มนต์สะกด…อำเภอปัว แหล่งท่องเที่ยวฮิปเมืองน่าน

ชื่อของจังหวัด “น่าน” ถูกบรรจุเป็นแหล่งท่องเที่ยวในใจนักท่องเที่ยวมากขึ้น ด้วยจุดขายเมืองที่รุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรมอันเก่าแก่ เสน่ห์เมืองเนิบช้า Slow City คือคำตอบสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความตั้งใจเดินทางไปท่องเที่ยวจริงๆ เป็นระยะทางถึง 668 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ถึงน่าน เมืองที่เป็นจุดสิ้นสุดชายแดนเชื่อมกับ สปป. ลาว ดังนั้นการเดินทางย่อมต้องใช้เวลานานกว่าจะถึงเป้าหมาย

ตอกย้ำว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาต้องเฉพาะกลุ่มที่ต้องการเสพความเรียบง่าย วิถีชีวิตทางวัฒนธรรม และความเป็นธรรมชาติจริงๆ แม้ว่าโครงสร้างเมืองปัจจุบันจะกลายโฉมไปทีละน้อย ทั้งการเปิดโรงแรม เกสต์เฮาส์ ร้านกาแฟ ฯลฯ ก็ตาม

ความสะดวกสบายที่เกิดขึ้นมากมายนี้เอง ทำให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มยังคิดหนัก เป็นห่วงจังหวัดน่านว่าจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกกระแสโหมทับของนักท่องเที่ยวจนเกิดภาวะเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยวหลายที่ เช่น ที่ปาย เป็นต้น

ทว่ามีแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองน่านราว 60 กิโลเมตร ไปทางทิศเหนือ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า คือ “ปัว” อำเภอเล็กๆ กลางหุบเขา ซึ่งหากใครเดินทางไปสำรวจท่องเที่ยวและพำนักแล้วจะหลงเสน่ห์ไม่แพ้ที่ใด ด้วยความสวยงามบริสุทธิ์ เป็นเมืองสีเขียวที่เต็มไปด้วยนาขั้นบันได และมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติที่ครบถ้วน

แน่นอน เสน่ห์ของเมืองทุ่งนาในหุบเขานี้ มีความหลากหลายของชาติพันธุ์ ทั้งคนไทลื้อ ชาวไทยภูเขา เผ่าม้ง เมี่ยน และลัวะ แต่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทลื้อ ที่มีประเพณีและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการแต่งกายแบบพื้นบ้าน อย่างเช่น ผ้าทอไทลื้อ ที่เป็นเอกลักษณ์ของปัว

โดยเฉพาะในช่วงฤดูทำนา หรือ Green Season ช่วงนี้ นักท่องเที่ยวจะได้บันทึกภาพความทรงจำของนาขั้นบันไดที่มีฉากภูเขาเบื้องหลังสวยงามไม่แพ้ที่ใด บ้านเมืองที่ยังเป็นอำเภอเล็กๆ ทำให้สามารถเป็นแหล่งพำนักเพื่อพักผ่อนได้อย่างแท้จริง

การเดินทางมาท่องเที่ยวปัว ใน 1 วัน จุดแรกที่ห้ามพลาดคือ วัดภูเก็ต เป็นวัดที่มีภูมิทัศน์และวิวทุ่งนาที่สวยงาม สามารถมองภาพทุ่งนาในมุมพาโนรามาได้สุดตา โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ที่น่าสนใจคือวัดแห่งนี้มีโรงแรมธรรมะ หรือ Temple Stay เป็นอาคารที่พักสำหรับผู้ที่มาปฏิบัติธรรม หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจ อาคารตั้งอยู่ตรงจุดชมวิว สามารถเห็นทุ่งนาเขียวขจีได้จากห้องพัก เป็นอาคารขนาด 4 ชั้น มี 8 ห้องนอน ชั้นที่ 4 จะเป็นห้องปฏิบัติธรรม โรงแรมธรรมะของวัดภูเก็ตถือเป็นแห่งแรกในประเทศไทยด้วย

เมื่อได้เอมอิ่มกับวิวทุ่งนาขั้นบันได้ที่วัดภูเก็ตแล้ว คือการเดินสายไหว้พระในวัดที่สำคัญของอำเภอปัว ได้แก่ วัดพระธาตุเบ็งสกัด ไหว้พระบรมสารีริกธาตุ ความสำคัญของวัดนี้คือ นอกจากชมวิหารเก่าแก่ตามสไตล์ล้านนาแล้ว ยังมีองค์พระเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน เป็นสถาปัตยกรรมของช่างน่าน

วัดปรางค์ สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้ที่ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาชม คือ ต้นดิกเดียม ต้นไม้มหัศจรรย์ ผิดธรรมชาติ ที่ใบไม้จะไหวสั่นทุกครั้งที่ถูกคนสัมผัส จนได้รับแต่งตั้งให้เป็น 1 ใน UNSEEN THAILAND ซึ่งบางครั้งทดลองก็ไม่สั่นไหวแล้ว เพราะอาจจะถูกจักจี๋จนเคยชินแล้วก็ได้

วัดที่ห้ามพลาดต่อมาคือ วัดบ้านต้นแหลง ตั้งอยู่เส้นทางเดียวกับวัดปรางค์ เป็นอีกหนึ่งวัดที่แสดงออกถึงความงดงามของวัฒนธรรมไทลื้อที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ลักษณะของวิหารทรงตะคุ่มหลังคาลาดต่ำซ้อนกัน 3 ชั้น ลักษณะเดียวกับบ้านเรือนแบบเดิมของชาวไทลื้อแถบสิบสองปันนา ประตูทางเข้าตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ด้านหน้ามีสิงห์ปั้นคู่นั่งเฝ้าอยู่

เพียงแค่วันเดียวเที่ยวปัวยังถือว่าไม่เต็มอิ่ม จะให้เหมาะควรพักปัวสัก 1 คืน เพิ่มเวลาซึมซับความเงียบสงบของหุบเขาสีเขียวกลางเวิ้งฉากดอยภูคาแห่งเมืองน่าน

บทความก่อนหน้านี้ส้มเขียวดำเนิน ไม้ผลทางเลือก ของการปลูกส้มเชิงการค้า
บทความถัดไป‘ตลาดมอกล้วยไข่’กำแพงเพชร เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวภาคเหนือ