กยท. เดินหน้าโครงการ “ชะลอการขายยาง-รักษาเสถียรภาพราคายาง” ช่วยเหลือชาวสวนยางต่อเนื่อง

แม้ไทยจะครองตำแหน่งผู้ส่งออกยางพาราอันดับ 1 ของโลก แต่ด้วยปัจจัยต่างๆ อย่างเศรษฐกิจโลกชะลอตัว รวมทั้งสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก็ทำให้ราคายางในไทยมีความผันผวนสูงไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่มีบทบาทดูแล ส่งเสริม และสนับสนุนอุตสาหกรรมยางพาราของไทยให้เติบโต จึงเดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางต่อเนื่อง 2 โครงการ คือ โครงการชะลอการขายยาง และ โครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง ช่วยยกระดับการซื้อขายยาง เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม ลดความเสี่ยง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการก็ได้ยางที่มีคุณภาพ

นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ กยท. เผยรายละเอียดของโครงการชะลอการขายยางว่า กยท. ได้ดำเนินการอุดหนุนงบประมาณให้สถาบันเกษตรกรนำไปสร้างห้องเก็บยางดูดความชื้น สามารถเก็บยางรมควันได้ไม่ต่ำกว่า 3 เดือน โดยที่คุณภาพยังเหมือนเดิม

“เราบอกกับพี่น้องเกษตรกรว่า ท่านไม่ต้องรีบเอายางแผ่นรมควันมาขาย เอายางแผ่นรมควันนั้นแหละไปเก็บในโกดัง แล้วก็เอาราคายางในตลาดกลางที่ตกกิโลกรัมละกี่บาท ก็คูณไปกับจำนวนยางที่สถาบันเกษตรกรจัดเก็บ เขาสามารถได้เงินไปหมุนเวียน 80% จาก กยท. เมื่อสถานการณ์ราคายางสูงขึ้น พี่น้องเกษตรกรก็เอายางมาขายผ่านตลาดกลางยางพารา

“ส่วนประเด็นที่เกษตรกรเรียกร้องกรณีว่าชะลอยางแล้ว เก็บไว้ได้ประมาณ 1 เดือน เขาควรจะได้รับเงินอุดหนุนค่าบริหารในการจัดเก็บกิโลกรัมละ 50 สตางค์ ผู้บริหารผมวันนี้ก็เห็นด้วย พร้อมทั้งบอกว่า กองรักษาเสถียรภาพฯ ต้องสร้างความมั่นใจให้พี่น้องเกษตรกรว่า ยางที่เข้าโครงการชะลอการขายยาง เราต้องเข้าซื้อในวันที่ 30 ในราคาที่ไม่ต่ำกว่า 49 บาท 1 สตางค์ อาจจะบวก 50 สตางค์หรือ 1 บาท ก็สุดแล้วแต่ฝ่ายเศรษฐกิจยางจะไปวิเคราะห์เพิ่มเติม”

ต่อมาเป็นโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง ซึ่งรองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ กยท. กล่าวว่า กยท. จะซื้อขายยางผ่านตลาดกลางยางพารา เพื่อไม่ให้ราคาเกิดการผันผวนมากเกินไป

โครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง จะเข้าไปดำเนินการซื้อยางในตลาดกลางยางพาราในวันที่ราคายางตกต่ำ ทุกวันนี้ดำเนินการกับยาง 3 ประเภท คือ น้ำยางสด ยางแผ่นดิบ และยางแผ่นรมควัน ยกตัวอย่างเช่น วันนั้นราคาน้ำยางสดอยู่ที่ 48.50 บาท ก็ให้กองรักษาเสถียรภาพฯ เข้าไปซื้อทุกวัน จนกระทั่งสามารถดันราคาน้ำยางสดกลับไปที่ 51 บาท

“เราก็เลยมีเป้าหมายว่า ราคาน้ำยางสดไม่ควรต่ำกว่า 50 บาท เมื่อไหร่ที่ราคาน้ำยางสดต่ำกว่า 50 บาท กองรักษาเสถียรภาพฯ รับซื้อหมดทุกกิโลกรัมที่ขายผ่านตลาดกลางยางพารา จังหวัดสงขลา แล้วเราเองก็ได้คุยกับผู้ประกอบการว่า ขอความร่วมมือโรงงานน้ำยางข้นในประเทศไทย ให้ช่วยกันซื้อราคาน้ำยางสดที่ 50 บาท ถ้าเมื่อไหร่เป้าหมายมาถึง 50 บาท กยท. ก็ไม่จำเป็นต้องไปดำเนินการซื้อ เพื่อดึงราคาให้กลไกการตลาดทำงานต่อไป นี่คือเป้าหมาย”

ทั้งหมด เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนั่นเอง

ติดตาม “กยท. เดินหน้าโครงการ “ชะลอการขายยาง-รักษาเสถียรภาพราคายาง” ช่วยเหลือชาวสวนยางต่อเนื่อง” ในรูปแบบคลิปได้ที่ลิงก์นี้ https://www.youtube.com/watch?v=6-MisOQJh3Y