือเนื้อไก่ถึง 3 เท่า โดยข้อดีของการเลี้ยงแมลงบริโภค ซึ่งประหยัดทรัพยากรในการเลี้ยงมากกว่าปศุสัตว์อื่น เนื่องจาก
1. จิ้งหรีดต้องการอาหารและน้ำน้อยกว่าสัตว์ใหญ่ และต้องการพื้นที่เลี้ยงน้อยกว่าวัว หมู และไก่อีกด้วย
2. จิ้งหรีดสามารถโตเต็มวัย ภายใน 35 วัน อีกทั้งใช้เวลาในการสืบพันธุ์สั้นมาก
3. จิ้งหรีดสามารถกินอาหารได้เกือบทุกอย่าง ตั้งแต่พืชผัก ผลไม้ ไปจนถึงเศษอาหาร จึงเลี้ยงง่ายและช่วยแก้ปัญหาขยะอาหาร หรือ “food loss” ได้

ภาพจาก https://www.muji.com/jp/ja/store/cmdty/detail/4550344162897

ปัจจุบัน การบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ใช้แมลงเป็นส่วนผสมยังไม่เป็นที่แพร่หลายในญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะพิจารณาเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ประกอบในการเลือกซื้อสินค้า ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้ขนมเซมเบ้จิ้งหรีดสามารถจําหน่ายหมดภายในวันเดียว

นอกจากนี้ ผงโปรตีนจากจิ้งหรีด สามารถนําไปใช้ในการผสมลงในอาหารประเภทต่างๆ ได้ หลายชนิด อาทิ พาสต้า คุกกี้ เค้ก พิซซ่า ฯลฯ ซึ่งเป็นเมนูอาหารที่ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานอยู่แล้ว ปัจจัยสนับสนุนเหล่านี้อาจเป็นจุดเริ่มที่ทําให้ตลาดญี่ปุ่นหันมาให้ความสําคัญกับการใช้แมลงเป็นอาหารทางเลือกใหม่มากยิ่งขึ้น


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<
‘เลี้ยงจิ้งหรีด’ ส่งออกตลาดยุโรปอนาคตสดใส
สตาร์ทอัพฝรั่งเศส เพาะเลี้ยงแมลงป้อนอุตสาหกรรมอาหารสัตว์


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333

#การบริโภคแมลง #โปรตีนทางเลือก #bangkokbank #bangkokbanksme #sme

บทความก่อนหน้านี้PMG Academy ร่วมกับ บสย. เปิดหลักสูตร Chain Store Management & Franchise System รุ่น 2
บทความถัดไปแนะทำนาแบบเปียกสลับแห้ง สู้วิกฤตน้ำน้อย