เที่ยวเมืองจันท์ กินปู ดูดาว บนเกาะจิก อ.ขลุง จ.จันทบุรี ชุมชนต้นแบบพลังงานทดแทนผสมผสาน

“บ้านเกาะจิก” หมู่บ้านเล็กๆ บนเกาะท่ามกลางทะเล ในเขตพื้นที่ตำบลบางชัน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เป็นอีกหนึ่งต้นแบบที่สามารถสร้างพลังงานจากทรัพยกรที่มีในชุมชนให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน

ด้วยพื้นที่ตั้งของชุมชนกว่า 700 ไร่ ที่เป็นหมู่เกาะกลางน้ำที่ห่างจากฝั่ง 4 กิโลเมตร แต่ชาวบ้านกลับใช้ชีวิตร่วมกับการใช้พลังงานทดแทนได้อย่างสมบูรณ์ มีการดำรงชีวิตที่เรียบง่าย และพอเพียง ร่วมไปกับการพัฒนานำสิ่งรอบตัวมาประยุกต์ใช้ให้เกิดคุณค่าสูงสุด จนสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าโซล่าเซลล์แบบผสมผสานได้

“เกาะจิก” เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในทะเลภาคตะวันออกของไทย ประกอบไปด้วย 3 เกาะย่อย คือ เกาะจิกนอก เกาะจิกกลาง และเกาะจิกใน โดยในส่วนของชุมชนจะตั้งอยู่ในเกาะจิกกลาง และเกาะจิกนอก อ.ขลุง จ.จันทบุรี

การเดินทางใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท-บางนาตราด เลี้ยวเข้าถนน 3145 (แหลมงอบ-เกาะช้าง) ก่อนจะเข้ามาที่ท่าเรืออ่างกะป่อง ใช้เวลานั่งเรือจากฝั่งเพียง 20 นาที โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ 85 เปอร์เซ็นต์ ประกอบอาชีพการทำประมงพื้นบ้านเป็นหลัก ที่เหลือก็มีการทำสวนยาง ทำให้ธรรมชาติโดยรวมของเกาะยังคงสวยงาม

ผญ.ณรงค์ชัย เหมสุวรรณ เล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านที่นี่จะอยู่อย่างเรียบง่าย อาศัยการพึ่งพาตนเอง และความร่วมมือกันของชาวบ้านทำให้ที่นี่เป็นชุมชนที่เข้มแข็ง และได้รับการยกย่องให้เป็นชุมชนแห่งการพัฒนาด้านพลังงาน ตั้งแต่ปี 2547 โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้พลังงานทดแทนแบบผสมผสาน ที่นำมาใช้มีส่วนในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคทำให้ชาวบ้านบนเกาะแห่งนี้มีน้ำประปาและไฟฟ้าใช้สะดวกสบายไม่ต่างจากคนบนแผ่นดิน

“ชาวบ้านที่นี่ในตอนกลางวันจะใช้พลังงานโซล่าเซลล์ แต่ในช่วงเย็น (16.00-23.00 น.) ไปจนตลอดค่ำคืนพลังงานจากเครื่องยนต์ดีเซลล์และแบตเตอรี่จะถูกนำมาเสริมทัพ ดังนั้นการใช้พลังงานแบบนี้ชาวบ้านจึงต้องมีธรรมนูญหมู่บ้านเพื่อเป็นการควบคุม เช่น การห้ามเปิดร้านเสริมสวยขนาดใหญ่ ห้ามมีสถานบริการ ห้ามใช้เครื่องปรับอากาศ ไม่มีการใช้มอเตอร์ไซค์”

ทางด้านการประกอบอาชีพ ผญ.ณรงค์ชัย บอกว่า ที่นี่ยังคงไว้ซึ่งการทำประมงพื้นบ้าน โดยสินค้าขึ้นชื่อของที่นี่ก็คือ กุ้งแชบ๊วย หมึก และปลากุเลา ที่ยังใช้เครื่องมือการทำประมงแบบเก่าในการหาจับมาจากธรรมชาติหมุนเวียนกันไปตามฤดูกาล ซึ่งใน 1 วันที่นี่จะมีการส่งขายกุ้งแชบ๊วย 50-80 กิโลกรัม/วัน ราคา 150-300 บาท/กิโลกรัม

“การที่ทำให้ให้อาชีพการประมงพื้นบ้านอยู่ได้ ทรัพยากรในทะเลมีเพียงพอต่อไป ชาวบ้านที่นี่จะมีหน้าที่ในการอนุรักษ์ด้วยการทำปะการังเทียมและสาหร่ายเทียม และรักษากฎระเบียบต้องห้ามอย่างเคร่งครัด เช่น เครื่องมือต้องห้าม อวนรุนขนาดใหญ่ อวนลากแขก ส่วนเครื่องมือที่อนุญาตให้ใช้ได้ก็เช่น อวนลอยกุ้ง”

สำหรับช่องทางการตลาดที่นี่จะค่อนข้างเสรีเพราะชาวบ้านสามารถขายกุ้งแชบ๊วย หมึก และปลากุเลา ให้กับแพปลามารับซื้อไปขาย ขายบนฝั่ง หรือส่งขายให้โฮมสเตย์บริเวณรอบเกาะก็ได้ รวมถึงทางภาครัฐมีการสนับสนุนโครงการ IUU เกิดการประกาศเขตอนุรักษ์ ช่วยให้เกิดการควบคุมการจับสัตว์น้ำชายฝั่งของเรือใหญ่อยู่ห่างจากฝั่ง 3 ไมล์ทะเล (5,400 เมตร) ทำให้การทำประมงพื้นบ้านดีขึ้น

อีกทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง เช่น การร่วมมือดูแลรักษาความสะอาด การทำสาหร่ายเทียม เพื่อเป็นการเพิ่มห่วงโซอาหารให้สัตว์น้ำก็นับเป็นการปกป้องบ้านสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นแหล่งทำมาหากินที่ทำรายได้หล่อเลี้ยงชุมชนและชาวบ้านของเกาะแห่งนี้มาช้านาน

เรียกได้ว่าเป็นอีโคทริปโดยแท้ เพราะไม่เพียงธรรมชาติที่สวยงามของทะเลตะวันออก แต่ความเรียบง่ายจากวิถีชีวิตชาวเล และการรู้จักนำคุณค่าของพลังงานทดแทนรอบตัวมาใช้ประโยชน์แบบพึ่งพาตนเอง ของชาวชุมชน “บ้านเกาะจิก” ชุมชนขนาดเล็กที่อยู่กันแบบพี่น้อง ก็นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ชุมชนแห่งนี้มีเสน่ห์ดึงดูดอยู่ไม่น้อย

หากท่านใดสนใจเยี่ยมชมชุมชนการผลิตพลังงานไฟฟ้าโซล่าเซลล์แบบผสมผสาน พักผ่อนในโฮมสเตย์แบบเป็นกันเอง พร้อมเรียนรู้วิถีการทำประมงและอาหารทะเลพื้นบ้าน ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามของทะเลตะวันออก ก็สามารถสำรองที่พักได้ที่ บ้านเกาะจิก ม.1 ต.บางขัน อ.ขลุง จ.จันทบุรี 22110 โทร.08 1995 3533, 08 7552 7101

บทความก่อนหน้านี้‘ปะการังเทียม’ สร้างระบบนิเวศ ‘ท้องทะเล’ ที่ยั่งยืน
บทความถัดไปตามรอยพระบาท ในหลวงร.9 กาแฟต้นประวัติศาสตร์