จากพ่อค้าแผงผัก หันมาปลูกผักอินทรีย์ บนพื้นที่ 2 งาน ทำเงินหลักหมื่นต่อเดือน เก็บขายได้ทุก 45 วัน

กว่าจะมาเป็น “สวนผักหลังบ้าน” ก่อนหน้านี้ทำมาแล้วหลายอย่าง แต่ที่ทำมาตลอดคือการปลูกผัก เริ่มต้นจากปลูกผักสวนครัวเก็บขายตลาดนัดแถวบ้าน จากความสงสัยผักสลัดที่อยู่บนจานสเต๊กทำไมราคาถึงแพง ลองหาข้อมูล ลองผิดลองถูกจากประสบการณ์จนประสบความสำเร็จ 

คุณปรเมนทร์ ประมะโข หรือ คุณต้น อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ที่ 6 ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด จากพ่อค้าขายผักเริ่มจากความชอบปลูกผัก  เดิมปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ แต่ก็ได้ปรับเปลี่ยนเนื่องจากต้นทุนสูง จนปัจจุบันปลูกผักสลัดอินทรีย์เต็มตัว บนพื้นที่ 2 งาน ปลูกผักสลัดหลากหลายสายพันธุ์ เช่น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค ผักสลัดแก้ว คอส บัตเตอร์เฮดก็มี และผักกาดหอมอิตาลี ทำรายได้หลักหมื่นต่อเดือน ผลตอบรับดีเกินคาด ออร์เดอร์เยอะไม่พอขาย 

คุณต้น บอกว่า เริ่มต้นที่จริงหลักร้อยก็สามารถเริ่มปลูกผักอินทรีย์ได้ ทำไม่ยาก ใครๆ ก็สามารถทำได้ ปัจจัยหลักของการปลูกผักอินทรีย์ เน้นการดูแลแบบธรรมชาติล้วนๆ ไม่ใช้ทั้งปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เน้นใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการเพาะปลูกอย่างการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เพื่อให้พืชแข็งแรงต้านโรคต้านศัตรูพืชได้

พัฒนาต่อยอดจากผักสด และขายเมล็ดพันธุ์หลังมีผู้คนให้ความสนใจไม่น้อย จึงได้เพาะเมล็ดจำหน่ายอีกทั้งมีให้เลือก 20 กว่าชนิด ราคาเพียง 35 บาทเท่านั้น แถมพร้อมวิธีการเพาะ การปลูก การเก็บเกี่ยว รับประกันการงอกอีกด้วย คุณต้น บอกเคล็ดลับการเพาะเมล็ดของที่สวนง่ายไม่กี่ขั้นตอน ทำตามกันได้   

วิธีการเพาะเมล็ดผักสลัด

  1. เพาะเมล็ด เพาะต้นกล้า เริ่มบ่มประมาณ 2 วัน บ่มในวัสดุเพาะรอจนกว่าจะงอก
  1. ใช้วิธีควบแน่น กักเก็บความชื้น พอต้นกล้าเริ่มงอก 2 วันแรก เอาไปวางในพื้นที่ที่มีแสงสว่างแต่ยังไม่ต้องให้โดนแดด แค่ให้โดนแสงพอรำไร
  2. หลังจาก 5 วัน ต้นกล้าเริ่มมีใบงอกขึ้นมา 2 ใบ ก็จะทำการย้ายลงถาดเพาะ ก็จะใช้ระยะเวลาอยู่ในถาดเพาะประมาณ 2 สัปดาห์ แสงแดด 50% ต้องโดนแดดทั้งวัน ถ้ากลางแจ้งต้องมีซาแรนบัง ห้ามโดนแดดโดยตรง

ขั้นตอนการปลูกผักสลัดของคุณต้น หลังจากที่ทำการเพาะเมล็ดจนได้ต้นกล้าที่แข็งแรงดีแล้ว  ให้นำต้นกล้าลงไปปลูกที่แปลง จะเว้นระยะห่างต่อต้นประมาณ 25-30 เซนติเมตร หรือใช้มือวัดคืบหนึ่ง ขึ้นอยู่กับผักชนิดที่ปลูก  ตั้งแต่เพาะเมล็ดจนถึงช่วงเวลาเก็บเกี่ยว ใช้ระยะเวลาประมาณ 45 วัน จึงได้ผลผลิตที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ โดยราคาผักสลัดจำหน่ายที่หน้าสวนจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บาท ทำรายได้จากการขายผักสลัด เฉลี่ย 2-3 หมื่นบาทต่อเดือน สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ยิ่งช่วงนี้ผู้คนส่วนใหญ่หันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น 

หลังจากที่ปลูกลงแปลง ก็ต้องหมั่นดูแลเอาใจใส่ ตั้งแต่การใส่ปุ๋ยหมักจะเน้นเป็นพวกผักกินใบ เน้นธาตุอาหารที่เป็นไนโตรเจน ระยะเวลาในการใส่ปุ๋ยจะเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกตอนลงแปลงได้ 1 สัปดาห์ และหลังลงแปลงได้ประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นดูแลใส่น้ำหมักปลา ตั้งแต่ระยะเพาะกล้าไปจนถึงอายุประมาณ 30 วัน และสุดท้ายก็จะให้เป็นน้ำหมักผลไม้ช่วยเพิ่มรสชาติ ระหว่างนั้น ให้รดน้ำช่วงเช้าประมาณ 8 โมงและช่วงเย็นประมาณ 4 โมงเย็น ส่วนพวกโรคและแมลงที่พบส่วนใหญ่จะเป็นโรคเชื้อรา จะใช้น้ำหมักยาสูบของสูตรเฉพาะของที่สวน ใช้สลับกับน้ำส้มควันไม้ เพื่อป้องกันโรคและแมลง โดยจะฉีดพ่น 3 วันครั้ง ต้องดูแลหลายอย่าง ค่อนข้างต้องเอาใจใส่เพราะมันเป็นอินทรีย์

การปลูกอินทรีย์ที่ต้องระวังจำพวกพวกแมลง เชื้อรา ศัตรูพืช อีกอย่างที่สำคัญเป็นหัวใจหลักเลยก็คือ ต้องให้ผู้บริโภคปลอดภัยที่สุด ตั้งแต่กระบวนการเก็บเกี่ยว ต้องล้างน้ำ 1-2 น้ำ ต้องล้างเศษวัสดุ ล้างดิน ให้สะอาด แพ็กใส่ถุงเพื่อเตรียมส่งลูกค้า เน้นความสะอาด ถ้าแบบอินทรีย์เต็มร้อยได้มาตรฐานจะประมาณนี้

นอกจากจำหน่ายที่สวน ยังมีการทำการตลาดในเพจเฟซบุ๊กและแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น shoppee Lazada จะเน้นเป็นพวกวัสดุการเพาะปลูก ขายเมล็ดพันธุ์ ดินปลูก น้ำหมักต่างๆ ปุ๋ยมูลไส้เดือน เฉลี่ยต่อวันขายได้ประมาณ 30 ออร์เดอร์ เรียกได้ว่าทุกวันนี้ไม่พอจำหน่าย

คนที่อยากจะเริ่มต้นต้องยอมรับว่าการเริ่มต้นต้องใช้ประสบการณ์และเงินทุน ระยะเวลา ถ้าใครมีงานอยู่แล้วอยากให้ลองทำเสริมดูก่อน ลองลงมือทำในพื้นที่ของตัวเอง จริงๆ ต้นทุนเริ่มต้นมันไม่ได้สูง ไม่เหมือนปลูกผักชนิดอื่น ถ้าลองทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จก็ไม่เป็นไร เพราะเราลงทุนจากหลักร้อย ต้องลองผิดลองถูก ของแบบนี้มันต้องใช้เวลา ไม่ใช่ว่าปลูกแล้วจะได้เลย เพื่อหาประสบการณ์ในการปลูกให้ได้ผลผลิตที่ดี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติ่มโทร. 098-630-4709 หรือติดต่อได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : สวนผักหลังบ้าน 

#สวนผักหลังบ้าน #เกษตรอินทรีย์ #ผักสลัด #เทคโนโลยีชาวบ้าน #technologychaoban