“บ่มกล้วย” ด้วย “เตาดินอบแบบโบราณ” ไม่ง้อแก๊ส

กล้วยเป็นสินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี เกษตรกรส่วนใหญ่จึงรีบตัดกล้วยดิบออกมาบ่มให้สุกด้วยแก๊สเอทิลีนโดยตรงหรือใช้ถ่านแก๊ส แคลเซียมคาร์ไบด์ โดยทุบถ่านแก๊สเป็นก้อนเล็กๆ แล้วใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อถ่านแก๊ส ซุกไว้กลางเข่งกล้วย ก่อนที่จะบรรจุผลไม้ลงไปจนเต็มเข่ง ระหว่างการขนส่งกล้วยจะมีการคายน้ำทำปฏิกิริยาทางเคมีกับถ่านแก๊ส กลายเป็นแก๊สอะเซทิลีนไปกระตุ้นให้กล้วยเริ่มกระบวนการสุก แต่ผู้บริโภคไม่ชอบกล้วยลักษณะนี้ เพราะมีกลิ่นแก๊สติดในเนื้อกล้วย และมีรสชาติไม่อร่อยเหมือนกล้วยที่ปล่อยให้สุกตามธรรมชาติ

ความจริงในอดีตคนไทยนิยมบ่มผลไม้ให้สุกด้วยเทคนิคง่ายๆ โดยใช้ “ความร้อนจากธูป” เริ่มจากเรียงกล้วยดิบใส่โอ่ง จุดธูป ประมาณ 7-8 ก้าน ปักใส่แก้วที่ใส่ทรายตั้งไว้กลางโอ่ง ปิดฝาโอ่งให้สนิท รอสัก 2-3 วัน จึงค่อยมาเปิดดู จะเห็นกล้วยสุกเหลืองพร้อมกันและมีรสชาติอร่อยตามที่ต้องการ

อีกเคล็ดลับหนึ่งที่น่าสนใจคือ เคล็ดลับการบ่มผลไม้ให้สุก โดยใช้ “เตาดินอบความร้อน” จากภูมิปัญญาชาวบ้านในอำเภอลานสภา จังหวัดนครศรีธรรมราช คุณสุรศักดิ์ ศรีอำนวย เล่าให้ฟังว่า สมัยปู่ ย่า ตา ยาย นิยมบ่มกล้วยให้สุกด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านแบบโบราณ โดยขุดหลุมลึก ประมาณ 60 เซนติเมตร ขนาดความกว้าง-ยาว ของหลุมขึ้นอยู่กับจำนวนกล้วยที่ต้องการบ่ม เมื่อเตรียมหลุมเสร็จจะนำทางมะพร้าวแห้งมาเผาในหลุม นานประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อขับไล่ความชื้นในหลุมดินและมีความร้อนระอุในเนื้อดิน ประมาณ 50-60 องศา เปรียบเสมือน “เตาดินอบความร้อน” นั่นเอง

เมื่อเผาหลุมเสร็จ จะนำใบตองสดมากองปูรองก้นหลุม และกล้วยดิบที่หั่นเป็นหวีแล้ววางเรียงบนใบตองที่ปูพื้นไว้ ขั้นตอนต่อมาจะนำใบตองวางคลุมทับกล้วยในหลุมจนมิด จึงค่อยนำดินกลบอีกครั้งหนึ่ง โดยทั่วไปจะใช้เวลาบ่มกล้วยในหลุม ประมาณ 1-2 วัน เมื่อเปิดหลุมออกมาจะเห็นผลกล้วยสุกเหลืองพร้อมกันทั้งหมด หากต้องการให้กล้วยสุกงอมอร่อย ควรใช้เวลาบ่ม ประมาณ 2 วัน

คุณสุรศักดิ์ บอกว่า วิธีนี้ทำให้กล้วยสุกโดยไม่ต้องใช้แก๊ส ที่สำคัญใช้ต้นทุนต่ำ เพราะใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น สำหรับเทคนิคนี้ อาศัยความร้อนระอุจากไอดิน ที่อุณหภูมิ 50 องศา ช่วยบ่มกล้วยให้สุกเหลืองและมีรสหวานอร่อยตามธรรมชาติมากที่สุด

ทุกวันนี้ เกษตรกรไทยจำนวนมาก ตัดกล้วยไม่เป็น ทำให้เครือกล้วยหล่นกระแทกดิน ผลผลิตเสียหาย ขายไม่ได้ราคา แม้แต่ตัวคุณสุรศักดิ์เองก็เพิ่งมาเรียนรู้การตัดกล้วยอย่างถูกวิธี เมื่ออายุ 40 กว่าปีนี้เอง คุณสุรศักดิ์เผยเคล็ดลับการตัดกล้วยแบบง่ายๆ คือใช้มีดฟันต้นกล้วยให้เป็นรอยบากปากฉลาม ที่ความสูงระดับหน้าอก จากนั้นใช้มือค่อยๆ ดึงใบกล้วยให้โน้มลงมา วิธีนี้จะทำให้ต้นกล้วยหักโค่นลงและ เครือกล้วยแตะถึงดินพอดี โดยไม่ทำให้กล้วยเสียหาย

 

หากใครมีข้อสงสัยประการใดสามารถสอบถามกับ คุณสุรศักดิ์ ศรีอำนวย ได้โดยตรง ที่เบอร์ โทร. (089) 929-6305