สีสรรพรรณไม้ สืบสานพระราชดำริ ‘สิ่งแวดล้อม’ วันที่ 9-14 ส.ค.นี้

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งได้รับถวายพระราชสมัญญานาม “พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ” 26 องค์กรที่ดำเนินโครงการสนองพระราชดำริในด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงร่วมกันจัด “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 11 โดยจัดแถลงข่าว ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเปิดงานในวันที่ 11 สิงหาคม

คุณหญิงปราณี เอื้อชูเกียรติ กรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเผยแพร่โครงการพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เราจึงร่วมกันจัดงานดังกล่าวขึ้น ภายใต้แนวคิด “พระเมตตาดั่งสายธาร” ระหว่างวันที่ 9-14 สิงหาคมนี้ ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ โดยภายในงานมีกิจกรรมกว่า 26 โครงการ อาทิ นิทรรศการมีชีวิต แสดงผลงานโครงการพระราชดำริ อาทิ โครงการ “รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับผืนดินพระราชทาน พระบรมราโชบายด้านการปฏิรูปที่ดิน และการจัดป่าชุมชนเพื่อคลังอาหารด้วยวิธีสหกรณ์,

การจัดแสดงผลิตภัณฑ์ อาทิ การเปิดตัวข้าวพันธุ์ ซีบูกันตัง 5 ข้าวพื้นเมืองจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่นำมาพัฒนาสายพันธุ์จนสามารถให้ผลผลิตสูงเหมาะแก่การหุงต้ม ข้าว กข 73 ข้าวเจ้าทนเค็มพันธุ์แรกของประเทศไทย มีน้ำตาลน้อยเหมาะกับผู้เป็นโรคเบาหวานรับประทาน ผลิตภัณฑ์ผ้าจากเส้นใยบัว ผลิตภัณฑ์แปรรูปบัวหลวงส่งออก ตลอดจนการจัดจำหน่ายสินค้าภายในงาน โดยใช้รูปแบบตลาดมินิ อ.ต.ก.และมินิเกษตรแฟร์เป็นครั้งแรก เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพให้กับเกษตรกร และการสาธิตงานศิลปาชีพ อาทิ แนะนำการทำบัญชีอย่างง่าย โดยมีสมุดบัญชีแจกให้กับผู้ที่สนใจ

“ที่สำคัญภายในงาน ยังเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถร่วมบริจาคเงินทำบุญไถ่ชีวิตโค-กระบือ อย่างละ 1 คู่ รวม 4 ตัว ในวันที่ 11 สิงหาคม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ซึ่งโค-กระบือที่ไถ่ชีวิตจะนำไปเป็นพ่อแม่พันธุ์และนำลูกที่ได้ไปส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรที่ยากจนต่อไป ขณะเดียวกันผู้มาร่วมงานจะได้รับแจกฟรีกล้าไม้สักจากโครงการป่าสักนวมินทราชินี จ.แม่ฮ่องสอน รวมถึงพวงกุญแจจากไม้ต้นมะขามสนามหลวง ที่ กทม.นำออกมาอนุบาลและทาบกิ่งเพิ่ม ซึ่งหาซื้อที่ไหนไม่ได้” คุณหญิงปราณีกล่าว

สืบสานพระราชดำริในด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

บทความก่อนหน้านี้โครงการหลวง 48 จาก ‘ยอดดอย’ สู่ ‘กรุง’
บทความถัดไปหน้าฝนเที่ยวได้ อ.เด่นชัย แพร่ เปิดชมความสวยงาม ‘ดอกกระเจียว’ สีส้มสดบานสะพรั่งแล้ว