สมศักดิ์ แสงมณี แห่งสหกรณ์โคนมบางสะพาน เลี้ยงวัวนมต้องมีใจรัก สานต่ออาชีพวัวนมจากพ่อแม่

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งจากการเรียนในรายวิชาส่งเสริมการเกษตร ของสาขาวิทยาศาสตร์การเกษตร มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ซึ่งเป็นรายวิชาในความดูแลของ อาจารย์ธนากร เที่ยงน้อย ในบทเรียนการเขียนบทความเพื่อเผยแพร่ข้อมูลด้านการเกษตร อาจารย์มอบหมายให้พวกเราลงพื้นที่เพื่อสัมภาษณ์เกษตรกร สนับสนุนให้พวกเราได้สัมผัสกับชีวิตเกษตรกรและได้ทดลองเป็นนักข่าวไปพร้อมกัน แล้วจึงนำข้อมูลมาเขียนเป็นบทความส่งให้อาจารย์พิจารณา หากบทความของใครน่าสนใจอาจารย์ธนากรจะสนับสนุนให้มีโอกาสได้ลงเผยแพร่ในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านอย่างที่ท่านผู้อ่านได้เห็นกันตอนนี้

คุณสมศักดิ์ แสงมณี เจ้าของแสงมณีฟาร์ม อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

อาชีพที่เริ่มมาตั้งแต่สมัยพ่อแม่

แนะนำให้ท่านผู้อ่านรู้จักกับ คุณสมศักดิ์ แสงมณี เกษตรกรหนุ่มรุ่นใหม่ เจ้าของแสงมณีฟาร์ม เลขที่ 122/2 หมู่ที่ 7 ตำบลช้างแรก อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

คุณสมศักดิ์ เล่าว่า สมัยปู่ พ่อ แม่ ทำไร่แล้วได้ทำการรวมตัวกันตั้งกลุ่มสหกรณ์แล้วไปทำการขอกู้ธนาคาร ธ.ก.ส. นำเงินไปซื้อวัวนมมาเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม แต่ในปัจจุบันผ่านมากว่า 20 ปีได้ทำอาชีพการเลี้ยงวัวนมเป็นอาชีพหลัก และมีสวนปาล์มน้ำมัน สวนยางพาราเป็นอาชีพเสริม ที่แสงมณีฟาร์มปัจจุบันมีพื้นที่ 4 ไร่สำหรับทำกิจการวัวนม โดยมีวัวทั้งหมด 85 ตัว แบ่งเป็น วัวแม่รีด 37 ตัว วัวแม่ดราย 6 ตัว วัวสาว 19 ตัว และลูกวัว 23 ตัว จำนวนวัวอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ไม่เหมือนเมื่อครั้งก่อน วัวขายไปบ้าง ซื้อเข้ามาบ้าง เกิดใหม่เยอะ

คุณสมศักดิ์ บอกว่า เป็นสมาชิกกลุ่มสหกรณ์โคนมบางสะพาน ซึ่งเป็นสมาชิกมาแล้ว 20 ปี สหกรณ์มีการสนับสนุนเมื่อเกิดโรคระบาด โดยสหกรณ์จะสนับสนุนเป็นวัคซีนและเงินเยียวยาให้กับสมาชิกเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนม

แม่วัวนมที่แสงมณีฟาร์ม

ใช้วัวนมทั้งสายพันธุ์ Brown Swiss

และสายพันธุ์ Holstein Friesian

คุณสมศักดิ์ เล่าต่อว่า ที่แสงมณีฟาร์มของเราเลี้ยงวัวนมอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ วัวนมสายพันธุ์ Brown Swiss สายเลือด 75% และวัวนมสายพันธุ์ Holstein Friesian สายเลือด 75% และใช้การผสมเทียม โดยมีสัตวบาลเป็นผู้ผสมให้

ในส่วนของการเลี้ยงดูวัวนมของแสงมณีฟาร์ม คุณสมศักดิ์ บอกว่า วิธีการดูแล โดยปกติอาหารหลักของวัวจะเป็นหญ้า จะให้กินวันละ 2 เวลา คือเช้าและเย็น ที่ฟาร์มของเรามีแปลงปลูกหญ้าเป็นของตัวเองในพื้นที่ 10 ไร่ ปลูกหญ้าสายพันธุ์เนเปียร์ปากช่อง เราจะตัดมาให้วัวได้กินทุกวัน นอกจากนั้น ในแต่ละวันก็จะมีการให้วัวได้กินอาหารเสริมร่วมด้วย อาหารเสริมมี 2 ชนิด คืออาหารหยาบและอาหารข้น อาหารหยาบจะเป็นพวกฟาง สับปะรด อาหารข้นจะเป็นจำพวกอาหารเม็ดของบริษัท

ด้านปัญหาที่พบในฟาร์มคือ โรคปากเท้าเปื่อย โรคลัมปีสกิน โรคไข้เห็บ โรคข้อเท้าอักเสบ โรคปอดอักเสบ

การรีดนมจะทำวันละ 2 ครั้ง

เปิดเพลงให้วัวฟัง

ในเรื่องของผลผลิตน้ำนมวัว คุณสมศักดิ์ บอกว่า โดยปกติแม่วัวในแสงมณีฟาร์มให้นมเฉลี่ยวันละ 14 ลิตรต่อตัว แล้วจะมีรถเข้ามารับน้ำนมดิบไปส่งที่สหกรณ์โคนมบางสะพาน โดยรถจะเข้ามารับน้ำนมดิบวันละ 2 รอบ คือ เช้าและเย็น โดยทางเราจะต้องจ่ายค่าจ้างรถบรรทุกน้ำนมดิบในราคา 60 สตางค์ ต่อกิโลกรัม แต่ละวันเราจะส่งนมเข้าสหกรณ์โคนมบางสะพาน วันละ 350-400 กิโลกรัม หลังจากนั้นสหกรณ์โคนมบางสะพานจะรวบรวมผลผลิตน้ำนมดิบจากสมาชิกสหกรณ์ส่งต่อไปยังสหกรณ์วัวนมพัทลุงเพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูปต่อไป

อุปกรณ์เครื่องมือสำหรับรีดนมวัว

ส่วนราคาขายน้ำนมดิบ คุณสมศักดิ์ บอกว่า ราคาขายจะได้ราคาตามคุณภาพของน้ำนมดิบ โดยปกติที่เคยขายจะได้ราคายืนพื้นอยู่ที่ 18 บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายเคยได้สูงสุดอยู่ที่ 20 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถ้าเอามาคิดต้นทุนกำไรแล้วเราก็ยังพอมีกำไรอยู่บ้าง เพราะต้นทุนการผลิตคิดเป็น 60% ของเงินที่ขายได้” ส่วนเคล็ดลับการเลี้ยงวัวนมของคุณสมศักดิ์ เจ้าของแสงมณีฟาร์มนั้นคือการเปิดเพลงให้วัวฟัง “เราจะมีการเปิดเพลงให้วัวฟังจะทำให้วัวรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นในช่วงที่วัวกำลังพักผ่อน แต่เท่าที่ทำมาพบว่าการเปิดเพลงไม่ได้มีผลให้ปริมาณน้ำนมดิบมากขึ้นเพราะปริมาณน้ำนมจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับการกินอาหารที่ดี แต่การเปิดเพลงให้วัวฟังจะทำให้วัวเงียบและรู้สึกผ่อนคลายมากกว่า

แปลงหญ้าเนเปียร์ในพื้นที่ 10 ไร่

ก่อนจะคิดเลี้ยงวัวนม

ก่อนจากกัน คุณสมศักดิ์ฝากข้อคิดถึงเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ใฝ่ฝันจะมีอาชีพเป็นเกษตรกรเลี้ยงวัวนม ตลอดจนเกษตรกรทั่วไปที่สนใจอยากทำฟาร์มวัวนมว่า

การเลี้ยงวัวนมมีข้อดี คือ

  1. การทำอาชีพเลี้ยงวัวนมใช้พื้นที่น้อยกว่าการทำสวนยางพารา
  2. ได้เงินดีกว่าการทำสวน
  3. การทำอาชีพเลี้ยงวัวนมสามารถรีดนมได้ตลอด ไม่มีฤดูกาลเหมือนการทำสวน
  4. มีรายได้แน่นอนมาตรฐาน

ข้อเสียของการเลี้ยงวัวนม คือ

  1. ไม่มีเวลา เพราะต้องรีดนมเช้า เย็น
  2. เราไม่สามารถวางใจลูกน้องได้ เพราะถ้าวันไหนลูกน้องปล่อยวัวกินหญ้าช้าจะทำให้ต้องรีบรีดนมวัว และจะทำให้ได้น้ำนมน้อย
  3. วัวนมจะไม่แข็งแรงเหมือนวันเนื้อและวัวชน มีปัญหาเรื่องโรคให้เราจัดการอยู่เสมอ
ผู้เขียน

“ใครก็ตามที่คิดจะเลี้ยงวัวนมอย่างแรกเลยจะต้องมีใจรักในอาชีพการเลี้ยงวัวนม ต้องมีเวลา และต้องศึกษาเกี่ยวกับวัวนมอย่างละเอียด เพราะการเลี้ยงวัวนมมีความละเอียดอ่อนมาก” คุณสมศักดิ์ ยืนยัน

ใครที่สนใจการเลี้ยงวัวนม อยากไปเยี่ยมชมฟาร์มหรือพูดคุยกับ คุณสมศักดิ์ แสงมณี สามารถติดต่อไปได้ที่เบอร์โทร. 095-884-9412

………………………………………………

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2565.