กลุ่มยุวเกษตรกรในโรงเรียนบ้านโคกป่ากุง อำเภอโนนสัง สอนเด็กรักอาชีพเกษตร เพื่อสู่ยุค 4.0

โรงเรียนบ้านโคกป่ากุง เป็นโรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริ กองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

ได้ดำเนินงานตามโครงการเป็นเวลา 23 ปี ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ ทรงเยี่ยมโรงเรียนบ้านโคกป่ากุงและราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 3 ครั้ง นับตั้งแต่เข้าร่วมโครงการ โดยเสด็จฯ ทรงเยี่ยมครั้งแรก เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2537 ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และนักเรียนโรงเรียนบ้านโคกป่ากุง (ภาคี 4 ฝ่าย) ได้มองเห็นความสำคัญของโครงการดังกล่าว จึงได้จัดประชุม เห็นควรจัดตั้งกลุ่มยุวเกษตรกรขึ้น เพื่อรับรองรับงานตามโครงการตามพระราชดำริ และเพื่อสืบทอดสานต่อความรู้ด้านการเกษตร โดยได้ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มยุวเกษตรกรในโรงเรียน เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2539 หลังจากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ ทรงเยี่ยมโรงเรียนบ้านโคกป่ากุงเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2546

ทำให้เกิดการจุดประกายความคิดให้กลุ่มยุวเกษตรกรในโรงเรียนบ้านโคกป่ากุง ได้ตระหนักถึงบทบาท ภาระ หน้าที่ จึงได้มีการจัดประชุม เพื่อระดมแนวความคิดจากผู้ปกครอง ครู นักเรียน ร่วมกันสรุปกิจกรรมที่ได้ดำเนินการ และควรเพิ่มกิจกรรมใหม่ให้หลากหลายและสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และเหมาะสมกับนักเรียนที่จะเข้าร่วมกิจกรรม ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การเลี้ยงปลาในกระชัง การเลี้ยงไก่เนื้อ ไก่ไข่ การปลูกผักปลอดสารพิษ การปลูกกล้วย มะละกอ บริเวณขอบบ่อน้ำของโรงเรียน เพื่อให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลบรรลุตามวัตถุประสงค์โครงการ จึงได้มอบหมายงานให้แต่ละชั้นเรียนมีแปลงปลูกผัก ดูแลผักด้วยตนเอง

คุณวีรสุทธิ์ โฮสูงเนิน เกษตรอำเภอโนนสัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มอบปัจจัยการผลิต (เมล็ดพันธุ์ผัก) แก่กลุ่มยุวเกษตรกรในโรงเรียนบ้านโคกป่ากุง

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนเป็นผู้มีความรับผิดชอบ มีความรู้ ความอดทน ขยัน และสามัคคี โดยมีผู้ปกครองและสำนักงานเกษตรอำเภอโนนสัง ปศุสัตว์อำเภอโนนสัง และหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นที่ปรึกษา คอยแนะนำและให้ความรู้ ความร่วมมือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ในการสนับสนุนปัจจัยการผลิตในส่วนที่เกี่ยวข้อง ผลลัพธ์ที่ได้จากการดำเนินงาน กลุ่มยุวเกษตรกร สามารถนำผลผลิตที่ได้ไปจัดทำโครงการอาหารกลางวัน เพื่อให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนได้รับประทานอาหารอย่างพอเพียง และถูกหลักโภชนาการ นอกจากนี้ ยังเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตและสร้างแหล่งเรียนรู้ให้แก่ชุมชน เพื่อนำไปประกอบอาชีพสุจริตได้อย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2559 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู โดยเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการด้วยรักและห่วงใยในพระราชูปถัมภ์ ทรงเปิดอาคารพระราชทานในโรงเรียนบ้านโคกป่ากุง ตำบลหนองเรือ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมทั้งเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ศาลาเรียนรู้งานปศุสัตว์ แปลงสาธิตไร่นาสวนผสม บ่อเลี้ยงปลา และแปลงผักปลอดสารพิษ ที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะความรู้ทางการเกษตร การปลูกผักและเลี้ยงสัตว์

ครูปรีชา หีบแก้ว ผอ. โรงเรียนบ้านโคกป่ากุง กับสมาชิกยุวเกษตรกร กลุ่มเลี้ยงไก่ไข่

ซึ่งมีนักเรียนกลุ่มยุวเกษตรกรหมุนเวียนดูแล ทำให้มีผลผลิตเพียงพอและเหลือจำหน่ายผ่านกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน และทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป การถนอมอาหาร และงานฝึกอาชีพแก่นักเรียน อาทิ การแปรรูปอาหารและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ซึ่งมีหน่วยงานต่างๆ ไปให้ความรู้และฝึกอบรมแก่นักเรียนและชุมชน ทั้งนี้ ในการดำเนินงานตามพระราชดำริฯ ด้านโครงการกิจกรรมสหกรณ์ มีครูบัญชีวัยใส เป็นต้นแบบถ่ายทอดความรู้การฝึกทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย กิจกรรมร้านค้า แก่นักเรียน/ผู้ปกครองและชุมชน

เพาะเห็ด

ความสามารถในการบริหารและจัดการสถาบัน

  1. กลุ่มยุวเกษตรกรในโรงเรียนบ้านโคกป่ากุง ได้มีมติร่วมกันวางแผนการดำเนินงาน โดยมอบหมายงานตามกลุ่มกิจกรรมย่อย ได้แก่ กลุ่มเลี้ยงปลาในบ่อซีเมนต์ กลุ่มเลี้ยงปลาในกระชัง กลุ่มเลี้ยงไก่ไข่ กลุ่มเลี้ยงสุกร กลุ่มเลี้ยงโค กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ กลุ่มเพาะเห็ดนางฟ้าในเรือนโรง
  2. ให้สมาชิกยุวเกษตรกรแต่ละกลุ่มกิจกรรม จัดทำบันทึกกิจกรรมการดำเนินงาน การจัดทำบัญชีฟาร์ม แสดงรายรับ-รายจ่าย
  3. ให้สมาชิกยุวเกษตรกรทุกคน น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ให้รู้จักออม รู้จักประหยัด รู้จักให้ รู้จักพึ่งพาตนเอง รู้ถึงคุณค่าของทรัพย์สินที่หาได้ ภูมิใจในตัวเอง
ทำน้ำหมักชีวภาพ

โครงการและกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุน

ปี 2539 โครงการฝึกอาชีพในกลุ่มยุวเกษตรกร จำนวนเงิน 20,000 บาท จากสำนักงานเกษตรอำเภอโนนสัง ได้ดำเนินการโครงการการเลี้ยงไก่ไข่ การทำเกษตรแบบผสมผสาน

ปี 2549 กองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยการสนับสนุนของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ สาขาอีสาน มอบงบประมาณ 123,200 บาท ดำเนินการสร้างเรือนโรงเลี้ยงไก่ไข่ และมอบแม่พันธุ์ไก่ไข่พันธุ์ ซีพี บราวด์ จำนวน 200 ตัว

ปี 2540 ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานประมงจังหวัดหนองบัวลำภู จัดทำบ่อคอนกรีต สำหรับเลี้ยงปลาดุก พร้อมด้วยแม่พันธุ์ปลาดุกบิ๊กอุย จำนวน 20,000 ตัว และอาหารปลา 280 กิโลกรัม งบประมาณ 37,360 บาท

ปลูกผัก

ปี 2551 ได้รับการสนับสนุนแม่โค จำนวน 2 ตัว จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 และแม่โคได้คลอดลูก 3 ตัว รวมเป็นโค 5 ตัว

ปี 2556 ได้รับการสนับสนุนจากสถานีพัฒนาที่ดินหนองบัวลำภู กิจกรรมทำนา งบประมาณ 20,000 บาท พร้อมสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ เพื่อใช้ในการปักดำ ปุ๋ยจำนวน 20 กิโลกรัม

ปี 2556 ได้รับการสนับสนุนไก่ซี ไก่ดำ จำนวน 200 ตัว จากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอโนนสัง

ปี 2557 ได้รับสนับสนุนจากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอโนนสัง กิจกรรมการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยเสริมไอโอดีน โดยได้มอบแม่พันธุ์ไก่ไข่ จำนวน 200 ตัว และมอบเงินสำหรับสร้างเรือนโรงไก่ไข่จำนวน  200,000 บาท นอกจากนี้ ยังมอบโคขุน จำนวน 5 ตัว

ปัจจุบันนี้ โรงเรียนบ้านโคกป่ากุง มี ครูปรีชา หีบแก้ว เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกป่ากุง มีครูจำนวน 20 คน ชาย 7 คน หญิง 13 คน และนักการภารโรง จำนวน 1 คน มีนักเรียน จำนวน 196 คน ชาย 93 คน หญิง 103 คน เปิดการสอนในระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น เขตการให้บริการ จำนวน 3 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านโคกป่ากุง บ้านนาล้อม และบ้านหนองโน ตำบลหนองเรือ อำเภอโนนสัง

ผลผลิตเห็ด

กิจกรรมดูแลรักษาป่าและสภาพแวดล้อม

  1. ให้นักเรียนช่วยกันดูแลรักษาป่าธรรมชาติของโรงเรียน จำนวน 2 ไร่
  2. ดูแลรักษาความสะอาดบริเวณโรงเรียน จำนวน 6 ไร่
  3. ดูแลความสะอาดในชุมชน ได้แก่ บ้านโคกป่ากุง บ้านนาล้อม บ้านหนองโน

 กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์
1. ร่วมกับชุมชนกำจัดยุงลาย ป้องกันโรคไข้เลือดออก

  1. ร่วมกิจกรรมทำความสะอาดบริเวณสาธารณะ เช่น วัด ชุมชน โรงเรียน ในวันสำคัญทางศาสนา
  2. ร่วมกิจกรรมรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ

 

บทความก่อนหน้านี้เครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติ ลดต้นทุน อีกทางเลือกของเกษตรกร
บทความถัดไปมูลนิธิเอสซีจี ชวนสัมผัสพลังมหัศจรรย์หนังสือภาพ เสริมสร้างพัฒนาการ กระตุ้นการเรียนรู้เด็กปฐมวัย ในโครงการ “นำหนังสือดีสู่เด็กไทย ปีที่ 11”