มังคุดภาคตะวันออก-ใต้ราคาดิ่งเหว “ผลผลิตล้น-วิกฤตแรงงานขาด” กุมขมับทั้งห่วงโซ่

ปีทองผลไม้ภาคตะวันออกสะดุด มังคุดปลายฤดูชนมังคุดใต้ ทำผลผลิตล้นตลาด ฝนตกหนักซ้ำทำผลผลิตเสียหาย ฉุดราคาดิ่งเหวทั้ง 2 ภาค เหลือ กิโลกรัมละ 5-10 บาท ซ้ำเติมต่อด้วยปัญหาแรงงานขาด ชะงักทั้งห่วงโซ่ ด้านเกษตรจังหวัดเมืองจันท์เผยผู้ว่าฯเรียกล้งช่วยรับซื้อตรงเกษตรกร คาดปัญหาคลี่คลายเร็วเพราะมังคุดรุ่นท้ายเหลือไม่เกิน 30% เตรียมเสนอผู้ว่าฯวิธีแก้ไข 3 ข้อ ด้านล้งบ่นอุบแรงงานขาด รับซื้อมากไม่ไหว ชี้รัฐต้องวางแผนล่วงหน้า ขณะที่เกษตรกรภาคใต้โอดราคาขายดิ่งสุดรอบ 20 ปี สวนทางต้นทุน ทยอยโค่นทิ้งหันปลูกมะพร้าว ปาล์มแทน

นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร เกษตรจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ราคามังคุดตกต่ำเวลานี้ มีปัญหาสำคัญคือชาวสวนขาดแคลนแรงงานคัดเกรดส่งให้ล้ง ทำให้ต้องขายคละราคาเดียว ขณะที่ล้งส่งตลาดต่างประเทศจำเป็นต้องคัดเกรด แต่แรงงานไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถรับซื้อเพิ่มขึ้นได้มาก อย่างไรก็ตาม ปัญหามังคุดล้นตลาดน่าจะคลี่คลายภายใน 7-8 วัน เพราะผลผลิตมังคุดเมืองจันท์เหลือไม่เกิน 30% หรือ 35,000 ตัน ดังนั้น ภาคเกษตรต้องชะลอการเก็บเพื่อไม่ให้ผลผลิตออกมากระจุกตัวตามล้ง แล้วกลไกราคาจะปรับขึ้นเอง นายอาชว์ชัยชาญกล่าวอีกว่า ภายหลังการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตร ระดับจังหวัด (คพจ.) โดย นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้ขอให้ผู้ประกอบการ (ล้ง) ใหญ่ 4 แห่ง คือ แผงอรษา คมบาง บริษัท ริชฟิลด์เฟรซฟรุ๊ต จำกัด บริษัท กรีนฟรุตส์ จำกัด และบริษัท เคเอเอฟ อิมพอร์ต แอนด์ เอ็กซ์พอร์ต จำกัด เปิดจุดรับซื้อเพิ่มขึ้น 4 แห่ง โดยให้เกษตรกรรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มมังคุดเพื่อคัดเกรดขายตรงให้ล้งไม่ผ่านพ่อค้าเร่ พร้อมกำชับให้พาณิชย์หาตลาดปลายทางเพิ่มขึ้นแล้วล่าสุด มติที่ประชุมรอเสนอวิธีแก้ไขปัญหาต่อผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี คือ 1. จังหวัดจะหาตลาดรับฝากขายมังคุดคละดำกิโลกรัมละ 15 บาท โดยมีจุดรับซื้อ 3 จุด คือ เทศบาลพลับพลานารายณ์ อบต.ตรอกนอง อำเภอขลุง และหน้าที่ว่าการอำเภอคิชฌกูฏ 2. เปิดจุดรับซื้อเพิ่มขึ้น 3 สหกรณ์ คือ สหกรณ์การเกษตรขลุง สหกรณ์การเกษตรมะขาม สหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฏ และ 3. บริษัทประชารัฐสามัคคี หอการค้าจังหวัดจันทบุรี จัดคาราวานจำหน่ายปลีกในกรุงเทพฯ และให้เกษตรกรฝากขายชมรมบิสคลับ รับซื้อมังคุดกากในราคากิโลกรัมละ 18 บาท ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด

 

ล้งมึนแรงงานขาด

นายสมศักดิ์ เลิศสำโรง หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อ บริษัท เคเอเอฟ อิมพอร์ต แอนด์ เอ็กซ์พอร์ต จำกัด กล่าวว่า ปัญหาราคามังคุดตกต่ำทางแก้ไขควรใช้งบฯภาครัฐซื้อกระจายผลผลิตออกไป ไม่ทุ่มตลาดขายราคาถูก หรือทับซ้อนกับตลาดของล้ง เช่น ตลาดไท ตลาดชายแดน รถพ่อค้าเร่ หรือผู้บริโภคทั่วๆ ไป จะทำให้ของล้นเหมือนเดิม ควรหาตลาดใหม่ๆ เช่น ค่ายทหาร ราชทัณฑ์ โรงเรียน โรงพยาบาลทั่วประเทศ ซึ่งหน่วยราชการมีงบฯ ค่าอาหารอยู่แล้ว”หน่วยงานภาครัฐต้องวางแผนแก้ปัญหาล่วงหน้า ไม่ใช่ล้งแก้ปัญหา เพราะถ้าล้งต้องซื้อมากเกินไป แรงงานต่างด้าวที่มีอยู่ทำไม่ไหว แม้จะให้เงินเพิ่มวันละ 500-600 บาท บางคนหนีกลับบ้าน ถ้าต้องรับซื้อของใหม่ทุกวัน แต่ของเก่าแพ็กไม่หมดก็ต้องระบายด้วยการตัดขายเป็นตกไซซ์ทำให้ล้งขาดทุน” นายสมศักดิ์ กล่าว

ด้าน นายมณฑล ปริวัฒน์ ทายาทรุ่นใหม่ “ล้งอรษาคมบาง” จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ปัญหาตอนนี้คือมังคุดมีปริมาณมาก ทั้งของจันทบุรีและมังคุดใต้ เมื่อส่งไปปลายทางระบายออกไม่หมด ต้องชะลอการซื้อ หรือลดราคาลงมา นอกจากนี้ยังมีปัญหาขาดแคลนแรงงาน และมังคุดเสียหายจากปริมาณฝนมาก ทำให้ปลายทางกดราคา จนเกิดภาพว่าล้งกดราคา หรือไม่รับซื้อเกษตรกร อย่างไรก็ตาม แนวทางแก้ไขที่จังหวัดจะให้เกษตรกรรวมตัวกันขายผลผลิตให้ล้งนั้น แนะนำว่าต้องวางแผนการบริหารจัดการทั้งเครื่องมือ แรงงาน ตลาดให้ชัดเจน เนื่องจากล้งมีแรงงานไม่เพียงพอ

สหกรณ์ตราดรับซื้อส่งนอก

นายประสิทธิ์ นาคดี พาณิชย์จังหวัดตราด กล่าวว่า มังคุดจังหวัดตราดเก็บผลผลิตไปแล้ว 90% เหลือประมาณ 2,000 ตัน โดยต้นเดือนกรกฎาคมราคาตกต่ำ เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต เพราะเป็นรุ่นสุดท้ายก่อนแรงงานต่างด้าวจะรีบเดินทางกลับประเทศ จากปัญหากฎหมายแรงงานต่างด้าวฉบับใหม่ ในส่วนภาครัฐได้ดำเนินการหาตลาดไว้ล่วงหน้า โดยให้เกษตรกรที่ไม่มีที่ขายให้คัดเกรดและนำไปขายให้จุดรวบรวม 3 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรบ่อไร่ อำเภอบ่อไร่ สหกรณ์การเกษตรเขาสมิง จำกัด และสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคเกษตรกร จังหวัดตราด จำกัด อำเภอเขาสมิง ซึ่งจะเป็นตัวกลางรับซื้อไปจำหน่ายที่พาณิชย์หาตลาดไว้ล่วงหน้า นอกจากนี้ ได้ประสานกับผู้ประกอบการนำเข้าจีนที่ต้องการมังคุดเกรดคุณภาพเพิ่มปริมาณอีกวันละ 60 ตัน

นายธนภัทร จาวินิจ ผู้จัดการสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคเกษตรกร จังหวัดตราด จำกัด กล่าวว่า ทั้งชาวสวนและสหกรณ์มีปัญหาเรื่องแรงงานเหมือนกัน สหกรณ์รับซื้อและต้องไปคัดเกรดเอง เพื่อส่งตลาดลองเบียนที่ฮานอย ประเทศเวียดนาม สิบสองปันนาที่จีน และจังหวัดเชียงราย ด้วยระบบของสหกรณ์ต้องรับซื้อของสมาชิก และได้ขอโควตาจากบริษัทที่ส่งออกเพิ่มอีกวันละ 10 ตัน เพื่อช่วยเกษตรกรที่มีปัญหา ด้วยการซื้อราคานำตลาด 2-3 บาท

ด้าน นายธานินทร์ ยิ่งสกุล เกษตรกรบ้านหนองแฟบ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด กล่าวว่า ตนเองมีมังคุด 400 ต้น ผลผลิตเริ่มเก็บได้ 2-3 ตัน ในช่วงราคาลงต้นเดือนกรกฎาคม นำขายล้งใกล้บ้านราคาเพียงกิโลกรัมละ 8-10 บาท ซึ่งชาวสวนอยู่ไม่ได้ เพราะต้นทุนค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าเก็บที่สูงถึง 5-6 บาท ต่อกิโลกรัม ต้องการให้หน่วยงานรัฐช่วยหาตลาดระบายผลผลิต หรือมีห้องเย็นให้เก็บชะลอไม่ให้มังคุดล้นตลาดเพื่อจะได้ดึงราคาขึ้น โดยราคาที่เหมาะสมน่าจะอยู่ที่ 30 บาท

 

หน้าสวนชุมพรดิ่ง 5 บาท/กิโลกรัม

นายบรรจบ สงัดศรี อายุ 47 ปี ชาวสวนจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ทำสวนมังคุดมา 20 ปี มี 4 ไร่ ราว 55 ต้น โดย 2 ปีที่แล้วมังคุดราคาขึ้นสูงสุดถึงกิโลกรัมละ 130 บาท แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยมีอีกเลย โดยเฉพาะในปีนี้ผลผลิตมังคุดเริ่มทยอยออกตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งราคาขายหน้าสวนอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 35-40 บาท

แต่หลังจากนั้นราคาก็เริ่มลดลงมาเรื่อยๆ ล่าสุดราคามังคุดหน้าสวนอยู่ที่กิโลกรัมละ 5-7 บาท ถือว่าเป็นราคาที่ต่ำที่สุดเท่าที่เคยทำมา ขณะที่ราคามังคุดที่ตลาดอยู่ที่กิโลกรัมละ 12-13 บาทเท่านั้น ตอนนี้ไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแนะนำหรือให้คำปรึกษาเลยว่าควรจะทำอย่างไร

“มังคุดชุมพรจะเริ่มมีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคมของทุกปี พอถึงเดือนกันยายนก็จะหมดฤดูแล้ว ปีนี้ยอมรับว่าราคาตกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มีชาวสวนหลายคนเริ่มทยอยโค่นต้นมังคุดทิ้ง แล้วหันไปปลูกมะพร้าวหรือปาล์มน้ำมันแทน เพราะขืนปลูกมังคุดต่อไปก็คงมีแต่ขาดทุน โดยเฉพาะคนที่ต้องจ้างแรงงานเก็บมังคุด ตอนนี้ต้นทุนกับราคาขายสวนทางกันจนไม่สามารถทำสวนมังคุดต่อไปได้ ส่วนผมกำลังปรึกษากับครอบครัวว่าควรจะโค่นทิ้งต้นมังคุดดีหรือไม่” นายบรรจบ กล่าว

 

ขอบคุณข้อมูลจากประชาชาติธุรกิจ

บทความก่อนหน้านี้พณ.เข้มเอาผิด-โกงเครื่องชั่ง
บทความถัดไปธีธัช สุขสะอาด หน้าเสื่อแก้ยางวูบ