ทึ่ง โอปันยากิไส้ลูกหม่อน ขึ้นแท่นเมนูยอดฮิตร้านเบเกอรี่ดังเมืองตรัง

กรมหม่อนไหม หนุน “กวนนิโตพาทิสเซอรี” ร้านเบเกอรี่ ชื่อดังเมืองตรัง พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป“ขนมโอปันยากิ-เครปโรลไส้ลูกหม่อน จนกลายเป็นขนมยอดฮิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรในชุมชนบ้านนาโยง   

นายมงคล คงบัน เจ้าของร้านกวนนิโตพาทิสเซอรีเบเกอร์รี่ชื่อดัง ตำบลนาโยงใต้ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง กล่าวว่า ตนได้รับซื้อลูกหม่อนผลสด หรือ “มัลเบอร์รี่” ของเกษตรกรในชุมชนมาแปรรูปเป็นไส้ขนมโอปันยากิ (Obanyaki) หรือ “ขนมครกญี่ปุ่น” เครปโรล และ “น้ำมัลเบอร์รี่” กลายเป็นเมนูขึ้นชื่อของทางร้าน ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวชาวตรังและจังหวัดใกล้เคียง

ช่วงแรกที่นายมงคลริเริ่มรับซื้อหม่อนผลสดจากเกษตรกรในตำบลนาโยง กิโลกรัมละ 200 บาท ซึ่งราคาค่อนข้างสูง เลยนำมาผลิตเป็นน้ำดื่มมัลเบอร์รี่ หลังจากมีการขยายพื้นที่การปลูกจนมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น ราคาลดลงเหลือ กิโลกรัมละ 120-150 บาท จึงเริ่มนำผลผลิตมาแปรรูปเป็นไส้โอปันยากิและเครปโรลมัลเบอร์รี่ แล้วนำมาเสิร์ฟสไตล์ญี่ปุ่น คือทำเป็นคำๆ เหมือนชูชิ เพื่อให้กินง่ายและดูสวยงาม และสร้างมูลค่าเพิ่มของเบเกอรี่ให้มีราคาเพิ่มขึ้นไปอีก

 

ร้านกวนนิโตพาทิสเซอรีเบเกอรี่กำหนดราคาจำหน่าย ถาดละ 89 บาท หรือตกชิ้นละ 9-10 บาท  โดยรับซื้อลูกหม่อนจากเกษตรกรทุกวัน วันละ 15-20 กิโลกรัม ซึ่งนายมงคลไม่คิดว่าจะมีกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคจนบางวันผลิตไม่ทัน โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสุขภาพ เนื่องจากผลหม่อนนั้นเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ลดคอเลสเตอรอล บำรุงสมอง บำรุงสายตาและป้องกันโรคมะเร็ง ทั้งนี้ จากกระแสตอบรับที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ตนมีแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อตลาดไปยังจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย

นายมงคล กล่าวถึงแนวคิดในการแปรรูปลูกหม่อนผลสดว่า ตนได้รับสนับสนุนจากกรมหม่อนไหมภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหม่อนที่ให้การส่งเสริมการปลูกแก่เกษตรกรและสนับสนุนการแปรรูปต่อยอดผลผลิตของทางร้าน ซึ่งปัจจุบันนอกจากลูกหม่อนแล้วตนยังรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ อาทิ ขนุน ลูกตาล มะพร้าว มะม่วง สาเก มาแปรรูปเป็นเครปโรลไส้ฝอยทองและไส้ต่างๆ สีสันสวยงามอีกด้วย จากความสำเร็จดังกล่าว ปัจจุบัน นายมงคล รับเป็นวิทยากรถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นๆ ใหม่ ในการนำผลผลิตในชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพแบบยั่งยืนในอนาคต

ด้าน นางณัฐยมน พุฒนวล ผู้นำกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรการปลูกมัลเบอร์รี่ ต.นาโยงเหนือ อ.นาโยง จ.ตรัง กล่าวว่า ปัจจุบัน ทางกลุ่มได้รับการสนับสนุนจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ นราธิวาส กรมหม่อนไหมในการพัฒนาและยกระดับการปลูกหม่อนผลสด ภายใต้มาตรฐาน GAP เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของตลาดมากขึ้น

มีพื้นที่ปลูกหม่อนผลสดครอบคลุมพื้นที่ 5 ไร่ มีสมาชิกและเครือข่าย จำนวน 25 คน ปริมาณผลผลิตประมาณ 1,350 กิโลกรัม ต่อไร่ ต่อปี มีการวางแผนการจัดการภายในแปลงตามหลักวิชาการใช้วิธีการดูแลแบบธรรมชาติ เพื่อให้ผลผลิตออกมามีคุณภาพดี และปลอดสารพิษ 100% มีการพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิต จากเดิมผลผลิตอยู่ที่ 270 กิโลกรัม ต่อไร่ ต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 405 กิโลกรัม ต่อไร่ ต่อปี โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ กิโลกรัมละ 150 บาท กลุ่มมีรายรับสุทธิต่อปี อยู่ที่ 142,800 บาท ต่อปี

ทางกลุ่มฯ ได้นำหม่อนผลสดมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบต่างๆ เช่น น้ำมัลเบอรี่พร้อมดื่ม แยมมัลเบอรี่ ข้าวเกรียบมัลเบอรี่ มัลเบอรี่กวน สบู่มัลเบอรี่ และมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามและมีมาตรฐาน เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพที่ต้องการประโยชน์ด้านการบำรุงสมองและร่างกาย ส่งผลให้สินค้าหม่อนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น มีแหล่งจำหน่ายที่กลุ่ม การจำหน่ายในโรงพยาบาล และโรงเรียนเป็นหลัก

บทความก่อนหน้านี้จังหวัดชลบุรี เชิญนักปั่นทั่วประเทศ เข้าร่วมงานแรลลี่จักรยานเพื่อการท่องเที่ยว ปั่นปันรัก 2 มิถุนายน 2562
บทความถัดไปกรมหม่อนไหม ยกระดับคุณภาพมาตรฐาน “ผ้าทอโบราณนาหมื่นศรี” จ.ตรัง