เห็ดถั่งเช่าสีทอง Cordyceps militaris

เห็ดถั่งเช่า (Caterpillar Mushroom)

เห็ดถั่งเช่ามีการใช้มานานมากกว่า 2,000 ปีที่แล้ว  ในมณฑล ทิเบต จะมีการเลี้ยงจามรี ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะมีอาการคึกคักเป็นพิเศษ  จากการสังเกตของคนเลี้ยงก็พบว่าหญ้าที่จามรีกินจะมีหญ้าหนอนแซมขึ้นมาด้วย  ซึ่งเป็นเห็ดราชนิดหนึ่ง โดยราเห็ดพวกนี้อาศัยแมลงพวกผีเสื้อในช่วงระยะตัวหนอน-ดักแด้เป็นอาหารขณะอยู่ใต้ดินในช่วงฤดูหนาวจนแมลงตาย ฤดูใบไม้ผลิเส้นใยราก็รวมตัวเกิดเป็นเห็ดโผล่เหนือผิวดินแซมกับหญ้า โดยมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า  “ หน้าหนาวเป็นหนอน หน้าร้อนเป็นหญ้า ”    แพทย์แผนจีน สมัยนั้นได้นำเห็ดถั่งเช่ามารักษาโรคคนได้หลายโรค สมัยนั้นเป็นของหายากและล้ำค่า   จึงใช้เฉพาะในราชสำนัก  คนทั่วไปจึงไม่มีโอกาสได้ใช้     ในปีที่ประเทศจีนเข้าร่วมกีฬาโอลิมปิคเป็นครั้งแรก  นักกีฬาจีนนักวิ่งจีนได้ทำลายสถิติเหรียญทองฯโอลิมปิก โดยโค๊ชชาวจีนได้ให้ข้อมูลว่านักฬีกาของเขากินหญ้าหนอน หรือ ถั่งเช่า  ในการบำรุงร่างกายเป็นประจำ   จึงทำให้ความสนใจใน เห็ดถั่งเช่า มีมากขึ้น และมีการทำวิจัยมากขึ้น ราคาจึงปรับตัวสูงขึ้นค่อนข้างมาก และของปลอมก็มีมากขึ้นตามไปด้วย

ในเห็ดราสกุลถั่งเช่า มีมากมายนับร้อยสายพันธุ์ สำหรับสายพันธุ์ที่สามารถเพาะเลี้ยงเป็นการค้าได้ และมีสารทางยาสูง คือ สายพันธุ์ถั่งเช่าสีทอง (Cordyceps Millitaris)

ถั่งเช่าสีทอง Cordyceps militaris

การเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง ได้มีการเพาะกันเป็นการค้ามานานหลายสิบปีแล้วที่ประเทศจีน เห็ดถั่งเช่าสีทองสามารถทำการเพาะได้โดยใช้ตัวหนอนเพาะ หรือใช้อาหารสังเคราะห์ สามารถชักนำให้เป็นดอกเห็ดได้โดยใช้อากาศเย็น เห็ดถั่งเช่าแคปซูลที่วางขายทั่วไปในขณะนี้โดยมากเป็นเห็ดถั่งเช่าสีทอง มีรายงานหลายฉบับยืนยันว่า เห็ดถั่งเช่าสีทองมีคุณสมบัติเทียบเท่าเห็ดถั่งเช่าทิเบต (Das et al., 2010) และมีอีกหลายท่านรายงานว่าเห็ดถั่งเช่าสีทองมีสารคอร์ไดเซปิน และอะดีโนซีนสูงกว่าเห็ดถั่งเช่าทิเบต การเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าทำได้ง่ายกว่าถั่งเช่าทิเบตเพราะขึ้นได้ในแมลงหลายชนิด สามารถขึ้นได้กับตัวหนอนหรือดักแด้ไหม ซึ่งมีการผลิตในลักษณะเป็นอุตสาหกรรมอยู่แล้ว และต่อมาสามารถพัฒนานำเอาเมล็ดธัญพืชมาใช้เพาะแทนตัวแมลงได้

 

สารสำคัญและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของเห็ดถั่งเช่า

  • Cordycepin : เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือด,ต้านเชื้อแบคทีเรียก่อโรค
  • Adenosine : ต้านการแข็งตัวของเลือด ต้านลิ่มเลือด
  • Cordycepic Acid : เพิ่มเมตาโบริซึมของร่างกาย,ป้องกันเลือดออกในสมอง, ลิ่มเลือด,โรคหัวใจขาดเลือด และหอบหืด
  • SOD : ต้านอนุมูลอิสระ ทำให้แก่ช้า ,ต้านการอักเสบ
  • Polysaccharides : เพิ่มภูมิคุ้มกัน และ ลดการโตของเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง, ลดระดับน้ำตาลในเลือด

และโคเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์ (ไขมันในเลือด) กระตุ้นเซลล์ให้ตื่นตัวและซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย, ยืดอายุและชะลอความเสื่อมของเซลล์

ช่วยในการเผาผลาญอาหารของเซลล์, ยกระดับภูมิคุ้มกันของเซลล์ ทำลายและยับยั้งอนุมูลอิสระ   แบคทีเรีย และไวรัส

  • Sterol : ป้องกันไตอักเสบเรื้อรัง, ป้องกันโรคหอบหืด , เพิ่มประสิทธิภาพการบีบตัวของหัวใจ
  • จากการวิจัยค้นคว้าทางเภสัชวิทยาพบว่า เห็ดถั่งเช่าสีทองยังอุดมไปด้วยสาระสำคัญหลายชนิดที่มีผลทางชีวภาพ เช่น โมโนแซคคาไรด์ ไดแซคคาไรด์ โพลีแซคคาไรด์ (เบต้า-กลูแคน) แมนนิทอล กาแล็กโทส อะดีโนซีน คอร์ไดเซปิน กรดคอร์ไดเซปิก กรดอะมิโน โปรตีน สเตอรอล วิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก คอปเปอร์ แมงกานีส สังกะสี ฟอสฟอรัส และซีรีเนียม เป็นต้น (Bhandari et al., 2010)
  • เห็ดถั่งเช่าสีทองมีองค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญหลายอย่าง เช่น โปรตีน ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโนและกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย
  • การทดสอบกิจกรรมของเอนไซม์พบว่าเห็ดถั่งเช่าสีทองสามารถผลิตเอนไซม์ที่ช่วยย่อยในทางเดินอาหารได้คือ เอนไซม์อะไมเลส (Amylase) เพคติเนส (Pectinase) เบต้ากลูคาเนส (β-glucanase) เอนโดกลูคาเนส (Endoglucanase) เซลลูเลส (Cellulase) โปรติเอส (Protease) และ ไฟเตส (Phytase)
  • เห็ดถั่งเช่าสีทองมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่สำคัญตัวหนึ่ง คือ คอร์ไดเซปิน [Cordycepin (3′-deoxyadenosine)] ซึ่งสารนี้จัดว่าอยู่ในกลุ่มสารปฏิชีวนะกรดนิวคลีอิกที่อาจยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง
  • ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เห็ดถั่งเช่าในรูปต่างๆ เช่น ผงซุป ชาชง แคปซูล เม็ดยา ยาฉีด ไวน์ ยาดองเหล้า ฯลฯ

 

การเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่า

วัสดุที่ใช้ สามารถใช้เม็ดธัญพืชได้หลายชนิด เช่น ข้าวกล้อง / ลูกเดือย / เม็ดถั่วเหลือง/ข้าวสาลี

ถั่วเขียว / ถั่วเหลือง / เม็ดข้าวโพด /ข้าวบาร์เลย์ / ข้าวมอลต์

สูตรอาหารเสริมที่ใช้

อาหารเสริม

  • มันฝรั่ง 200 กรัม
  • ข้าวโพดอ่อน  50   กรัม
  • ดักแด้ใหม  100 กรัม
  • กลูโคส 20 กรัม
  • ยีสต์สกัด    5 กรัม
  • เปปโตน 10 กรัม
  • ดีเกลือ 5 กรัม
  • น้ำ 1 ลิตร

 

วิธีทำ

  • ชั่งเมล็ดธัญพืช ใส่ขวด
  • หั่นมันฝรั่ง กับ ข้าวโพดอ่อน นำไปต้มกับน้ำ
  • เมื่อมันฝรั่งสุก กรองเอาแต่น้ำ
  • นำส่วนผสมตามสูตรไปต้มกับน้ำมันฝรั่งที่สกัดได้จนละลาย
  • นำน้ำต้มอาหารเสริม มากรอกใส่ในขวด อัตราส่วน 1:1
  • ปิดฝาขวด นำไปนึ่งฆ่าเชื้อ 121 องศาเซลเซียส ความดัน 15 PSI    เป็นเวลา 1 ชม.
  • เมื่อวัสดุเพาะเห็ด เย็นแล้ว ก็ทำการหยอดเชื้อเห็ด
  • นำไปบ่มในที่มืด อุณหภูมิ 20-22 เซลเซียส ความชื้น 60-70% เป็นเวลา 10-15 วัน
  • เมื่อเส้นใยเห็ดเดินเติมวัสดุเพาะแล้ว ก็เริ่มกระตุ้นการออกดอก
  • เปิดให้แสง 12 – 14 ชั่วโมงต่อวัน ความชื้น 80 -90%
  • เส้นใยจะเริ่มเปลี่ยนจากเส้นใยสีขาวเป็นสีส้ม และจะเริ่มมีดอกเห็ดเกิดขึ้น
  • ดูแลเรื่อง อุณหภูมิ แสง ความชื้น ดอกเห็ดจะค่อย ๆ ยาวขึ้น
  • เก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 80 – 90 วัน เป็นช่วงที่สารทางยาสูง

การแปรรูป

สามารถนำไปอบแห้ง เพื่อแปรรูปได้หลากหลาย โดยการอบแห้ง จะอบทั้งแบบอบแห้งแบบแช่เยือกแข็งหรือ Freeze Dry และแบบอบแห้งด้วยลมร้อน อุณหภูมิการอบ ไม่เกิน 60 องศา

แบบสด

–  ใช้ปั่นกับน้ำผลไม้ เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

– นำไปสกัดทำเครื่องดื่มน้ำเห็ดสกัด

 

แบบอบแห้ง

  1. นำไปชงในเป็นชา
  2. นำไปบด แปรรูปเป็นอาหารเสริม
  3. สกัดเป็นเครื่องดื่ม
  4. ผสมกาแฟ
  5. ใช้ในเครื่องสำอาง

 

 การตลาด

  • จำหน่ายเป็นดอกสด
  • จำหน่ายเป็นดอกแห้ง สำหรับไปชงชา
  • จำหน่ายเป็นผง
  • จำหน่ายเป็นสารสกัดสำหรับเครื่องสำอาง