3 ปุ๋ยชีวภาพตระกูลพีจีพีอาร์แรงเวอร์ ยอดใช้พุ่ง เกษตรกรสั่งจองข้ามปี

กรมวิชาการเกษตร ชูปุ๋ยชีวภาพถุงเขียวตระกูลพีจีพีอาร์ 3 สูตรสุดยอดปุ๋ยชีวภาพแห่งปี ทึ่งแบคทีเรียในปุ๋ยมากความสามารถ ทั้งตรึงไนโตรเจน ละลายธาตุอาหารสำคัญที่ถูกตรึงอยู่ในดิน สร้างสารแย่งจับธาตุเหล็กส่งต่อพืช พร้อมสารต้านเชื้อราสาเหตุโรคพืช เพิ่มราก เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนใช้ปุ๋ยเคมี เผยความต้องการใช้ปี 63 เกือบ 100 ตัน เกษตรกรสั่งจองออเดอร์ยาวข้ามปี เผยพีจีพีอาร์-ทู ได้รับความนิยมสูงสุด

นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปุ๋ย เป็นปัจจัยการผลิตที่มีความสำคัญต่อการเพาะปลูกพืช มีหน้าที่ให้ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยเฉพาะธาตุอาหารหลัก ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ซึ่งพืชต้องการในปริมาณมากเมื่อเทียบกับธาตุอื่นๆ และในดินมักมีไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มเติมธาตุเหล่านี้โดยการให้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารสำคัญดังกล่าว

ซึ่งกองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ได้ศึกษาวิจัย และพัฒนาการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ที่มีชีวิตที่สามารถสร้างธาตุอาหารที่สำคัญเป็นประโยชน์กับพืชโดยผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ยชีวภาพของกรมวิชาการเกษตรประเภทต่างๆ จำนวนมาก เช่น ปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียม ปุ๋ยชีวภาพไมโคไรซ่า ปุ๋ยชีวภาพละลายฟอสเฟต รวมทั้งปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ ซึ่งเกษตรกรนิยมเรียกว่า “ปุ๋ยถุงเขียว” ตามสีของบรรจุภัณฑ์ จัดเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ยชีวภาพอีกชนิดหนึ่งของกรมวิชาการเกษตรที่ได้รับการตอบรับจากเกษตรกรจำนวนมากและมียอดสั่งจองเพิ่มขึ้นทุกปี

ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ ประกอบด้วยแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในดินบริเวณรอบรากพืชและช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช โดยนักวิจัยได้คัดเลือกแบคทีเรียที่มีความสามารถหลายๆ ด้าน ทั้งการตรึงไนโตรเจน เพิ่มความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารพืช สร้างสารซิเดอโรฟอร์ซึ่งมีคุณสมบัติเพิ่มการนำธาตุเหล็กเข้าสู่เซลล์พืชโดยการแย่งจับธาตุเหล็กบริเวณรอบรากพืช ทำให้เชื้อราโรคพืชไม่สามารถนำธาตุเหล็กไปใช้ได้

รวมทั้งยังสามารถสร้างสารคล้ายฮอร์โมนพืชช่วยในการงอกของรากและเพิ่มปริมาณรากขนอ่อน สร้างสารปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อราสาเหตุโรคพืชได้ ซึ่งการที่แบคทีเรียมีบทบาทที่เป็นประโยชน์ต่อพืชได้พร้อมกันหลายอย่างนี้ จึงได้ศึกษาวิจัยและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ยชีวภาพีจีพีอาร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปใช้ทดแทนหรือใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี เพื่อลดต้นทุนการผลิต และช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพให้กับผลผลิตพืช

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ปุ๋ยพีจีพีอาร์สูตรแรก ผลิตขึ้นเมื่อปี 2546 ชื่อว่า พีจีพีอาร์-วัน ใช้สำหรับข้าวโพดและข้าวฟ่างและพืชผักสมุนไพร โดยใช้คลุกเมล็ดก่อนปลูก หรือใช้ร่วมกับปุ๋ยหมักคลุกเคล้าให้เข้ากันตามอัตราที่แนะนำสำหรับรองก้นหลุมก่อนปลูก ปุ๋ยพีจีพีอาร์สูตรที่ 2 ใช้ชื่อว่า ปุ๋ยพีจีพีอาร์-ทู สำหรับข้าว ซึ่งได้รับความนิยมจากเกษตรสูงเช่นเดียวกัน เพราะสามารถใช้เพิ่มผลผลิตได้กับข้าวทุกพันธุ์ โดยใช้คลุกกับเมล็ดข้าวก่อนปลูกหรือใช้คลุกกับปุ๋ยหมักรองพื้นก็ได้ และ

ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยพีจีพีอาร์ล่าสุด คือ ปุ๋ยพีจีพีอาร์-ทรี ใช้สำหรับอ้อยและมันสำปะหลัง ใช้ร่วมกับปุ๋ยหมักหว่านรองพื้น ใช้ฉีดพ่นลงบนท่อนพันธุ์อ้อย หรือใช้แช่ท่อนพันธุ์มันสำปะหลังแล้วจึงนำไปปลูก

ประโยชน์ที่เกษตรกรได้รับจากการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ คือ สามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้อย่างน้อย 25 เปอร์เซ็นต์ ช่วยเพิ่มปริมาณรากอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดน้ำและปุ๋ยอย่างน้อย 15 เปอร์เซ็นต์ และช่วยเพิ่มผลผลิตพืชอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนอกจากจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีโดยเฉพาะปุ๋ยเคมีไนโตรเจนทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรลดลง ในขณะที่ผลผลิตมีปริมาณและคุณภาพเพิ่มขึ้นด้วย

“หลังจากผลิตภัณฑ์ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-วัน ได้รับการตอบรับจากเกษตรกรอย่างมาก ประกอบกับเกษตรกรยังมีความต้องการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ในการผลิตพืชชนิดอื่น กรมวิชาการเกษตรจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ปุ๋ยชีวภาพอีก 2 สูตร คือ ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู สำหรับข้าว และปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทรี สำหรับอ้อยและมันสำปะหลัง โดยปริมาณความต้องการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ในปี 2561 มีจำนวน 35 ตัน ส่วนในปี 2562 เพิ่มขึ้นกว่า 60 ตัน และในปี 2563 นี้ปริมาณความต้องการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ของเกษตรกรเพิ่มขึ้นเกือบ 100 ตัน จากยอดการสั่งจองผลิตภัณฑ์ซึ่งเข้าคิวยาวไปถึงปีหน้า โดยปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู สำหรับข้าวได้รับการสั่งจองมากที่สุด ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร โทร.0-2579-7522-3” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว


งาน Healthcare 2020 จัดระหว่างวันที่ 3-6 กันยายน 63 ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ 10.00 – 20.00 น. นอกจากมี ตรวจสุขภาพฟรี จากกว่า 10 โรงพยาบาลชั้นนำแล้ว ยังมีเวิร์กช็อปชุบชูสุขภาพใจฟรี ถึง 7 คอร์ส  โดย 7 วิทยากรผู้อยู่ในแวดวงงานศิลปะ คราฟท์ และจิตวิญญาณ ช่วยเยียวยาจิตใจ ผ่อนคลาย และสร้างแรงบันดาลใจ เดินทางสะดวกโดยทางด่วน และ MRT ลงสถานีสามย่าน ทางออกที่ 2 Workshop ดี มีให้เรียนฟรีทุกวัน

พิเศษ! Workshop ดี ร่วมเรียนฟรีทุกวัน คลิกลงทะเบียนเรียนที่นี่ (รับจำนวนจำกัด)

รับต้นไม้ฟรี! (ของมีจำนวนจำกัด) เมื่อลงทะเบียนเข้างาน คลิกลงทะเบียนเข้างานที่นี่ 

บทความก่อนหน้านี้อาชีพเสริมชาวนาหันคา จังหวัดชัยนาท นำฟางข้าวมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลก
บทความถัดไปกรมหม่อนไหมส่งเสริมปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านอ่างเตย เมืองแปดริ้ว แหล่งผลิตเส้นไหมมาตรฐาน ขายผ้าไหมปีละ 2 ล้าน แถมได้ทายาทหม่อนไหมดีเด่นระดับประเทศ