หนุ่มใหญ่ ทิ้งธุรกิจรับเหมา ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง นำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

เดิมทีอำเภอศรีบุญเรือง เป็นหมู่บ้านเล็กๆ เรียก “บ้านโนนสูงเปลือย” ขึ้นกับตำบลยางหล่อ อำเภอหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี ยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2508 ได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอ เมื่อ วันที่ 1 มีนาคม 2512

คำขวัญของอำเภอ  “ศรีบุญเรืองเมืองคนดี ประเพณีบุญบั้งไฟ ก่องข้าวใหญ่ชาวอีสาน เด่นตระการถ้ำผาสวรรค์ อัศจรรย์เขาสามยอด”

คุณสุริยา ธงชัย กับความฝันที่จะสร้างสวนมะม่วงน้ำดอกไม้มีทอง

เกษตรกรคนเก่ง

ที่นี่มีเกษตรกรที่หัวไวใจสู้ คือ คุณสุริยา ธงชัย บ้านเลขที่ 181 บ้านป่าคา หมู่ที่ 2 ตำบลยางหล่อ อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู

คุณสุริยา เล่าให้ฟังว่า จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตอนเป็นหนุ่ม ประกอบอาชีพทำงานธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และเปิดศูนย์ฝึกพัฒนาฝีมือแรงงาน เขต 6 จังหวัดขอนแก่น ทำมาตลอดเกือบ 20 ปี เมื่อวัยเข้าสู่ 40 ปี เริ่มเกิดความเบื่อหน่าย และอยากใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อมาสร้างฝันที่ตนเองเคยวาดฝันไว้ กับความรู้ด้านไม้ผลที่ตัวเองชอบให้เป็นจริง จึงได้ออกมาประกอบอาชีพการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพอิสระ ไม่มีเจ้านาย ไม่มีผู้บังคับบัญชา เราเป็นเจ้านายของตัวเองดีกว่า บังเอิญได้มาบ้านภรรยา ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้แต่ก่อนเป็นนาข้าว และปลูกอ้อยโรงงาน ปีแรกเป็นอ้อย ปีที่สองเป็นอ้อย ปีที่สามเป็นอ้อย ทำไปมีแต่จะขาดทุนไปเรื่อยๆ

ทำให้เกิดแนวคิดว่า พื้นที่ตรงนี้คือบริเวณบ้านป่าคา หมู่ที่ 2 ตำบลยางหล่อ น่าจะปลูกไม้ผล (มะม่วง) น่าจะให้ผลผลิตที่ดีเพราะปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้ตลอดไป ไม่เหมือนทำนา ทำไร่ ซึ่งเป็นพืชล้มลุก มีการปลูกทุกปีบางปีเกิดภัยแล้ง บางปีเกิดน้ำท่วม นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องราคาตกต่ำ ปุ๋ยเคมี สารเคมี มีราคาแพง ทำให้ต้องลงทุนทุกปี ประกอบกับพื้นเพเดิมเป็นคนอำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น มีการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จึงได้นำมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองมาปลูก จำนวน 20 ไร่ ในปี พ.ศ. 2559 ผลผลิตออกมาตอบรับดีมาก ในเรื่องผลผลิต การจำหน่าย ตลาดมีความต้องการมาก และผลิตไม่เพียงพอแก่ความต้องการของผู้บริโภค จึงได้ขยายพื้นที่ปลูกจนถึงปัจจุบัน 41 ไร่ และแผนที่วางไว้ จะปลูกเพิ่มขึ้นอีกในปี 2563 จำนวน 4 ไร่ และปี 2564 จำนวน 7 ไร่

มีพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 62 ไร่ 2 งาน โดยแบ่งพื้นที่ ดังนี้

  1. ที่อยู่อาศัย ประมาณ 2 ไร่
  2. พื้นที่จำหน่ายผลผลิต ประมาณ 2 ไร่
  3. พื้นที่ปลูกมะม่วง ประมาณ 4 ไร่
  4. พื้นที่สระน้ำ ประมาณ 2 ไร่
  5. พื้นที่คอกปศุสัตว์ ประมาณ 2 งาน
  6. พื้นที่ปลูกมะนาว ประมาณ 7 ไร่
  7. เตรียมขยายพื้นที่ปลูกมะม่วง ประมาณ 6 ไร่
  8. พื้นที่ถนนรอบสวนมะม่วง ประมาณ 2 ไร่
สภาพสวน

คิดริเริ่มและพยายามฟันฝ่าอุปสรรค สร้างผลงาน

คุณสุริยา ได้น้อมนำพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง รัชกาลที่ 9 นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นกรอบแนวคิด ซึ่งมุ่งให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ รวมถึงการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น จนเกิดความยั่งยืน คำว่า พอเพียง คือ การดำเนินชีวิตแบบทางสายกลาง โดยตั้งอยู่บนหลักสำคัญ 3 ประการ คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี การพึ่งพาตัวเองได้เป็นเพียงส่วนเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง

โดยเมื่อทุกคนสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้แล้ว ขั้นต่อไปอาจพัฒนาธุรกิจ โดยมีการรวมกลุ่มกันในรูปแบบแปลงใหญ่มะม่วง เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการรวมกลุ่มกันนั้น ไม่จำกัดเฉพาะการรวมกลุ่มของชาวบ้าน เกษตรกร ในรูปของสหกรณ์ การทำงานในเมืองก็สามารถมีการรวมกลุ่มกันได้ เช่น การแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ในการทำธุรกิจของกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน การแลกเปลี่ยนแนวคิดการลงทุน เพื่อเป็นการต่อยอดความรู้ รวมไปจนถึงการแบ่งปันความช่วยเหลือส่งกลับคืนสู่สังคม ไปสู่กลุ่มที่ยังต้องการความช่วยเหลืออยู่ เช่น กิจกรรมจิตอาสา เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

คุณสุริยา เล่าว่า ปัจจุบัน อายุ 57 ปี ทิ้งธุรกิจรับเหมา สานฝัน ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง

“เดิมผมเป็นคนอำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น เปิดศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน เขต 6 จังหวัดขอนแก่น ฝึกอบรมคนให้ไปทำงานต่างประเทศ และเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างทั่วไปด้วย อีกทั้งเคยเดินทางไปทำงานต่างประเทศ (ช่างเชื่อมโลหะ) เช่น ไต้หวัน 2 ปี, คูเวต 1 ปี, สิงคโปร์ 1 ปี, ดูไบ 1 ปี และอิหร่าน 2 ปี เคยได้รับค่าตอบแทน ประมาณเดือนละ 50,000 บาท เมื่อปี พ.ศ. 2548 ได้กลับมาทำการเกษตรที่อำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น รวมกลุ่มปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ และส่งออกไปขายต่างประเทศ ซึ่งสร้างรายได้ให้กับครอบครัวอย่างยั่งยืน ต่อมาปี พ.ศ. 2559 ได้มีแนวคิดที่จะขยายพื้นที่การปลูกมะม่วง จึงได้ย้ายมาเริ่มพัฒนาพื้นที่ของแม่ยาย ที่บ้านป่าคา ตำบลยางหล่อ อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู จากการปลูกข้าว และปลูกอ้อยโรงงาน จึงได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่เป็นการเกษตรแบบผสมผสาน เน้นการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเป็นพืชหลัก จำนวน 20 ไร่” เจ้าตัวเล่า

การนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่
และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

ปี พ.ศ. 2559 นำรถแทรกเตอร์เข้าไถปรับพื้นที่ เพื่อเตรียมปลูกไม้ผล จึงได้ไปปรึกษาขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอศรีบุญเรือง มี คุณไพรทอง อินาวัง เป็นเกษตรตำบลยางหล่อ ว่าควรจะปลูกไม้ผลชนิดใดบ้าง ซึ่งได้รับคำแนะนำให้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ตามที่ผมเคยทำได้ดีจากอำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น และมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด หาตลาดง่าย ได้ราคาสูง หลังจากได้คำแนะนำแล้วก็เริ่มจากอันดับแรก การปลูกไม้ผลจำเป็นต้องมีแหล่งน้ำที่เพียงพอ จึงได้ขุดดินออกไปถมที่เป็นที่อยู่อาศัย ได้สระน้ำขนาดประมาณ 2 ไร่ และขุดเจาะบ่อบาดาล ขนาด 5 นิ้ว จำนวน 1 บ่อ ซึ่งชาวบ้านมีอัธยาศัยดี สวนมะม่วงที่จะเกิดขึ้นจึงเป็นสวนมะม่วงแห่งแรกของหมู่บ้านที่มีพื้นที่ปลูกมากที่สุด 

นำผลผลิตไปจำหน่าย

การปลูกและดูแลรักษา สวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง

  1. จัดเตรียมกิ่งพันธุ์มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ขยายต้นตอได้ด้วยตัวเอง จึงทำให้สามารถลดต้นทุนค่ากิ่งพันธุ์มะม่วงได้ โดยขยายพันธุ์มะม่วงด้วยวิธีการเสียบยอด และทาบกิ่ง ใช้มะม่วงแก้วขมิ้นเป็นต้นตอ โดยการเพาะต้นตอเอง ซึ่งมีวิธีการซื้อเมล็ดมะม่วงแก้วขมิ้น 1.50 บาท ต่อเมล็ด นำไปเพาะเมล็ดลงถุงดำ ให้ต้นตอมีความสูงประมาณ 1 เมตรและนำกิ่งพันธุ์มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองมาเสียบยอดกับต้นตอ เลี้ยงต้นมะม่วงไว้ในถุงประมาณ 1 ปี จึงนำไปปลูกลงดินหรือนำออกจำหน่ายได้
  2. การเตรียมดินปลูก โดยปลูกระยะห่างระหว่างแถว 5 เมตร และระยะห่างระหว่างต้น 4 เมตร ขุดหลุม ขนาด 50×50 เซนติเมตร โดยแยกหน้าดินไว้ด้านหนึ่ง คลุกเคล้าปุ๋ยคอกที่หมักทิ้งไว้ รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก จำนวน 10 กิโลกรัม ก่อนเอากิ่งพันธุ์ลงปลูกจนครบพื้นที่ 35 ไร่
  3. วิธีการให้น้ำ ต้นมะม่วงแต่ละต้นวางระบบการให้น้ำแบบน้ำหยด และวางระบบหัวเจ็ทสเปรย์ ไว้ประจำทุกต้น ใช้ปั๊มแรงดันสูง สูบน้ำจากบ่อบาดาล ผ่านท่อส่งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้ว ส่งไปตามท่อ พีวีซี เป็นสายหลักเข้าไปในสวน ก่อนแยกเข้าท่อ พีอี หัวเจ็ทสเปรย์ ขนาด 0.50 นิ้ว (ครึ่งนิ้ว) การให้น้ำปล่อยสลับกันแต่ละแถว เน้นการให้น้ำช่วงเช้า-เย็น ประมาณ 4-5 นาที ต่อครั้ง หรือความถี่ของการให้น้ำขึ้นอยู่กับสภาพการณ์
  4. การให้ปุ๋ย

– ให้ปุ๋ยคอกหมักค้างปี ปีละ 2 ครั้ง ประมาณต้นละ 10 กิโลกรัม ต่อครั้ง

– ให้ปุ๋ยทางใบ 2-3 ครั้ง ต่อปี สลับกันไป ปุ๋ยทางใบเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ชนิดผงผสมน้ำฉีดพ่นทางใบ ราคา 1,000 บาท ต่อกล่อง (1 ปี ใช้จำนวน 3 กล่อง)

  1. 5. การห่อผลมะม่วง เพื่อป้องกันผิวมะม่วงเสียดสีกัน หรือกระแทกกับกิ่ง ป้องกันโรคและแมลง ทำให้สีผิวสวย ลูกมีขนาดโตขึ้น ทางสวนเลือกใช้วัสดุห่อผลมะม่วง ถุงกระดาษคาร์บอน น้ำดอกไม้สีทอง ใช้ถุงกระดาษคาร์บอน ข้างนอกจะเป็นสีน้ำตาลผิวมัน น้ำไม่เกาะ ด้านในสีดำ เมื่อห่อไปแล้วจะทำให้มะม่วงน้ำดอกไม้ สีเขียวนวล ผลโตไม่มีไข่แมลงวันทอง หรือแมลงวันทองเจาะ ถ้าเป็นน้ำดอกไม้สีทอง ผิวจะเป็นสีเหลืองทองสวยงาม
  2. 6. การเก็บผลผลิต สังเกตเมื่อผลเริ่มแก่ หรือสังเกตจากถุงห่อผลมะม่วงที่ทำสัญลักษณ์ เช่น หมายเลข 1 หมายถึงห่อชุดแรก หมายเลข 2 และ 3 ตามลำดับ จะเริ่มแกะห่อชุดแรก สังเกตก้นผลมะม่วงเริ่มเหลืองจึงเก็บ เลือกผลที่แก่จัดเพื่อลดปัญหาการบ่ม ผลมะม่วงที่ได้มีผิวสีเหลืองอร่ามนวลงาม ไร้ตำหนิ ผิวเต่งตึง ผลใหญ่ ผลไหนที่ยังไม่แก่ก็ปล่อยไว้ก่อน รอเก็บชุดต่อไป ทยอยเก็บไปเรื่อยๆ จนหมด ดังนั้น ผลผลิตจึงออกเป็นระยะๆ มีไม่มากจนเกินไป ช่วยให้สามารถบริหารการตลาดได้ง่าย
  3. 7. วิธีการบ่ม เพื่อให้การสุกของมะม่วงสม่ำเสมอพร้อมสำหรับการจำหน่ายหรือบริโภค และลดความเสี่ยงจากการเน่า การบ่ม ทางสวนจะบ่มด้วยแก๊สอะเซทีลีน หรือถ่านแก๊สที่ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ใส่ถุงพลาสติก ในอัตรา 50 กรัม ต่อมะม่วงประมาณ 20 กิโลกรัม โดยต้องระวังอย่าให้ผลมะม่วงสัมผัสกับถ่านแก๊ส ปิดคลุมด้วยผ้าใบ 1-2 คืน ก่อนเปิดผ้าใบเพื่อให้มะม่วงเริ่มสุก
  4. 8. การผลิตมะม่วง GAP ได้ขอคำปรึกษาจาก คุณไพรทอง อินาวัง เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน รับผิดชอบตำบลยางหล่อ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเกษตรดีที่เหมาะสม (จีเอพี) สำหรับมะม่วง อยู่ในช่วงกำลังดำเนินการขอใบรับรองแหล่งผลิต GAP พืช ในปี พ.ศ. 2563 นี้

 

การแก้ปัญหาของเกษตรกรด้านพื้นที่
วิชาการเกษตร เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม

– เมื่อมะม่วงอายุได้ 2 ปี บางต้นเริ่มติดผลบ้างแล้ว ได้เด็ดทิ้งปล่อยให้ติดไว้เพียง ต้นละ 2-3 ผล ห่อด้วยถุงคาร์บอน 2 ชั้น ผลผลิตที่ได้ในชุดแรกมีจำนวนน้อย จึงขายได้บ้างและแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้าน เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สวน

– แมลงศัตรูมะม่วงที่พบ เช่น แมงอีนูน แมลงช้าง เพลี้ยจักจั่นมะม่วง ได้ไปปรึกษาเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอศรีบุญเรือง เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู ออกมาแนะนำเทคนิคการผลิตสารชีวภัณฑ์ในการฉีดป้องกัน แต่ส่วนมากแล้วแมลงจะไม่ค่อยมีปัญหามาก

– กำจัดแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงศัตรูมะม่วง โดยมีการทำความสะอาดแปลงมะม่วงอยู่เป็นประจำ โดยการตัดหญ้าด้วยเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายหลัง

 

ต้นทุนการผลิตสวนสุริยา มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง รอบที่ 1 พื้นที่ จำนวน 35 ไร่

 ที่          รายการ  หน่วยนับ ราคาต่อหน่วย

     (บาท)

  ต้นทุน :                  บาท/ไร่     หมายเหตุ
 1 ค่าไถเตรียมดิน     2 ครั้ง       300        600
 2 ค่าต้นพันธุ์มะม่วง    80 ต้น         80     6,400
 3 ค่าจ้างแรงงานปลูก      2 คน       300        600
 4 ค่าอุปกรณ์ระบบน้ำ

(หัวเจ็ทสเปรย์+ท่อ พีอี # 20)

     1 ชุด    1,000     1,000
 5 ค่าจ้างแรงงานห่อผลมะม่วงและเก็บผลผลิต      1 คน       300       300
 6 ค่าจ้างกำจัดวัชพืช     1 คน      300       300
 7 ค่าปุ๋ยอินทรีย์ “ไร่เทพ”  1 กล่อง   1,000         30 1 กล่อง ใช้ฉีดพ่นได้ 35 ไร่
 8 ค่าปุ๋ยคอก รองก้นหลุม   800 กก. 1       800 หลุมละ 10 กก.
                     ต้นทุนการผลิต : บาท/ไร่   10,030

 

ผลน้ำดอกไม้สีทอง

ผลผลิตต่อไร่ หรือต่อหน่วยพื้นที่

มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ที่ปลูกรุ่นแรก ทำให้ คุณสุริยา ธงชัย มีกำลังใจกับ 2 ปีที่ลงทุนลงแรงไป บนพื้นที่ จำนวน 35 ไร่ การให้ปุ๋ยทางใบ 2-3 ครั้ง ต่อปี เพื่อเพิ่มผลผลิต มีการดูแลต้นมะม่วงให้อุดมสมบูรณ์อยู่ตลอดเวลา ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ใส่ปุ๋ยคอกบริเวณรอบต้นมะม่วง และฉีดปุ๋ยทางใบเป็นปุ๋ยอินทรีย์ “ไร่เทพ” ชนิดผงผสมน้ำฉีดพ่นทางใบ ทำให้มะม่วงออกนอกฤดู ผลผลิตมะม่วงจะออกในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกันยายน

 

              กิจกรรม/รายการ    ปี 2560   ปี 2561  ปี 2562            หมายเหตุ
          ผลผลิตเฉลี่ย/ไร่ (กิโลกรัม)      200      850     1,000 ปี 2560 มะม่วงเริ่มให้ผลปีแรก
         ผลผลิตเฉลี่ย/ไร่ (กิโลกรัม)      815      815        815  

 

 

การบริหารจัดการการผลิตและการตลาดที่ดี (แผนการผลิตและการตลาด)

การตลาดมักมีปัญหาสำหรับผู้ที่ไม่ได้เตรียมหาตลาดไว้รองรับ สำหรับ คุณสุริยา ได้มีการวางแผนการผลิตและการตลาดไว้ล่วงหน้า

 

แผนการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง 

    กิจกรรม/รายการ   ปี 2559   ปี 2560    ปี 2561   ปี 2562   ปี 2563   ปี 2564
   1. ปลูกมะม่วง ปีที่ 1     20 ไร่
   2. ปลูกมะม่วง ปีที่ 2     15 ไร่
   3. ปลูกมะม่วง ปีที่ 3       6 ไร่
   4. ปลูกมะม่วง ปีที่ 4      6 ไร่
   5. ปลูกมะม่วง ปีที่ 5      4 ไร่
   6. ปลูกมะม่วง ปีที่ 6      7 ไร่

 

แผนการตลาด ราคาจำหน่าย และแหล่งจำหน่ายผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง

            กิจกรรม/รายการ     ปี 2561

  (กิโลกรัม)

   ปี 2562

 (กิโลกรัม)

   ปี 2563

  (กิโลกรัม)

   ปี 2564

  (กิโลกรัม)

   ปี 2565

 (กิโลกรัม)

1. คัดแยกเกรดมะม่วง 3 ระดับ

* A ขนาด 2 ลูก/กก./140-150 บาท

* B ขนาด 3 ลูก/กก./70 บาท

* C ขนาด 4 ลูก/กก./35 บาท

     4,000     6,000     10,000      20,000     30,000
2. จำหน่ายในชุมชน เกรด B และ C      3,000     5,000       7,000     10,000     10,000
3. เกรด A ส่งออกต่างประเทศ เช่น

ประเทศเวียดนาม เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น    มาเลเซีย และจีน (ส่งผลผลิตไปรวมกับกลุ่มอำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น)

     1,000     1,000       3,000     10,000     20,000

 

ความยั่งยืนในอาชีพสวนมะม่วง

ปี พ.ศ. 2561 ได้ถ่ายทอดความรู้การปลูกมะม่วงให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจ และมีสมาชิกรวมกลุ่มกัน สามารถจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่มะม่วง การเข้าร่วมโครงการเกษตรแปลงใหญ่นั้น ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีกว่า เพราะได้รับความรู้ใหม่ เทคโนโลยีการเกษตรที่ทันสมัย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ในด้านการบริหารจัดการ นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่สมาชิกกลุ่มปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ตำบลยางหล่อ อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู

ปี พ.ศ. 2563 จึงรวบรวมสมาชิกผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ในอำเภอศรีบุญเรือง จำนวน 18 ราย พื้นที่ 332 ไร่ เพื่อยื่นขอเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (มะม่วง) ปี 2564 เพราะผลผลิตของสมาชิกเริ่มออกสู่ตลาดแล้ว

ในอนาคตได้วางแผนไว้ว่า จะมีโครงการก่อสร้างโรงงานรวบรวมผลผลิตและบรรจุผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ ที่ได้มาตรฐาน GMP ต่อไป

คุณกมล โสพัฒน์ เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่มและเกษตรอำเภอศรีบุญเรืองเยี่ยมชมสวนมะม่วง

ความเป็นผู้นำ และเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในด้านต่างๆ

  1. เป็นเกษตรกรต้นแบบสาขาอาชีพทำสวน (มะม่วง)
  2. มีความสามารถสื่อสารและทำให้เกษตรกรเข้าใจได้ง่าย
  3. เป็นประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก. เครือข่าย) ตำบลยางหล่อ อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู
  4. เป็นสถานที่ศึกษาดูงานสำหรับผู้ที่สนใจในการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ตั้งแต่การเตรียมดิน การปลูกและการดูแลรักษา การเก็บผลผลิตมะม่วง การแปรรูป และการจำหน่ายผลผลิต
  5. เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่เกษตรกร เรื่องการขยายพันธุ์พืช (มะม่วง) โดยการเสียบยอด การตอนกิ่ง

 

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

  1. สวนสุริยามะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิถูกต้อง ไม่ได้บุกรุกพื้นที่ป่า การปลูกมะม่วงเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขาออกไปรอบต้นมากมาย ทำให้การปลูกมะม่วงก็เหมือนได้เพิ่มพื้นที่ป่า
  2. ใช้ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมปลูก เป็นวิธีการลดการใช้ปุ๋ยเคมี
  3. ป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน เพื่อป้องกันโรคแมลง เช่น

– ผลิตสารชีวภัณฑ์ คือ เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า เชื้อราบิวเวอเรีย เพื่อเตรียมการในการป้องกันและกำจัดโรคแมลง

– สำรวจโรคแมลงในแปลงอยู่เสมอ ไม่ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคแมลง ซึ่งเป็นการรักษาระบบนิเวศในสวนมะม่วง

  1. มีการจัดการที่อยู่อาศัยและกิจกรรมการปลูกพืชอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและถูกสุขลักษณะ โดยการจัดการกิจกรรมการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์แยกไว้ต่างหากจากที่อยู่อาศัย
  2. 5. เลี้ยงแพะ จำนวน 10 ตัว และโคเนื้อ จำนวน 1 ตัว เพื่อกินวัชพืชที่ตัดออกจากแปลงมะม่วง และนำมูลสัตว์ที่ได้ไปใส่ต้นมะม่วง ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้

คุณกมล โสพัฒน์ เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า การปลูกไม้ผล โดยเฉพาะมะม่วงซึ่งเป็นพืชดั้งเดิมตั้งแต่สมัยโบราณ มีการรับประทานอยู่เป็นประจำ มะม่วง ตลาดต่างประเทศและในประเทศ มีความต้องการมาก โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จะเห็นได้ว่ามีรายได้ดีกว่าการทำนา การทำอ้อย ปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้ตลอดไป การดูแลรักษาก็ไม่ยาก ไม่เหมือนที่ปลูกข้าว หรือทำไร่อ้อย มีการใช้สารเคมีจำนวนมาก มีผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ซึ่งในปัจจุบันนี้หนองบัวลำภูมีการใช้สารเคมี และการใช้สารเคมีไม่ถูกต้อง ในอ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และพืชอื่นๆ

ดังนั้น แนะนำเกษตรกรที่สนใจอยากจะปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนา ทำไร่อ้อย เพื่อลดการใช้สารเคมี ควรหันมาปลูกไม้ผลโดยเฉพาะมะม่วง ซึ่งมีรายได้ดีกว่าการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ทำนา ทำไร่อ้อย หากเกษตรกรท่านใดสนใจอยากศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ ทางสำนักงานเกษตรอำเภอศรีบุญเรือง ได้คัดเลือกให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก. เครือข่าย) ประเภททำสวนมะม่วง ตำบลยางหล่อ อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู และได้รางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 จากการประกวดเกษตรกรดีเด่น ระดับจังหวัดหนองบัวลำภู ปี 2563 สาขาทำสวน

หากท่านใดสนใจ ติดต่อได้ที่ คุณสุริยา ธงชัย ยินดีให้ความร่วมมือ และพร้อมรับใช้พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรทุกท่าน สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 098-505-1746 หรือสำนักงานเกษตรอำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู โทร. 042-353-784

คุณวีรสุทธิ์ โฮสูงเนิน หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช และ คุณไพรทอง อินาวัง เกษตรตำบลยางหล่อ แนะนำการป้องกันกำจัดโรคและแมลงมะม่วง
บทความก่อนหน้านี้ปลูกหมากแดงเป็นอาชีพหลังเกษียณ ไม้ชนิดนี้ตลาดยังไปได้ดี
บทความถัดไปอาลัย-สูญเสีย‘ฐากูร บุนปาน’ รองประธานมติชน อดีต บก.-เอ็มดี ด้วยวัย 59 ปี