เร่งจัดอบรม GAP ฟาร์มจิ้งหรีด แปลงใหญ่ รุกเสริมเขี้ยวเล็บเกษตรกรไทยรองรับตลาดส่งออกปีละ 1,000 ล้าน

มกอช. สบช่องกระแสนิยมการบริโภคแมลงในตลาดโลกมาแรง เร่งจัดอบรม GAP ฟาร์มจิ้งหรีด แปลงใหญ่ รุกเสริมเขี้ยวเล็บเกษตรกรไทย รองรับอัตราการขยายตัวอุตสาหกรรมแมลงของไทยและเตรียมบุกตลาดส่งออก1,000 ล้าน ในตลาดโลกชี้ “จิ้งหรีด” จะกลายเป็น”อาหารใหม่” ที่สำคัญต่อการพัฒนาความมั่นคงทางอาหารของโลก

นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ปัจจุบันกระแสการบริโภคแมลงในตลาดโลกโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (อียู) กำลังมาแรง ส่งผลให้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ เอฟเอโอ (Food and Agriculture Organization of the United Nations; FAO) ได้ส่งเสริมให้คนหันมาบริโภคจิ้งหรีด ซึ่งเป็นแมลงที่บริโภคได้ เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ที่มีราคาถูกและสามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น

นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์

ปัจจุบัน มีการค้าขายจิ้งหรีดในรูปแบบสด แช่แข็ง รวมถึงแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ทอด คั่ว หรือบรรจุกระป๋อง รวมทั้งทำเป็นผงบดเพื่อแปรรูปเป็นแป้งที่นำไปเป็นส่วนผสมในการผลิตผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ โดยปัจจุบันมีการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าที่สำคัญ เช่น สหภาพยุโรป จีน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น

ซึ่งที่ผ่านมา มกอช. ได้ส่งเสริมเกษตรกรไทย เลี้ยงจิ้งหรีดพร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อรองรับการยกระดับมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีด ทั้งสายพันธุ์ทองดำ ทองแดง และสะดิ้งกว่า 20,000 ฟาร์ม กำลังการผลิตจิ้งหรีดรวมมากกว่า 7,000 ตัน ต่อปี ป้อนตลาดทั้งภายในและต่างประเทศมีมูลค่าประมาณ 1000 ล้านบาท โดยเข้าไปส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในช่วงหลังการทำนาหรือในช่วงฤดูแล้ง

เนื่องจากรัฐบาลได้เล็งเห็นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพและมีความชำนาญในการเพาะเลี้ยงแมลงในเชิงพาณิชย์ เช่น จิ้งหรีด เนื่องจากเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่และน้ำน้อยในการเลี้ยง รวมทั้งไม่ต้องใช้เทคโนโลยีและต้นทุนในการเลี้ยงที่สูง จึงเหมาะสมกับพื้นที่แห้งแล้งหรือพื้นที่ชนบท

ดังนั้น เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดและกระแสนิยมการบริโภคแมลงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต มกอช. จึงได้พิธีเปิดการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดตามมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มจิ้งหรีด ภายใต้นโยบายการเกษตรแบบแปลงใหญ่ให้แก่เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่จิ้งหรีดจังหวัดพิจิตร

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่จิ้งหรีดมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนดตามมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มจิ้งหรีดและเพื่อให้กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่จิ้งหรีดมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคู่มือการตรวจประเมิน (Checklist) สำหรับมาตรฐานฟาร์มจิ้งหรีด และขั้นตอนการยื่นขอการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มจิ้งหรีด

นางสาวจูอะดี กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ โดย มกอช. ได้ประกาศมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มจิ้งหรีด (มกษ. 8202-2560) เป็นมาตรฐานทั่วไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อความปลอดภัยของผลิตผลจากจิ้งหรีด โดยมีกรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการตรวจรับรองตามมาตรฐานฟาร์มจิ้งหรีด (มกษ. 8202-2560)

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้กำหนดนโยบายการเกษตรแบบแปลงใหญ่ขึ้น โดยเป็นการดำเนินงานในลักษณะของการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยในการวางระบบการผลิตและการบริหารจัดการในพื้นที่แปลงใหญ่ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการผลิตสินค้าเกษตรโดยยึดพื้นที่และสินค้าเกษตรเป็นหลัก ทำให้เกิดการประหยัดจากขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้น เป็นการเพิ่มอำนาจการต่อรองของเกษตรกร ทั้งการจัดหาปัจจัยการผลิตและการจำหน่ายผลิตผลที่ได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรในกลุ่มแปลงใหญ่สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานได้ในต้นทุนที่ต่ำลง มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น และมีเสถียรภาพด้านรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น

แมลงหลายชนิดรวมทั้งจิ้งหรีดถือเป็นความหวังสำคัญต่อการพัฒนาความมั่นคงทางอาหารของโลก เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนที่สามารถใช้เป็นวัตถุดิบอาหารมนุษย์และสัตว์ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ต้นทุนการผลิตต่ำ ปริมาณแลกเนื้อสูง ต้องการอาหารและน้ำในปริมาณที่น้อย ทำให้สามารถเลี้ยงได้ในพื้นที่แห้งแล้งที่ไม่สามารถเพาะปลูกผลผลิตอื่นๆ ได้

โดยที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ ได้เร่งส่งเสริมและพัฒนาการผลิตจิ้งหรีด โดยมีเป้าหมายขยายพื้นที่ผลิตจิ้งหรีดภายใต้ระบบส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ในหลายจังหวัด อาทิ พื้นที่อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ และอำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิต แปรรูป และขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศต่างๆ รวมถึงสหภาพยุโรป ตอบสนองต่อกระแสนิยมการบริโภคแมลงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแนวโน้มความความต้องการเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มขีดความสามารถรองรับการแข่งขันสินค้าจิ้งหรีดและผลิตภัณฑ์ และสินค้าแมลงของไทยในตลาดโลกในอนาคต

บทความก่อนหน้านี้“ฝรั่ง” ปลูกได้ดี ข้อสำคัญคือ “ถ้ามีแรงงาน”
บทความถัดไปปิดไตรมาสแรก “ดัชนีเศรษฐกิจเกษตร” ปรับตัวขึ้น “ดัชนีรายได้เกษตรกร” ลดลง