ปลูกหมากแดงเป็นอาชีพหลังเกษียณ ไม้ชนิดนี้ตลาดยังไปได้ดี

หมากแดง เป็นพรรณไม้ที่มีลักษณะเด่นตรงที่มีหน่อกาบใบ และก้านใบเป็นสีแดงทั้งหมด ซึ่งลักษณะของลำต้นเหมือนกับพวกปาล์มทั่วไปคือ เป็นข้อปล้อง เปลือกต้นสีน้ำตาลเรียบ มีกาบใบห่อลำต้นเป็นสีแดงสด ลำต้นสูงประมาณ 15 ฟุต

ใบ เป็นใบรวม ก้านทางใบจะประกอบด้วยใบหลายใบ ทางใบมีความยาวประมาณ 3-4 ฟุต ส่วนใบย่อยเรียงยาวประมาณ 18 นิ้ว มีสีเขียว ซึ่งลักษณะของใบคล้ายกับปาล์มทั่วไป แต่มีสิ่งที่สวยสะดุดตากว่าปาล์มชนิดอื่นคือ ก้านใบและก้านทางใบเป็นสีแดงสด

ดอกของหมากแดงออกเป็นช่ออยู่ตามข้อของต้นใต้กาบใบ มีความยาวประมาณ 1-2 ฟุต เมื่อดอกร่วงโรยจะติดผลที่มีขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วเขียวหรือใหญ่กว่าเล็กน้อย ผลเมื่อแก่แล้วจะเป็นสีดำ จึงนิยมนำเมล็ดมาเพาะเพื่อขยายพันธุ์ แต่หมากแดงสามารถขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อมาทำการปักชำได้อีกด้วย

หมากแดงเป็นพรรณไม้ที่ชอบอยู่ที่ร่มรำไร ไม่ชอบแสงแดดจัด เพราะถ้าถูกแดดตลอดทั้งวันจะทำให้สีแดงจางไป มองดูไม่สวยงาม และที่สำคัญควรปลูกหมากแดงในดินร่วนปนทราย เก็บความชื้นได้ดี เพราะหมากแดงต้องการน้ำมาก ไม่ชอบความแห้งแล้ง

นาวาเอกประเภท มาอ่วม อยู่บ้านเลขที่ 11/2 หมู่ที่ 1 ตำบลบางกระสอบ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ปลูกหมากแดงเป็นอาชีพหลังวัยเกษียณ ทำแบบมีใจรักจนประสบผลสำเร็จ สร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี

บริเวณที่นาวาเอกประเภท อาศัยอยู่ เรียกรวมๆ ว่าบางกะเจ้า รูปร่างเป็นกระเพาะหมู เกิดจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน

นาวาเอกประเภท ชายวัยเกษียณที่มากด้วยอารมณ์ขันและรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนพื้นที่เดิมในแถบนี้ส่วนใหญ่นิยมปลูกสวนไม้ผลแบบผสมผสาน เช่น ลิ้นจี่ มะพร้าว กล้วย ต่อมาเกิดน้ำท่วมเนื่องจากบริเวณสวนติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ชาวบ้านในแถบนี้จึงเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นและบางส่วนหันไปประกอบอาชีพอื่น

“ช่วงนั้นน่าจะปี 33 เขื่อนยังไม่เสร็จดี น้ำก็เข้ามาท่วมถึงที่ หลังจากนั้น คนก็เริ่มมองว่าไม่น่าจะดีแน่ ต่างคนก็ต่างคิดว่าจะทำยังไงกันดี บางคนก็ขายที่ดิน บางคนก็หันมาทำอย่างอื่นแทน ซึ่งช่วงนั้นผมเองรับราชการอยู่ยังไม่เกษียณ แล้วพ่อตาผมเขาก็ปลูกพวกมะพร้าวอะไรพวกนี้ ต่อมาเขาก็ไปขอพันธุ์หมากแดงจากเพื่อนเขา ปลูกไปปลูกมาหมากแดงประสบผลสำเร็จดี คราวนี้ไม้เดิมที่มีอยู่ตัดทิ้งหมดเลย มาลงปลูกหมากแดงแทน เพราะว่าช่วงนั้นยอมรับเลยว่าราคาค่อนข้างดีด้วย” นาวาเอกประเภท เล่าถึงความเป็นมาในสมัยก่อน

จากความสำเร็จในครั้งนั้นทำให้พื้นที่บริเวณนี้เริ่มมีคนปลูกหมากแดงมากขึ้น ทำให้ชื่อเสียงของไม้พันธุ์นี้เริ่มกระจายออกไป เป็นที่สนใจของคนที่อยากปลูกประดับตกแต่งบ้านเรือนมากขึ้น ซึ่งนาวาเอกประเภท ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน

“ผมก็ชอบแต่ปลูกแบบงานอดิเรกก่อน พอปลดเกษียณออกมา ก็ลงมาทำการปลูกหมากแดงแบบเต็มตัวเลย โชคดีที่เรามีพ่อตาเป็นคนชำนาญด้านนี้ เราก็ได้ศึกษาวิชาจากเขาเต็มๆ เขาก็แบ่งให้เราทำด้วยบางส่วน เราก็เลยมาทำได้อย่างเต็มตัว เพื่อเป็นอาชีพหลังวัยเกษียณของเรา” นาวาเอกประเภท กล่าวพร้อมทั้งหัวเราะ

นาวาเอกประเภท เล่าว่า เมื่อเริ่มมาทำเป็นอาชีพแล้ว ต้นพันธุ์ส่วนหนึ่งก็ได้มาจากพ่อตา และบางส่วนก็สั่งเมล็ดมาจากทางภาคใต้ เพื่อนำมาเพาะเมล็ดเอง จึงทำให้หมากแดงที่ปลูกมีอายุที่หลากหลายมากขึ้น และสามารถมีส่งจำหน่ายให้กับตลาดได้ตลอดทั้งปี

“พอเราได้เมล็ดมาแล้ว จากบริษัทเอกชนที่เราติดต่อซื้อเขาไป เขาขายให้เราประมาณกิโลกรัมละ 1,200 บาท มีเมล็ดประมาณ 7,000 เมล็ด เราก็เอาเมล็ดพวกนั้นมาทยอยเพาะ ให้มีอายุที่ห่างกัน เพื่อให้มันเจริญเติบโตเป็นรุ่นๆ ไป” นาวาเอกประเภท กล่าว

นำเมล็ดหมากแดงเพาะใส่ลงในวัสดุปลูก จำพวกกาบมะพร้าว ขี้เถ้าแกลบ และทราย ในอัตราส่วนที่เท่ากัน จากนั้นนำมาใส่ถุงพลาสติกห่อไว้เพื่อให้มีความชื้นเหมาะสม ใช้เวลาในระยะนี้จนกว่าเมล็ดจะงอกอย่างเร็วสุดประมาณ 4-5 เดือน

“ผมโชคดีที่เมล็ดสั่งมาค่อนข้างมีความสมบูรณ์ พอครบเข้าเดือนที่ 4 เมล็ดมันก็จะเริ่มงอกออกมาเรื่อยๆ เราก็รอดูไปอีกสักพัก จนเราคิดว่างอกเต็มที่หมดแล้ว ก็ทิ้งไปอีกสักระยะ แล้วค่อยย้ายมาปลูกลงในถุงดำ ถุงละ 1 ต้น พอเห็นว่าถุงนี้มันเริ่มมีขนาดเล็กเกิน เราก็ค่อยเปลี่ยนถุงดำใหม่อีกครั้ง แล้วถึงจะเอาปลูกลงดิน” นาวาเอกประเภท กล่าวถึงขั้นตอนการย้ายกล้าที่งอกจากเมล็ด

นาวาเอกประเภท บอกว่า หมากแดงที่ย้ายปลูกลงถุงดำจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี จึงจะย้ายปลูกลงดินที่ทำเป็นแปลงไว้โดยเฉพาะ โดยดูต้นที่สมบูรณ์ลงปลูกก่อนตามความเหมาะสม หรืออาจใช้หมากแดงที่แตกหน่อแยกมาปักชำ เมื่อต้นสมบูรณ์จึงย้ายออกปลูกลงดินได้เช่นกัน หากไม่ชอบการเพาะเมล็ด

“คนปลูกหมากแดงรุ่นหลังนี่ เขาจะไม่ค่อยนิยมเพาะเมล็ดกันมากนัก เพราะว่าต้นกว่าจะโตลงดินได้มันนาน เขาก็จะใช้วิธีแยกหน่อเอา จะบอกว่าการแยกหน่อกับเพาะเมล็ดข้อดีมันแตกต่างกัน อย่างเพาะเมล็ดนี่มันจะได้เรื่องปริมาณมากกว่าแยกหน่อ แต่เสียอย่างเดียวต้องใช้เวลานาน ส่วนแยกหน่อไม่ต้องรอเวลานาน แต่มันได้ปริมาณที่น้อย แต่ผมชอบเพาะเมล็ดมากกว่า เพราะว่าได้ดูมันเติบโตไปเรื่อยๆ มีความสุขกว่ามาก อันนี้ส่วนตัวผมนะ” นาวาเอกประเภท กล่าวอธิบาย

หมากแดงที่ปลูกลงดิน ปลูกให้ห่างกันประมาณ 80 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร ซึ่งระยะนี้เป็นช่วงที่สามารถดูแลได้อย่างเต็มที่ โดยใส่ปุ๋ยคอกและดินที่เป็นอินทรียวัตถุจากธรรมชาติ ไม่เน้นปุ๋ยเคมีเพราะต้นหมากแดงจะเป็นโรคได้ง่าย

นาวาเอกประเภท บอกว่า หมากแดงแม้จะเป็นพรรณไม้ที่อยู่กลางแดดได้ก็จริง แต่สภาพอากาศแบบปัจจุบันจำเป็นที่ต้องหาตาข่ายพรางแสง 60 เปอร์เซ็นต์ เข้ามาช่วยเพื่อให้ได้รับแสงแบบพอดี ทำให้ใบของหมากแดงไม่ไหม้ หรือใครที่ปลูกอยู่ที่บ้านควรหาที่ปลูกเป็นร่มรำไร เพื่อให้สีแดงของหมากแดงไม่จืด มองแล้วไม่สวยสะดุดตา

การจำหน่ายหมากแดงที่สวนของเขาไม่มีการกะเกณฑ์เรื่องขนาด ถ้าลูกค้าต้องการหมากแดงที่ยังไม่ลงดินก็มีจำหน่าย หรือพอใจจะซื้อแบบที่ต้นสมบูรณ์ที่ลงดินแล้วก็มีต้นพร้อมจำหน่ายให้ด้วยเช่นกัน

“ผมไม่มีกำหนดเรื่องขนาดที่จะขาย ใครพอใจอยากซื้อแบบไหนได้หมด อย่างหมากแดงที่อยู่ในถุงดำ ต้นที่พร้อมจะลงดิน บางครั้งก็จะมีพ่อค้ามาซื้อถึงสวนเลย เขาชอบใจถูกใจต้นไหน เขาก็ขุดได้เลยตามใจชอบ ก็มาตีราคากันอีกครั้งหนึ่ง เดี๋ยวนี้ผมก็พยายามทำไม้ให้คนมีทางเลือกมากขึ้น เพื่อที่ทำตลาดแบบอื่นได้” นาวาเอกประเภท กล่าว

นอกจากจะปลูกเพื่อส่งพ่อค้าแล้ว นาวาเอกประเภท ยังได้ปรับกลยุทธ์ทางการตลาดคือ ทำต้นหมากแดงไม่ให้สูงเกิน 1.50 เมตร เพื่อให้ผู้ที่มาท่องเที่ยวตลาดน้ำวังน้ำผึ้งสามารถซื้อใส่รถเก๋งกลับไปได้อีกด้วย ถือเป็นการตอบโจทย์ให้กับลูกค้าที่มีพื้นที่ในรถน้อย ได้ซื้อกลับบ้านแบบสบายๆ

ราคาหมากแดงที่สวนของนาวาเอกประเภท ราคาถูกสุดอยู่ที่ 70 บาท และสูงขึ้นไปก็หลักร้อยบาทหรือหลักพันบาท ซึ่งราคาอยู่ที่ขนาดหรือความสวยที่แตกต่างกันไปของหมากแดงในแต่ละต้น

นาวาเอกประเภท เล่าต่อว่า ถ้ามองว่าสิ่งที่ทำถึงจะใช้เวลานานกว่าที่จะจำหน่ายได้ จนใครๆ ก็มองว่าเขาควรที่จะไปทำอย่างอื่นแทนการปลูกหมากแดงหรือไม่ แต่เขากลับมองคนละมุมในสิ่งที่คนอื่นมอง แต่ยิ่งมีใจมุ่งมั่นที่จะปลูกหมากแดงไปเรื่อยๆ แบบไม่หยุดเพราะเป็นสิ่งที่รักที่ชอบ

“ผมมองว่าทุกอย่างมันไม่เที่ยงนะ อย่างหมากแดงสมัยก่อนนี้ราคาแพงมาก จนตอนนี้มันก็ชะลอตัว แต่ไม่นานเดี๋ยวมันก็กลับมา เพราะคนอื่นเลิกปลูกเลิกทำ แต่หมากแดงที่ผมทำมันยังคงอยู่ คนที่หาซื้อก็ต้องเข้ามาที่สวนผม อีกอย่างผมรู้สึกสบายใจ เวลาคนที่ชอบเหมือนกันมาพูดคุยกัน ไม่ซื้อไม่ว่ามาคุยเพลิดเพลินกันไป และก็อยากอนุรักษ์ให้หมากแดงเป็นของขึ้นชื่อที่พระประแดงเราด้วย” ในตอนสุดท้ายของการสัมภาษณ์ เขาได้กล่าวให้คำแนะนำ สำหรับผู้ที่สนใจอยากปลูกหมากแดงว่า

“คนที่อยากปลูกไม้ตัวนี้ อยากแนะนำว่าให้มองเป็นอาชีพเสริมก่อน ต้องมีความชอบก่อน ลองไปปลูกเล่นๆ ดู หรืออาจจะควบคู่กับไม้อื่นตามไปด้วย ถ้าพูดถึงเรื่องตลาด หมากแดงยังไปได้ นี่ขนาดผมทำกับภรรยาสองคน ยังไม่มีเรื่องการโฆษณามาก ก็ยังขายได้เรื่อยๆ บางทียังไม่พอเสียด้วยซ้ำ หรือใครปลูกแล้วทำตลาดออนไลน์ ก็น่าจะดีไปอีกแบบ ก็อยากแนะนำให้ช่วยกันปลูกศึกษากันไป มันก็เป็นต้นไม้ที่สวยด้วย จากงานอดิเรกที่ทำด้วยรัก เดี๋ยวก็กลายเป็นงานสร้างรายได้ให้เราเอง” นาวาเอกประเภท กล่าวแนะนำด้วยสีหน้าที่ปนด้วยรอยยิ้ม

ใครที่อยากพูดคุยเรื่องการปลูกหมากแดง หรือสนใจต้นหมากแดงสวยๆ ที่มีให้เลือกสรรหลากหลายไซซ์ขนาด สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นาวาเอกประเภท มาอ่วม หมายเลขโทรศัพท์ (084) 765-7786

บทความก่อนหน้านี้“ข้าวไก่แจ้ Support ปี 2” ธีรินทร์ เดินหน้าแจกข้าวสารร้านค้า ช่วยเหลือผู้ประกอบการยุคโควิด
บทความถัดไปหนุ่มใหญ่ ทิ้งธุรกิจรับเหมา ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง นำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม