สาวเมืองนนท์ พลิกวิกฤตช่วงโควิด-19 ปลูกไม้ประดับใบ ทำตลาดออนไลน์สร้างรายได้ดี

จากการที่ได้สัมภาษณ์เกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยงไม้ประดับใบ ไม่ว่าจะเป็นไม้ใบด่างหรือไม้ประดับใบปกติ เกษตรกรหลายท่านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทุกวันนี้วงการไม้ประดับใบ ราคาของไม้ค่อนข้างขยับขึ้นลงชนิดที่ว่าต้องหมั่นคอยเช็กราคาอัพเดทไม่ต่างกับการเล่นหุ้นกันเลยทีเดียว เพราะแต่ละวันราคาค่อนข้างมีการขึ้นลงชนิดที่ว่าเกษตรกรต้องเช็กกันเป็นรายวัน จะพลาดข่าวสารเสียมิได้ หากมีการคำนวณที่พลาดหรือคลาดเคลื่อนอาจทำให้ราคาที่จำหน่ายอาจได้น้อยลงหรือไม่ถูกต้องตามกลไกตลาด จึงทำให้ในช่วงนี้สถานการณ์โควิด-19 ไม้ใบเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่หลายๆ ท่านให้ความสนใจและจับเป็นอาชีพเสริมและหลักในการปลูกเพื่อสร้างรายได้

พื้นที่ภายในสวน

คุณปาลจิรา บุญใจใหญ่ อยู่บ้านเลขที่ 102/5 หมู่ที่ 7 ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความสนใจที่มาเข้าสู่วงการไม้ประดับใบด้วยเช่นกัน โดยครอบครัวของเธอได้ทำสวนไม้ประดับใบอยู่แล้ว แต่ในช่วงนั้นเธอยังไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องของการปลูกไม้ประดับใบมากนัก เพราะมีความฝันและอยากจะลงมือทำงานทางด้านอื่นๆ ก่อน แต่เมื่อวันเวลาเหมาะสมและคิดว่าการทำไม้ประดับใบสามารถสร้างเป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้ เธอจึงได้มาทบทวนอีกครั้งและเริ่มจับการทำไม้ประดับใบอย่างจริงจัง

คุณปาลจิรา บุญใจใหญ่

จากลูกค้าทั่วไป

สู่เกษตรกรไม้ประดับใบ

คุณปาลจิรา เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนไม่ได้มองในเรื่องของการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรเลย เพราะเห็นครอบครัวประกอบอาชีพนี้มานานตั้งแต่เธอยังเล็ก จึงทำให้ก่อนหน้านี้ไปทำงานหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะทำงานบริษัทหรือลูกจ้างต่างๆ ก็ทำมาหมดแล้ว ต่อมาเมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 ในรอบแรกทำให้ร้านที่ไปเป็นลูกค้าต้องหยุดลง ไม่สามารถเปิดได้อย่างเต็มที่เต็มเวลาเหมือนเช่นเคย เธอจึงได้มองหาช่องทางในเรื่องของการทำไม้ประดับใบเพื่อสร้างรายได้โดยใช้เงินทุนที่เก็บสะสมมาลงทุนแบบค่อยเป็นค่อยไป

พัดโบกด่าง

“ช่วงแรกเรายังจับจุดตลาดไม่ถูก ช่วงนั้นเริ่มจากทำไม้อื่นก่อน ทีนี้มาเริ่มจับตลาดเพื่อปลูกกล้วยด่าง แต่ด้วยพื้นที่บ้านเรายังไม่เพียงพอ ทีนี้ก็มองว่ากล้วยด่างไม่น่าจะใช่ทางมากนัก จึงกลับมาเปลี่ยนความคิดใหม่ว่า เราน่าจะทำเป็นไม้เล็กน่าจะตอบโจทย์มากกว่า จึงได้มาทำตลาดไม้ประดับใบและไม้ใบด่างประเภทเงินไหลและฟิโลเดนดรอน โดยช่วงแรกที่ซื้อมาปลูกราคายังไม่ได้แรงขนาดนี้ อยู่ที่หลักพันบาท แต่ตอนนี้ราคาค่อนข้างสูงขึ้นเรื่อยๆ เราเลยมองว่า เราน่าจะทำได้ดี และขยายพันธุ์เพื่อสร้างรายได้ต่อไป” คุณปาลจิรา บอก

การปักชำไม้

การขยายพันธุ์ไม้ประดับใบ

เน้นตัดยอดปักชำเป็นหลัก

ในขั้นตอนของการปลูกไม้ประดับใบให้ได้คุณภาพและมีความแข็งแรงนั้น คุณปาลจิรา เล่าว่า หลังจากที่ซื้อไม้ประดับเก็บรวบรวมเข้ามาไว้ภายในสวนแล้ว จากนั้นจะดูแลเป็นอย่างดีเพื่อให้ไม้โตจนเกิดเป็นยอดใหม่หรือถ้าเห็นไม้เกิดยอดใหม่ก็สามารถทยอยตัดปักชำใหม่ได้ทันที หลังจากตัดยอดใหญ่แล้วจะนำไปปักชำลงในวัสดุปลูกจำพวกขุยมะพร้าว จากนั้นนำเข้าไปไว้ในตู้อบทันที

การเลือกยอดเพื่อปักชำให้เกิดต้นใหม่

โดยขุยมะพร้าวที่นำมาเป็นวัสดุปักชำจะทำการแช่น้ำให้มีความชื้นที่พอเหมาะ หลังจากที่ปักชำยอดไม้ประดับลงไปแล้วหลังจากนำเข้าตู้อบก็ไม่จำเป็นต้องรดน้ำ 1-2 สัปดาห์ เมื่อครบกำหนดแล้วให้หมั่นตรวจเช็กดูรากไม้ ถ้าเห็นว่ารากเดินสมบูรณ์ดีแล้วจึงนำไม้ออกจากตู้อบ จากนั้นย้ายมาปลูกลงในกระถางใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยใช้วัสดุปลูกจำพวกมะพร้าวสับ

“ไม้หลังจากเราปักชำรากเดินดีแล้ว เราก็จะนำมาปลูกใส่กระถางใหม่ ดูแลประมาณ 2-3 สัปดาห์ก็ขายได้เลย แต่ถ้ายังไม่ขายเราก็เลี้ยงต่อไปอีกสักระยะ เพื่อให้เป็นไม้ใหญ่ที่มีราคาขึ้นไปอีก ส่วนเรื่องโรคและแมลงศัตรูพืชอื่นๆ หลักๆ ถ้าช่วงหน้าฝนเราก็จะดูเรื่องของเชื้อราและโรคเน่าเป็นหลัก ป้องกันด้วยการฉีดพ่นทุก 7 วันครั้งเพื่อเป็นการป้องกัน ส่วนแมลงอื่นๆ เราก็ดูตามอาการที่เกิดขึ้นได้ทันที ก็จะช่วยให้ไม้เรามีความแข็งแรงและไม่เกิดความเสียหายจากโรคต่างๆ” คุณปาลจิรา บอก

ฟิโลหูช้างใบด่าง

ทำตลาดขายแบบผสมผสาน

ทั้งไม้ใบด่างและไม้ใบประดับ

ในเรื่องของการทำตลาดเพื่อจำหน่ายไม้ประดับใบนั้น คุณปาลจิรา เล่าว่า เนื่องจากช่วงนี้กระแสไม้ด่างค่อนข้างมาแรง เธอจึงได้ทำตลาดแบบผสมผสาน โดยมีทั้งไม้ใบประดับปกติและไม้ใบด่างควบคู่กันไป เพราะมองว่าหากปลูกแต่ไม้ใบด่างที่มีราคาเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ลูกค้าที่เป็นมือใหม่เข้ามาติดต่อซื้อสินค้าของเธอได้ยาก จึงได้มีการผลิตไม้ใบที่หลากหลายชนิดและหลากหลายราคาควบคู่กันไป

ซิงโกเนียมพิ้งค์สแปลช

โดยการทำตลาดไม้ประดับใบที่เธอปลูกส่วนใหญ่จะเน้นทำตลาดออนไลน์เป็นหลัก โดยหมั่นโพสต์ตามสื่อโซเชียลมีเดียอยู่เป็นประจำ จึงทำให้ลูกค้าสามารถเข้ามาชมไม้ของเธอได้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งสถานการณ์โควิด-19 เช่นนี้การที่จะให้ลูกค้าเข้ามาชมถึงสวนเป็นเรื่องที่ยาก เพราะฉะนั้น การวางแผนทำตลาดออนไลน์จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญต่อยุคการค้าขายเช่นนี้มากๆ

ซึ่งราคาไม้ประดับใบที่สวนของเธอราคาที่มีแตกต่างกันไป อย่างเงินไหลด่างมีใบประมาณ 3 ใบ ลายปกติราคาอยู่ที่ 800 บาทต่อต้น และถ้ามีลายที่สวยขึ้นไปราคาก็จะที่สูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ สายพันธุ์อื่นๆ ที่ทำราคาได้ก็จะมีการเปิดการประมูล ถ้าถูกใจทั้ง 2 ฝ่าย ราคาก็จะอยู่ที่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาทกันเลยทีเดียว

พลูระเบิดด่าง

“ตั้งแต่มาทำไม้ประดับใบ สร้างเป็นอาชีพของเราเอง ต้องบอกเลยว่าเราค่อนข้างที่จะสบายใจ เราได้เป็นนายตัวเอง ไม่ได้ทำงานที่ขึ้นอยู่กับเวลาเหมือนสมัยก่อน ก็อยากจะฝากถึงคนที่เป็นมือใหม่เหมือนกันว่า การทำไม้ประดับเราอย่าไปคาดหวังในเรื่องของราคามากนัก เพราะแต่ละช่วงแต่ละปีไม่มีใครสามารถตอบได้ว่า ราคาจะสูงแบบนี้ตลอดไหม แต่ถ้าเราทำด้วยใจรัก มีความแน่วแน่กับสิ่งนี้ เราก็จะทำออกมาได้ดี และเชื่อเหลือเกินว่าไม้ประดับใบเหล่านี้จะเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่ดีให้กับเราได้อย่างแน่นอน” คุณปาลจิรา แนะนำ

Epipremnum pinnatum Yellow flame

สำหรับท่านใดสนใจในเรื่องของการปลูกไม้ประดับใบ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณปาลจิรา บุญใจใหญ่ หมายเลขโทรศัพท์ 064-669-6442

บทความก่อนหน้านี้“ขิงแดง” พืชเสริม รายได้หลัก ปลูกแล้วที่แก่งคอย สระบุรี
บทความถัดไปชีวิตลุ่มน้ำปิง เมืองกล้วยไข่ (ตอนจบ) หาดทรายขาว สายน้ำที่ไม่เคยเหือดแห้ง ชั่วนิรันดร์