บึงกาฬจัดเต็ม “งานวันยางพาราบึงกาฬ 2562” เอาใจชาวสวนยางได้เรียนรู้นวัตกรรม-เปิดตลาดยางไทยสู่เวทีโลก

จังหวัดบึงกาฬ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ เดินหน้าจัดงาน “วันยางพาราบึงกาฬ 2562” เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางได้เรียนรู้นวัตกรรมแปรรูปยาง เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ และเป็นเวทีการค้าเชื่อมโยงสินค้ายางไทยสู่ตลาดโลก  มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการค้ายางพาราของภูมิภาคอาเซียน

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. จังหวัดบึงกาฬ และองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)บึงกาฬ หน่วยงานราชการและภาคเอกชน ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “วันยางพาราบึงกาฬ 2562” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 13-19 ธ.ค.2561 ณ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองบึงกาฬ  จังหวัดบึงกาฬ ภายใต้แนวคิด“บึงกาฬ ศูนย์กลางยางพารา เศรษฐกิจก้าวหน้า การค้าก้าวไกล”

นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ริเริ่มการจัดงาน และในฐานะประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์  เปิดเผยว่า  ปัจจุบัน จังหวัดบึงกาฬเป็นแหล่งปลูกยางพารามากที่สุดในพื้นที่ภาคอีสาน เนื้อที่ประมาณ 1.3 ล้านไร่  คณะผู้จัดงานเล็งเห็นความสำคัญของอาชีพการทำสวนยาง จึงได้จัดงานวันยางพาราบึงกาฬต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 7 เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้เรื่องยางพารา ตั้งแต่ต้นน้ำ –กลางน้ำ- ปลายน้ำ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้ายางพารา ให้พี่น้องชาวสวนยางมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง และใช้งานดังกล่าวเป็นเวทีเชื่อมโยงการค้ากับนานาประเทศ เช่น จีน เวียดนาม สปป.ลาว ฯลฯ

“การจัดวันยางพาราบึงกาฬที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ในวงการยางพารามากมาย เช่น นวัตกรรมการก่อสร้างถนนยางพารา การก่อตั้งโรงงานแปรรูปหมอนยางพารา นวัตกรรมเครื่องกรีดยาง ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้  รับเบอร์วัลเลย์ผู้ค้ายางรายใหญ่จากจีน เตรียมนำเสนอ นวัตกรรมเครื่องกรีดยางรุ่นใหม่ ทำงานด้วยระบบมอเตอร์ โดยอาศัยแรงคนกรีดยางตามปกติ แต่กรีดยางได้เร็วกว่าเดิม แถมได้หน้ายางเรียบ ช่วยยืดอายุการกรีดต้นยางได้ยาวนานขึ้น โดยทั่วไป แรงงานที่ใช้มีดกรีดยางทั่วไป จะกรีดยางได้ 700-800 ต้น/คน/วัน แต่นวัตกรรมชิ้นนี้ จะทำให้กรีดยางได้มากกว่าเดิม เฉลี่ย 1,000 ต้น/คน/วัน” นายพินิจกล่าว

ด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า  ทางจังหวัดได้มอบหมายให้ องค์กรปกครองท้องถิ่นและหน่วยราชการต่างๆ จัดสรรงบประมาณสำหรับก่อสร้างถนน มาใช้ในดำเนินงานก่อสร้างถนนยางพาราแอสฟัลท์และถนนพาราดินซีเมนต์ตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งสั่งการให้โรงพยาบาลและหน่วยงานราชการที่จำเป็นต้องใช้หมอนและที่นอนสั่งซื้อที่นอนและหมอนที่ทำจากยางพารา เพื่อช่วยให้มีการระบายการใช้น้ำยางพารา ออกจากตลาดให้มากที่สุด

นายนิพนธ์ คนขยัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า  ภาวะราคายางพาราตกต่ำในขณะนี้ เกษตรกรชาวสวนยางอยู่ได้ แต่อยู่แบบทรมาน  เพราะเงินรายได้หดหายไปเยอะมาก ผมอยากให้รัฐบาลช่วยปลดล็อคกฎหมายเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง เปิดโอกาสให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดซื้อผลิตภัณฑ์ยางพาราแปรรูป ซึ่งผลิตโดยสถาบันเกษตรกร เช่น  หมอนยางพารา  ที่นอนยางพารา สนามเล่นตระกร้อ  สนามฟุตซอล  ฯลฯ  ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นเช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  โรงพยาบาล ฯลฯ  เพราะนอกจากประชาชนจะได้รับประโยชน์จากนโยบายดังกล่าวแล้ว ยังช่วยระบายยางพาราออกจากตลาด ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำไปพร้อมๆ กัน

ด้านนายโทนี่ เฉิน หรือ เฉินหู้เซิง ในฐานะผู้อำนวยการของสำนักงานตัวแทนบริษัท รับเบอร์ วัลเล่ย์ กรุ๊ป ผู้ค้ายางรายใหญ่ของจีน เปิดเผยว่า  ทางบริษัทได้สั่งซื้อหมอนยางพารา จากชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดบึงกาฬ จำกัด ล็อตแรก 2,001 ใบ โดยนำไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในชื่อ”บึงกาฬ”  เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้ายางพาราของจังหวัดบึงกาฬ เพราะหมอนยางพาราราของบึงกาฬมีคุณภาพดีเป็นที่ชื่นชอบของชาวจีนอย่างมาก  คาดว่าปีหน้าจะมีโอกาสส่งออกหมอนยางของจังหวัดบึงกาฬได้เพิ่มขึ้นเป็นหมื่นหรือแสนใบได้ไม่ยาก

นายกมลดิษฐ สมุทรโคจร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้จำหน่ายคาราบาวแดง เครื่องดื่มระดับโลก เปิดเผยว่า  สำหรับพิธีเปิดงานวันยางพาราบึงกาฬ ในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ ทางบริษัทเตรียมจัดแสดงคอนเสิร์ตวงคาราบาว นำโดยแอ๊ด คาราบาว พร้อมจัดกิจกรรมคืนกำไรให้กับผู้บริโภคที่ซื้อเครื่องดื่มคาราบาวแดงภายในงานวันยางพาราบึงกาฬ จะได้รับคูปองชิงโชคมากมาย ทั้งทีวี ตู้เย็น และมอเตอร์ไซด์ นอกจากนี้ทางคาราบาวยังให้การสนับสนุนการแข่งขัน “ ไทยแลนด์ลูกทุ่งคอนเทสต์ 2019 ” อย่างยิ่งใหญ่ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 500,000 บาท

พล.ต.ท.ดร.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ประธานที่ปรึกษา บริษัทในเครือประวิทย์กรุ๊ป ผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยไข่มุก ตราเรือใบไข่มุก และปุ๋ยมรกต ตรารุ่งอรุณ  กล่าวว่า  ทางบริษัทสนับสนุนการจัดงานวันยางพาราบึงกาฬ โดยมอบปุ๋ยเป็นของรางวัล ในกิจกรรมการแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์ประเทศไทย รวมทั้งสนับสนุบชุดกีฬาและอุปกรณ์กีฬาให้แก่เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม การแข่งขันบึงกาฬฟุตซอลคัพ 2019  นอกจากนี้ ทางบริษัทได้ออกบู๊ทขายสินค้าปุ๋ยคุณภาพดีสำหรับเกษตรกรชาวสวนยางพาราในราคาพิเศษอีกด้วย

ส่วนนายประชา เกษลี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบึงกาฬ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า  เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐนำยางพารามาใช้ก่อสร้างถนนมากขึ้น ทางโครงการชลประทานบึงกาฬจึงได้นำงบประมาณประจำปี 2561 มาใช้ก่อสร้างถนนลาดยางพารา จำนวน 2 โครงการ คือ ถนนยางพาราแอสฟัลติก บริเวณสันเขื่อนประตูระบายน้ำห้วยคาด  ความยาว 1.3 กม. ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำยางพาราข้น 60 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 1.8-3.0 ตัน ส่วนอีกแห่งเป็นโครงการก่อสร้างถนนบริเวณประตูระบายน้ำห้วยบางบาด ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ ระยะยาวประมาณ  2.4 กม. ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำยางพาราข้น 60 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 6 ตัน

และปีงบประมาณ 2562 ชลประทานบึงกาฬ จะดำเนินงานก่อสร้างถนนยางพาราดินซีเมนต์ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยซำ อ.โซ่พิสัย และอ่างเก็บน้ำห้วยสหาย อ.บุ่งคล้า ซึ่งจะใช้น้ำยางพาราเป็นส่วนผสมในการก่อสร้างถนนยางเพิ่มขึ้นกว่าเดิมประมาณ 10 เท่าตัว  ทั้งนี้เกษตรกรชาวสวนยางพาราและผู้สนใจสามารถแวะชมนิทรรศการถนนยางพารา ของโครงการชลประทานบึงกาฬ ได้ในงานวันยางพาราบึงกาฬตั้งแต่วันที่ 13-19 ธ.ค.นี้  ณ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองบึงกาฬ  จังหวัดบึงกาฬ

สำหรับการจัดงาน “วันยางพาราบึงกาฬ 2562” ในครั้งนี้ จัดงานยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา  โดยจัดแบ่งโซนนิทรรศการและกิจกรรมออกเป็น 12 โซน อาทิ โซนบึงกาฬรวมใจ เทิดไท้องค์ราชา จัดแสดงสวนไฟเฉลิมพระเกียรติอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมด้วยนิทรรศการ “ปกแผ่นดิน…บดินทร” เล่าเรื่องจากปกหนังสือพิมพ์ หนังสือ และนิตยสารต่างๆ ตั้งแต่ประสูติจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงนิทรรศการภาพกิจกรรมจิตอาสาโครงการ “เราทำความดีด้วยหัวใจ” และภาพที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวบึงกาฬ โซนบึงกาฬเมืองก้าวหน้า นำเสนอยุทธศาสตร์ทิศทางการพัฒนาและวิสัยทัศน์ในการสร้างบึงกาฬให้น่าอยู่ ยุทธศาสตร์และผลงานที่พร้อมผลักดันให้ชุมชนเข้มแข็งขององค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ เรียนรู้ “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” กับศูนย์การเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา พร้อมกิจกรรมร่วมแสดงความคิดเห็น “ไปไหนดีที่บึงกาฬ”

โซนบึงกาฬลานเด็กเล่น ปีนี้มีความพิเศษที่กิจกรรมห้องเรียนธรรมชาติ กับการสอนทักษะดูนกเบื้องต้น และพาไปดูนกที่บึงโขงหลง พื้นที่ชุ่มน้ำโลกในจังหวัดบึงกาฬ ที่มีนกกว่า 167 ชนิด, ห้องเรียนท้องฟ้าและวิทยาศาสตร์ สนุกได้ความรู้กับการดูเมฆ, ห้องเรียนศิลปะกับเทคนิคการระบายสีไม้ สีน้ำ วาดการ์ตูน และกิจกรรมมหัศจรรย์การพับกระดาษแบบโอริงามิ “เสกกระดาษ…สร้างศิลป์สนุก”

นอกจากนี้มี โซนเปิดโลกยางพารา นวัตกรรมการค้าและการลงทุน นำเสนอนิทรรศการความสามัคคีในกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางในจังหวัดบึงกาฬ นำไปสู่การรวมกลุ่มกันจัดตั้งสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดบึงกาฬ “บึงกาฬรับเบอร์กรุ๊ป” รวมถึง “บึงกาฬโมเดล” นำเสนอความเปลี่ยนแปลงและการเติบโตอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ถือเป็นจุดแข็งในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราของบึงกาฬที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ  ในโซนนี้ ยังได้นำเสนอการต่อยอดไปสู่นวัตกรรมต่างๆ อาทิ สนามฟุตซอลจากยางพารา 100% และหมอนยางพารา ของชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดบึงกาฬ

โซนเวทีปราชญ์ชาวบ้าน รวบรวมหัวข้อเสวนา และวิทยากรที่ดีที่สุดมาให้ความรู้ในเรื่องยางพารา เพื่อสร้างความรู้สู่รายได้ ด้วยการให้ความรู้ด้านการผลิต การแปรรูป และการวิจัยอุตสาหกรรมยางพารา จากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมถึงปราชญ์แผ่นดิน และเกษตรกรตัวอย่าง อาทิ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำเสนอผลงานนวัตกรรมจากยางพารา, ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กับนวัตกรรม “สารจับยาง IR” สำหรับน้ำยางพาราความเข้มข้นต่ำ ที่ใช้สำหรับแยกเนื้อยางพาราออกจากน้ำ ช่วยแก้ปัญหาน้ำยาง DRC (Dry Rubber Content) ต่ำ พร้อมการเสวนา “ถนนยางพาราดินซีเมนต์ ทางรอดของการใช้ยางพารา” อีกหนึ่งผลงานการต่อยอดยางพาราจาก มจพ.

สารบีเทพ

และ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) จะมาให้ความรู้ พร้อมกับการจัดแสดงผลิตภัณฑ์เพื่อชาวสวนยางพารา อาทิ “สารบีเทพ (BeTHEP)” สำหรับรักษาสภาพน้ำยางสดเพื่อแปรรูปยางแผ่น ช่วยยืดอายุยางสดได้นานกว่าเดิม, “ParaFIT” น้ำยางพาราข้นสำหรับทำผลิตภัณฑ์โฟมยางที่มีจุดเด่นเรื่องปริมาณแอมโมเนียต่ำกว่าน้ำยางพาราข้นทางการค้า 30 – 75% และ “กาวดักแมลงจากน้ำยางพารา (ParaTRAP)” พัฒนาและออกแบบให้สะดวกต่อการใช้งาน

ในโซนนี้ยังมีกิจกรรมสาธิตเมนูอาหาร โดยเชฟจารึก ศรีอรุณ อาจารย์ประจำหลักสูตรอุตสาหกรรมอาหารและการบริการ และผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ศูนย์ปฏิบัติการอาหารนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เพื่อให้พี่น้องที่สนใจได้นำความรู้ไปเป็นช่องทางเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง

สำหรับไฮไลท์สำคัญในภาคบันเทิงของงานปีนี้ คือ การแข่งขัน “ไทยแลนด์ลูกทุ่งคอนเทสต์ 2019” แชมป์ชนแชมป์ จากโรงเรียนแชมป์ถ้วยพระราชทานฯ ได้แก่ โรงเรียนเทพมิตรศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี, โรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต จ.นครราชสีมา, โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์ จ.อ่างทอง, โรงเรียนบึงกาฬ จ.บึงกาฬ และโรงเรียนประจำอำเภอ ทั้ง 7 อำเภอของจังหวัดบึงกาฬ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 500,000 บาท โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านดนตรีระดับประเทศ ได้แก่ ครูสลา คุณวุฒิ, ครูเทียม ชุติเดช ทองอยู่, และครูเรืองยศ พิมพ์ทอง มาเป็นคณะกรรมการตัดสิน

ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกอีกมากมาย อาทิ การแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์ประเทศไทย, การแข่งขันลับมีดกรีดยางพารา, การแข่งขันกองเชียร์ยางพารา และพลาดไม่ได้กับครั้งแรกของการแข่งขันบึงกาฬฟุตซอลคัพ 2019 รวมทั้งคอนเสิร์ตส่งท้ายปีจากศิลปินระดับประเทศ รวมไปถึงกิจกรรม “Check in Bueng Kan” ที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้โพสต์ภาพบรรยากาศภายในงาน พร้อมติด #RubberDay2019 และกิจกรรม “Bueng Kan Passport” เพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษภายในงาน

บทความก่อนหน้านี้ชาวนาเฮ! นายกสมาคมฯมั่นใจไทยส่งขายข้าว ได้ 11 ล้านตัน ปี 2561
บทความถัดไป“สวนลุงวุฒิ” แหล่งผลิตสับปะรดสีใหญ่สุดในประเทศ