โพนพิสัย ปรับบทบาทครู กศน. ส่งผลผู้เข้าสอบเพิ่มขึ้น

ดร.มณฑาทิพย์ เสยยงคะ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ทำการศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาร้อยละ ของผู้เข้าทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน  (NNET) ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เพื่อนำมาเป็นแนวทางการเพิ่มร้อยละผู้เข้าสอบการทดสอบฯ ให้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานด้านการจัดการคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่สภาพปัญหาที่พบคือ ร้อยละผู้เข้าสอบการทดสอบฯ ในรอบ 3 ปีการศึกษา พบว่า มีค่าร้อยละผู้เข้าสอบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (NNET) อยู่ในลำดับสุดท้าย จากจำนวนสถานศึกษา จำนวน 9 แห่ง ในสังกัดสำนักงาน กศน.จังหวัดหนองคาย

โดยแนวความคิดในการแก้ปัญหา ดร.มณฑาทิพย์ ใช้หลักการสำคัญคือ ใช้กระบวนการระดมความคิด ด้วยการมอบหมายให้บุคลากรทางการศึกษา ครูอาสาสมัคร กศน. เป็นหัวหน้ากลุ่มผู้ดำเนินการ กระตุ้นให้เกิดการแสดงความคิดเห็น เพื่อให้ทราบปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีครู กศน.ตำบล ทั้ง 28 คน เป็นกลุ่มผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหาของครู กศน.ตำบล ได้ยึดหลักธรรมอิทธิบาท 4 คือ ต้องมีฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา ซึ่งสรุปเป็นแนวทางการทำงานคือ สามัคคี รักกัน และพัฒนา ทั้งนี้ จากการระดมสมองของผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรทางการศึกษา ครูอาสาสมัคร กศน. และครู กศน.ตำบล สามารถสรุปได้ว่า แต่ละระดับขั้นของบุคลากรที่ทำงาน มีแนวทางในการแก้ปัญหาที่ไม่เหมือนกัน เช่น แนวทางการแก้ปัญหาของผู้บริหาร ควรเสียสละในทุกเรื่องเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้ มีความสม่ำเสมอในการปฏิบัติตนต่อบุคลากรทุกคนอย่างยุติธรรม เป็นต้น ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาของครูกศน.ตำบล เช่น เอาใจใส่ รับผิดชอบงาน ทำงานด้วยสติปัญญามุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน เป็นต้น

จากการนำแนวทางที่ได้จากการศึกษาไปใช้ พบว่า ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอโพนพิสัย สามารถเพิ่มร้อยละผู้เข้าสอบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (NNET) ขึ้นร้อยละ 31.66 และส่งผลให้เลื่อนลำดับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของร้อยละผู้เข้าสอบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (NNET) ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงาน กศน.จังหวัดหนองคาย

บทความก่อนหน้านี้กศน.โพนพิสัย เตรียมออกให้บริการห้องสมุดทุกวัน
บทความถัดไป“มะคาเดเมีย” ปลูกให้ได้ผลดีในประเทศไทย ต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายอย่าง