เทศกาลท่องเที่ยวแก่นมะกรูด อุทัยธานี หนาวสุดกลางสยาม ระหว่างปลายธันวาคม ถึงกุมภาพันธ์ 2562

อบจ. อุทัยธานี ร่วมกับชาวกะเหรี่ยงแก่นมะกรูด พื้นที่ปิดทองหลังพระฯ จัดเทศกาลท่องเที่ยวรับลมหนาวป่าห้วยขาแข้งครั้งที่สาม เน้นธรรมชาติและวัฒนธรรม ตั้งเป้ารายได้สามล้านบาทเพื่อยกระดับชีวิตชุมชนและปกป้องผืนป่า

นายเผด็จ นุ้ยปรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี และหัวหน้าคณะทำงานด้านการท่องเที่ยว โครงการพื้นที่ต้นแบบบูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ตำบลแก่นมะกรูด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า ตำบลแก่นมะกรูด อำเภอบ้านไร่ เป็นพื้นที่ซึ่งมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ เพราะอยู่ในเขตมรดกโลก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทำให้มีภูมิอากาศที่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยวจนกล่าวกันว่าเป็นที่หนาวสุดกลางสยาม

นอกจากนี้ ผลจากการที่จังหวัด อบจ. กระทรวงทรัพยากรฯ และมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เข้ามาร่วมกันพัฒนา ยังทำให้เกิดผลผลิตที่รองรับการท่องเที่ยวได้ดี เช่น สตรอเบอรี่ พืชผักเมืองหนาว จึงทำให้แก่นมะกรูดได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว

“พื้นที่นี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ 600 เมตร มีความหนาวเย็นเทียบเท่ากับภาคเหนือ และมีทิวทัศน์ที่สวยงาม จึงมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว คณะทำงานจึงจัดกิจกรรมนี้เป็นปีที่ 3 แล้ว และความร่วมมือของชาวบ้านก็เพิ่มมากขึ้นทุกปี”

จุดเด่นของการท่องเที่ยวแก่นมะกรูดในปีนี้ ได้แก่ ไม้ดอกเมืองหนาวพันธุ์ต่างๆ ที่สวยงาม ไร่สตรอเบอรี่ ตลาดกะเหรี่ยง ซึ่งมี 74 ร้านค้า มีทั้งพืชผักผลไม้ เสื้อผ้า อาหารพื้นบ้าน การแสดงทางวัฒนธรรมกะเหรี่ยง มีที่พักและโฮมสเตย์ จำนวน 16 แห่ง ให้บริการพักค้างคืนท่ามกลางธรรมชาติแก่นักท่องเที่ยว

นายเผด็จ กล่าวว่า เทศกาลท่องเที่ยวแก่นมะกรูดได้รับความสนใจมากขึ้นทุกปี และในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวประมาณสามหมื่นคน และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนประมาณสามล้านบาท

“เทศกาลท่องเที่ยวนี้จะทำให้ชาวแก่นมะกรูดมีรายได้เพิ่มขึ้น ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และผลที่ตามมาก็คือ ไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่ทำมาหากินเข้าไปในป่าห้วยขาแข้ง ทำให้เทศกาลท่องเที่ยวนี้ทำให้นักท่องเที่ยวมีความสุข ชาวบ้านมีชีวิตดีขึ้น และทุกฝ่ายมีส่วนร่วมรักษาป่ามรดกโลก”

งานเทศกาลท่องเที่ยวแก่นมะกรูด จะมีขึ้นระหว่างปลายธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ 2562 ผู้สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 056-511-297 ในวันเวลาราชการ

บทความก่อนหน้านี้ยางหายจากตลาดหมื่นตัน/วัน พิษพายุปาบึก ทำราคาซีฟู้ด-ผลไม้ ขยับขึ้น
บทความถัดไปกรมการข้าว เร่งให้การช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK)