สับปะรดห้วยมุ่น รสหวานฉ่ำ พืชเศรษฐกิจ ปลูกง่าย กำไรงาม

สับปะรดห้วยมุ่น เป็นผลไม้เปลือกบาง เนื้อผลสีเหลืองน้ำผึ้ง กลิ่นหอม รสหวานฉ่ำแบบธรรมชาติ กินไม่กัดลิ้นหรือมีกากใยช่วยในระบบการย่อยที่ดีต่อสุขภาพ เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ ปลูกง่าย กำไรงาม เกษตรกรได้จัดการปลูกในระบบเกษตรดีที่เหมาะสมเพื่อผลิตให้ได้ผลสับปะรดห้วยมุ่นคุณภาพนำออกสู่ตลาด ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เงินแสนบาทนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคง

เนื้อผลสีเหลืองน้ำผึ้ง กลิ่นหอม รสหวานฉ่ำกลมกล่อมแบบธรรมชาติ

คุณพี่บัวผัน มูลเงิน เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดห้วยมุ่น เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่ปลูกสับปะรดห้วยมุ่น 5 ไร่ ได้เริ่มปลูกเมื่อปี 2554 หลังการปลูกได้ดูแลรักษาที่ดีมีผลผลิตคุณภาพออกขาย แต่ด้วยความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น จึงเห็นว่าจะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ จึงเช่าพื้นที่ 20 ไร่ เพื่อปลูกสับปะรดเพิ่ม มีค่าใช้จ่ายในการเช่า 5,000 บาท ต่อปี ต่อไร่

การปลูกครั้งแรก ได้ไปซื้อหน่อสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียมา 20,000 หน่อ หน่อละ 1.50 บาท รวมเป็นเงิน 30,000 บาท ด้วยลักษณะภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมพื้นที่ปลูกมีความแตกต่างจากแหล่งปลูกเดิม จึงทำให้ได้ผลสับปะรดคุณภาพที่มีลักษณะเฉพาะถิ่น จึงเรียกว่า สับปะรดห้วยมุ่น เป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้ปลูกมีรายได้ มีความมั่นคง

คุณพี่บัวผัน มูลเงิน ปลูกสับปะรดห้วยมุ่น กำไรงาม

พื้นที่ปลูก

พื้นที่ปลูกสับปะรด มีลักษณะลาดเอียงระบายน้ำได้ดี เมื่อเตรียมแปลงแล้ว ถ้าเป็นการปลูกฤดูฝนได้วางหน่อเอียง 45 องศา เพื่อไม่ให้น้ำฝนขังในยอด ถ้าปลูกฤดูแล้งได้วางหน่อตั้งตรง ปลูกแล้วเกลี่ยดินกลบ กดดินพอแน่น ระวังอย่าให้ดินเข้าในยอดใบ เพราะจะทำให้ใบเน่า ก่อนปลูกได้ดึงใบล่างสุดออก 2-4 ใบ หลังปลูก 18-24 เดือน จะได้ผลสับปะรดแก่สุก

พื้นที่ลาดเอียง ปลูกแบบแถวคู่

การปลูกด้วยหน่อ

การปลูกด้วยหน่อ ได้คัดเลือกหน่อพันธุ์ขนาดเท่ากัน ปลูกในแปลงเดียวกัน เพื่อให้ต้นสับปะรดเจริญเติบโตเท่ากันและตัดเก็บได้พร้อมกัน ก่อนปลูกได้แช่หน่อพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช วางหน่อปลูกเกลี่ยดินกลบกดดินพอแน่น

การปลูกด้วยจุก

จุกเป็นส่วนที่เกิดจากการเจริญเติบโตอยู่ที่ปลายผลสับปะรด เมื่อจุกมีขนาดความยาวครึ่งหนึ่งของขนาดความยาวผลได้ตัดมาเป็นพันธุ์ปลูก วิธีปลูกได้วางหน่อลงในหลุมปลูก เกลี่ยดินกลบกดดินพอแน่น ระวังอย่าให้ดินเข้าไปในยอด เพราะจะทำให้ใบเน่าเสีย สับปะรดที่ปลูกด้วยจุกระบบรากจะแข็งแรงและเจริญเติบโตได้ดี

ปฏิบัติดูแลบำรุงรักษาที่ดีทำให้ติดผลคุณภาพ

การปฏิบัติดูแลบำรุงรักษา

ก่อนปลูกได้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกแห้งรองพื้น ในอัตรา 60-100 กิโลกรัม ต่อไร่ เพื่อช่วยให้การติดดอกติดผลดี ครั้งที่ 2 หลังปลูก 1-2 เดือน เป็นระยะเริ่มออกราก ใส่ปุ๋ย สูตร 21-0-0 ในอัตรา 1 ช้อนแกง ต่อต้น ครั้งที่ 3 เมื่อต้นสับปะรดอายุ 4-6 เดือน ใส่ปุ๋ย สูตร 21-0-0 ในอัตรา 1 ช้อนแกง ต่อต้น ครั้งที่ 4 ก่อนออกผล 1-2 เดือน ได้ใส่ปุ๋ย สูตร 21-0-0 ในอัตรา 1 ช้อนแกง ต่อต้น ครั้งสุดท้าย หลังการออกผลหรือบังคับผล ได้ฉีดพ่นปุ๋ยชีวภาพทางใบหรือฉีดพ่นธาตุอาหารเสริมพืชทางใบเพื่อช่วยทำให้ได้ผลสับปะรดคุณภาพ

การบังคับให้ออกดอก

เมื่อต้นสับปะรดอายุราว 12 เดือน ได้ใช้สารเอทิฟอน ในอัตรา 10 ซีซี ผสมกับน้ำ 20 ลิตร นำไปหยอดที่ยอด 70 ซีซี หยอด 2 ครั้ง ในเวลาเช้า ห่างกัน 7 วัน หลังการหยอดถ้ามีฝนตกต้องรีบมาหยอดใหม่ให้เร็วที่สุด

เปลือกผลสับปะรดเป็นสีมรกตเมื่อไม่แก่สุก

การให้น้ำ

ต้นสับปะรดต้องได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ในฤดูฝนให้ต้นสับปะรดได้รับน้ำจากน้ำฝน ในฤดูแล้งจะไม่ให้ขาดน้ำนาน ต้องคอยฉีดพ่นน้ำให้เต็มยอดสับปะรดทุก 7 วัน ต่อครั้ง จะทำให้ต้นสับปะรดเติบโตได้ผลผลิตคุณภาพ

การห่อผล

ก่อนตัดเก็บผลสับปะรด 45-60 วัน ได้นำฟางแห้งมาคลุมปิดผลสับปะรดเพื่อทำให้เปลือกผลสับปะรดสีสวย เนื้อเต่งเหมาะที่จะกินเป็นผลสดได้รสอร่อย ถ้าไม่คลุมด้วยฟางแห้งผลสับปะรดจะได้รับแสงแดดมาก อาจทำให้ผลสับปะรดด้อยคุณภาพ ได้จัดการคัดแยกออกมานำส่งขายให้กับโรงงานแปรรูปทำเป็นสับปะรดกระป๋อง

ผลสับปะรดแก่สุกพอดี เปลือกเป็นสีเหลือง 1 ใน 3 ของผล
ตัดเก็บให้มีก้านผลยาว 3-4 นิ้ว

การเก็บเกี่ยว

คุณพี่บัวผัน เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดห้วยมุ่น เล่าให้ฟังในท้ายนี้ว่า การเก็บเกี่ยว หลังจากบังคับให้ออกดอก 180 วัน เปลือกเป็นสีเหลือง 1 ใน 3 ของผล หรือระยะผลสับปะรดแก่สุก ได้เข้าไปตัดเก็บเวลาเช้าหรือเย็น ตัดให้มีก้านผลยาว 3-5 นิ้ว จะทำให้ได้ผลผลิตเฉลี่ย 4,800 กิโลกรัม ต่อไร่ นำไปเก็บรักษาไว้ในที่อากาศโปร่งเพื่อเตรียมส่งขาย
ตลาด

สับปะรดกินผลสดได้ขายให้กับพ่อค้าคนกลาง 11-13 บาท ต่อกิโลกรัม จะมีรายได้ 52,800-62,400 บาท ต่อไร่ ผลสับปะรดตกเกรดได้ขายแบบคละ 3-5 บาท ต่อกิโลกรัม ให้โรงงานแปรรูป หรือตัดแต่งพร้อมบริโภคขายเป็นรายได้ การปลูกสับปะรดห้วยมุ่นทำให้มีรายได้ต่อเนื่อง มีรายได้แสนบาทที่ยังไม่หักต้นทุนการผลิต ทำให้ครัวเรือนมีความมั่นคง

จัดสับปะรดห้วยมุ่นใส่ในภาชนะเพื่อเตรียมออกขาย
สับปะรดห้วยมุ่นคุณภาพ พืชเศรษฐกิจท้องถิ่นสำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์

จากแหล่งข้อมูล : สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ว่า พื้นที่การเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์มี 1,255,225 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ทำนา 593,196 ไร่ ทำพืชไร่ 268,848 ไร่ ทำพืชสวน 273,879 ไร่ และพื้นที่เกษตรอื่น 119,302 ไร่ การปลูกสับปะรดห้วยมุ่น คือสุดยอดผลไม้เศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีผู้นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย

สับปะรดห้วยมุ่น สินค้าจีไอ

สับปะรดห้วยมุ่น เป็นพืชเศรษฐกิจท้องถิ่น ปลูกง่าย โตไว กำไรงาม ได้ผลสับปะรดคุณภาพ เนื้อภายในผลสีเหลืองน้ำผึ้ง กลิ่นหอม หวานฉ่ำ กลมกล่อม กรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงมีประกาศเรื่อง การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สับปะรดห้วยมุ่น ทะเบียนเลขที่ สช 56100056 เพื่อแสดงความเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญประจำถิ่นจังหวัดอุตรดิตถ์

จังหวัดอุตรดิตถ์ มีเกษตรกรปลูกสับปะรดห้วยมุ่น 607 ราย พื้นที่ 19,596 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 4,950 กิโลกรัม ต่อไร่ หรือได้ผลผลิตรวม 97,000.20 ตัน การซื้อ-ขาย อยู่ที่ราคา 8-13 บาท ต่อกิโลกรัม ราคาเปลี่ยนแปลงตามกลไกตลาด

คุณภาพสับปะรดห้วยมุ่น

สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาการผลิตด้วยการจัดการฟาร์มที่เหมาะสม ให้ปลูกสับปะรดห้วยมุ่นในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP (Good Agricultural Practice) เพื่อให้ได้ผลสับปะรดคุณภาพเพื่อผู้บริโภค และส่งผลให้เกษตรกรยกระดับรายได้นำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคง

สับปะรดห้วยมุ่นคุณภาพ ตัดแต่งพร้อมบริโภค ทางเลือกเพิ่มรายได้
มาลองลิ้มชิมรสหวานฉ่ำสับปะรดห้วยมุ่นด้วยกันซิจ๊ะ

เรื่องราว สับปะรดห้วยมุ่น รสหวานฉ่ำ พืชเศรษฐกิจ ปลูกง่าย กำไรงาม เป็นวิถีทางเลือกที่เกษตรกรปลูกและผลิตในระบบ GAP เพื่อให้ได้ผลสับปะรดห้วยมุ่นคุณภาพสู่ตลาดผู้บริโภค สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ คุณพี่บัวผัน มูลเงิน 110/46 หมู่ที่ 6 ตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ โทร. 082-010-5494 หรือ สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ โทร. 055-440-894 ก็ได้ครับ

บทความก่อนหน้านี้สวก. จัดประชุมวิชาการ เปิดเวทีวิชาการด้านการเกษตร พร้อมโชว์งานวิจัยและนวัตกรรมด้านการเกษตรกว่า 150 โครงการ
บทความถัดไป“เท้ายายม่อม” แป้งจากพืชที่เหมาะกับคนมากที่สุด ของแท้หากินยาก ใกล้สูญพันธุ์