ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์กำแพงเพชร จบ ม.6 ใช้หลักคิดเกษตรผสมผสาน ฟื้นครอบครัวจากการติดหนี้

เกษตรกรสาวพิสูจน์ตัวเองจากงานที่ทำ ใบปริญญาไม่ได้ชี้วัดความสำเร็จเสมอไป ความตั้งใจ และการขยันศึกษาหาความรู้พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาต่างหากที่จะเป็นหนทางสู่ความสำเร็จได้

คุณประกายมาศ น้อยมา (คุณมาศ) อยู่บ้านเลขที่ 8 ตำบลคณฑี อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร คนรุ่นใหม่หัวใจเกษตร เล่าว่า ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เรียนจบสูง แต่ก็สามารถประสบความสำเร็จในอาชีพที่เลือกอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เลือกที่จะไม่เรียนต่อ เพราะค้นหาตัวเองเจอตั้งแต่แรกว่า เหมาะกับงานเกษตรมากกว่า จึงตัดสินใจหันมาช่วยพ่อแม่ปลูกข้าวและทำไร่อ้อย

“ปี 2555 เริ่มปลูกข้าวทำนา เพราะตอนนั้นข้าวราคาดี พอมาถึงยุคที่อ้อยแพงก็หันมาทำอ้อย แล้วผันตัวเองเป็นเถ้าแก่อ้อย ออกรถคีบ รถสิบล้อ รถหกล้อ แบบครบวงจร เพื่อทำไร่อ้อย ซึ่งทุกอย่างเป็นไปได้ดี จนกระทั่ง ปี 2559 ราคาอ้อยตกต่ำ สู้ค่าคนงานไม่ไหว ต้องติดหนี้จากการกู้เงินมาทำไร่อ้อยเป็นหลักล้าน จึงคิดว่าถ้าทำไร่อ้อยต่อไปไม่รอดแน่นอนจึงเบนเข็มเปลี่ยนมาทำเกษตรผสมผสาน บนพื้นที่ 24 ไร่ โดยเริ่มจากการปลูกปาล์มน้ำมัน กล้วย พริก พืชผักสวนครัว และมะละกอ เป็นพืชหลัก” คุณมาศ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นทำเกษตรผสมผสาน

 

ติดหนี้จากไร่อ้อย เปลี่ยนแนวทำเกษตรอินทรีย์ผสมผสานได้ผลดี

คุณมาศ เล่าว่า หลังจากขาดทุนจากการทำอ้อย ก็หันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน เริ่มต้นจากแม่เข้าไปเรียนรู้ที่ศูนย์พอเพียงบ้านดาดทองเจริญ เลือกเรียนในเรื่องของการทำน้ำยาอเนกประสงค์ เพราะค่อนข้างมองหาโอกาสต่อยอดได้ไกล หลังจากที่แม่เรียนเสร็จ จึงกลับมาปรึกษากับที่บ้านว่าจะลองทำเกษตรผสมผสาน แล้วก็ทำน้ำยาล้างจาน แชมพูสระผม จากผักผลไม้ที่ปลูกไว้ใช้เองในครัวเรือน เพื่อลดรายจ่ายในครอบครัว หลังจากนั้นตนและพ่อก็ได้เข้าไปอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำน้ำหมักอินทรีย์ และการทำลูกเบญจคุณเพื่อนำมาใช้ในงานสวน

“เมื่อเริ่มมีความรู้จากการที่เข้าอบรม ก็เริ่มจัดการพื้นที่เตรียมปลูกขุดร่องน้ำ แต่พื้นที่ค่อนข้างมีปัญหาแห้งแล้ง ดินแห้งจึงแก้ปัญหาด้วยการทำน้ำหมักจากผักผลไม้และลูกเบญจคุณตามสูตรที่เรียนมา เข้ามาปรับใช้ในดิน มีการทำน้ำหมักจาวปลวก และน้ำหมักจุลินทรีย์ต่างๆ เข้ามาช่วยฟื้นฟูสภาพดิน โดยจะเน้นไปที่ลูกเบญจคุณเป็นหลัก”

คุณมาศ บอกต่อว่า ลูกเบญจคุณ มาจาก คำว่า เบญจ แปลว่า 5 หมายความว่า ลูกเบญจคุณลูกเดียว สามารถทำประโยชน์ได้หลายอย่าง ทั้งช่วยบำบัดน้ำเสีย บำรุงดิน บำรุงต้นไม้ หรือเป็นอาหารสัตว์ก็ได้ ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก

สูตรย่อการทำลูกเบญจคุณ มีดังนี้

  1. อาหารไก่ 1 กิโลกรัม
  2. รำละเอียด 1 กิโลกรัม
  3. น้ำตาลทราย 3 ขีด
  4. น้ำเปล่า
  5. แป้งข้าวหมาก

นำมาผสมคลุกเคล้ากันแล้วปั้นเป็นลูกขนาดเท่าลูกเทนนิส เสร็จแล้วบ่มหมักนำกะละมังคลุมทิ้งไว้ 4 วัน มาเปิดดูจะมีเชื้อราสีขาวขึ้นรอบลูก จากนั้นทิ้งไว้อีก 10 วัน นำมาผึ่งลม แล้วสามารถนำไปใช้ได้ ฟื้นฟูบำรุงดิน หรือบำบัดน้ำเสียก็ได้

ลูกเบญจคุณ คุณประโยชน์หลายด้าน

เทคนิคทำสวนผสมผสาน เลือกปลูกพืชหลัก พืชแซม
แล้วค่อยปลูกไม้ยืนต้น

ทำสวนผสมครั้งแรก คุณมาศ บอกว่า เริ่มจากปลูกปาล์มน้ำมัน ขุดร่องเป็นฟันปลา ได้แนวคิดมาจากคนที่ตำบลทุ่งทราย

“ตอนนั้นมีคนมาจ้างให้ไปตัดอ้อย บังเอิญว่าที่สวนเขาปลูกปาล์มด้วย เขาจึงชวนเราไปดู เราจึงได้แนวคิดการปลูกปาล์มมาจากเขา คือตอนที่ปาล์มต้นเล็กจะสามารถปลูกอะไรขายได้บ้าง ข้างล่างเขามีพริกขี้หนู และกล้วย พูดให้เข้าใจง่ายคือ ครึ่งบนเป็นปาล์ม รองลงมาเป็นกล้วย ชั้นล่างคือ พริกขี้หนู ผักสวนครัว เลี้ยงไก่ และบ่อปลารวม เมื่อวางแผนปลูกพืชหลักเสร็จ จากนั้นปลูกพืชล้มลุกแซม แล้วจึงปลูกไม้ยืนต้นต่อ จำพวก ไม้พะยูง ไม้สัก ไม้ยูคา 3 ปี ตัดขายได้”

ระบบการจัดการ พืชหลักคือ มะละกอ กับปาล์มน้ำมัน ปลูกปาล์ม 12 ไร่ ระยะห่างระหว่างร่องปาล์มจะปลูกกล้วยน้ำว้า และกล้วยหอมชุมพร เป็นพืชพี่เลี้ยง เพราะกล้วยโตเร็ว ให้ผลผลิตเร็ว และเป็นร่มเงาให้พืชระดับล่างได้ ระหว่างต้นกล้วยจึงปลูกพริก และระหว่างพริกจะปลูกไม้ยืนต้น ไม้ยูคา พะยูง

การดูแล ด้วยความที่สวนทำเป็นเกษตรอินทรีย์ ตอนแรกคิดว่ายากมาก จะสู้กับแมลงไหวไหม ก็ลองทำมาเรื่อยๆ ปรากฏว่าก็ไม่แย่อย่างที่คิด ผลผลิตทุกอย่างออกมาเป็นที่น่าพอใจ

“พ่อทำน้ำหมักและฮอร์โมนใช้เอง ถือว่าได้ผลดีมาก ช่วงหน้าแล้งมีการนำฟางมาคลุมหน้าดินเก็บความชื้น กำจัดวัชพืชโดยการตัดถอนเอง โดยไม่พึ่งสารเคมีแม้แต่น้อย” คุณมาศ บอก

ถั่วฝักยาวอินทรีย์

สร้างรายได้จากสวนผสมผสาน
1 สัปดาห์ มีรายได้หลายพันบาท

เจ้าของบอกว่า ทุกวันนี้ที่สวนมีรายได้เข้าทุกวัน แบ่งเป็น รายวัน รายสัปดาห์ รายปี

รายวัน เป็นผักสวนครัว พริกขี้หนู ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกขี้หนู 2 วัน เก็บขาย 60-70 กิโลกรัม ราคาขาย กิโลกรัมละ 60-70 บาท

รายสัปดาห์ กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า 10 วัน เก็บขายครั้งละ 150-160 กิโลกรัม และปลูกชะออมอีก 900 ต้น เก็บขายสัปดาห์ละ 60 กำ

รายเดือน ปลูกเองขายเอง ข้าวหอมดงคณฑี ลักษณะคล้ายข้าว กข 43 ทนโรค ทนแล้ง ทนน้ำ 85 วัน เก็บเกี่ยวได้ จำหน่าย ถังละ 450 บาท

รายครึ่งปี วิดปลาบ่อรวมขาย มีการขุดร่องปล่อยปลาไว้ในสวน ปลาที่ปล่อยเป็น ปลาตะเพียน ปลานิล ปลานวลจันทร์ และมีบ่อเล็ก เรียกว่า บ่อขนมครก ขุดไม่ลึกมาก จะปล่อยปลานิล ปลาจีน ปลาจะละเม็ด ปลาหมอ ปลาดุก เผื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมสวนตกปลามาทำอาหารกินเอง

รายปี เป็นรายได้ระยะยาว จะปลูกเป็นไม้พะยูง ไม้สัก และไม้ยูคา 3 ปี ตัดขาย 1 ครั้ง

ปลูกชะอม 900 ต้น สร้างเงินรายสัปดาห์
มะระขี้นก พืชพื้นบ้านขายดี

การตลาด สร้างคุณภาพ สร้างจุดเด่น ให้เป็นที่จดจำ

การตลาดสมัยใหม่ คุณมาศ บอกว่า ต้องหาจุดเด่นของผลผลิตตัวเองให้ได้ และพรีเซนต์ออกมาให้ผู้บริโภคได้รู้ว่าของเราดีอย่างไร ต้องทำด้วยใจ ใส่ใจลูกค้า ลูกค้าต้องการอะไร อยากให้ลองนำเกษตรสมัยใหม่กับสมัยพ่อแม่มาประยุกต์รวมกัน ทุกวันนี้ช่องทางการขายมีเยอะมาก อยู่ที่การปรับเปลี่ยนพัฒนา

“การตลาดคนรุ่นเก่าแต่ก่อนต้องเดินหาบเร่ขายตามบ้าน ต้องขนผลผลิตไปส่งในเมืองให้พ่อค้าเขากดขี่ แต่คนรุ่นใหม่อย่างเราปรับรูปแบบการขายนิดหน่อยให้ดูน่าซื้อ ไม่ต้องสิ้นเปลืองอะไร แล้วขายสร้างมูลค่าให้สินค้า ของที่สวนจะเน้นแสดงเอกลักษณ์ว่าผักที่ปลูกปลอดสารพิษทุกชนิด มีการรายงานบนเพจเฟซบุ๊กตลอดว่า ใช้อะไรในการปลูกและดูแลผัก เช่นวันนี้จะฉีดฮอร์โมนข้าว ส่วนผสมของฮอร์โมนมีอะไรบ้าง และปลอดภัยไหม เมื่อผลผลิตปลอดภัย ก็มาพัฒนาในเรื่องของแพ็กเกจจิ้งต่อ ถ้าของดีมีคุณภาพแล้ว บวกกับรูปลักษณ์ผลผลิตที่น่าซื้อ ของจะขายได้ราคาเพิ่มขึ้นไปอีก การเพิ่มมูลค่าก็ไม่ยาก เราจะหาวัสดุที่เป็นธรรมชาติมาแพ็ก ใช้กาบกล้วยรองเป็นถาดแล้วหุ้มด้วยซีล ต้นทุนไม่กี่บาท แต่สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าได้ง่ายๆ จาก 10 เป็น 20 บาท โดยลงทุนเพียงนิดเดียว ข้อนี้เกษตรกรต้องคิดให้เป็นด้วย” คุณมาศ บอก

แพ็กเกจจิ้งสวยงาม ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม

ความพอเพียง เปลี่ยนชีวิต จากเคยมุ่งมั่นหาเงินตรา
เปลี่ยนเป็นหาความสุขที่อยู่ใกล้ตัว

“เมื่อก่อนเคยมุ่งมั่นอยากจะรวย แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ความสุขต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ทุกวันนี้แม้ไม่มีเงินตรามากมายก็มีความสุขได้ สุขจากการที่ได้เห็นครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า สุขจากการได้สูดอากาศบริสุทธิ์ สุขจากการได้เห็นความสามัคคีในครอบครัว สุขจากที่ได้ปลูกผักปลอดสารพิษให้เพื่อนมนุษย์ได้กิน และจะสุขที่สุดถ้ารอดพ้นจากการเป็นหนี้” คุณมาศ กล่าวทิ้งท้าย

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คุณประกายมาศ น้อยมา ได้ เบอร์โทร. 061-370-1393 หรือ FB : สวนคุณพงษ์ควายยิ้ม

 

ข้าวหอมดงคณฑีปลูกเองขายเอง
มีความสุขกับสิ่งที่มี

วิดปลาบ่อรวมขาย
บทความก่อนหน้านี้ทำสวนเกษตรผสมผสานหลังเกษียณ วางแผนปลูกพืชดี มีเงินเหลือใช้เหลือเก็บ
บทความถัดไปไขความลับ เส้นทางรวยของคนสมัยใหม่