หนุ่มสุรินทร์ ปิ๊งไอเดีย ปรับค่าน้ำบาดาลเป็นกลางด้วยธรรมชาติ ใช้ในช่วงหน้าแล้ง

เกษตรบางรายไม่ทราบวิธีการใช้น้ำบาดาลมาใช้ในทางการเกษตร เมื่อสูบน้ำขึ้นมาก็ใช้ในการเกษตรและเลี้ยงปลาเลย ผลคือทำให้ปลาตาย พืชผักที่รดด้วยน้ำใต้ดินก็ไม่ค่อยได้ผลผลิตที่ดี ซึ่งเป็นผลมาจากน้ำใต้ดินบางพื้นที่อาจเป็นกรด หรือ ด่าง ไม่เหมาะกับการทำการเกษตร

จากปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้นายธวัชชัย บุญมีชัย เกษตรกรหนุ่มวัย 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 บ้านบุผาง หมู่ 3 ต.หนองเมธี อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เจ้าของสวน “บุญมีชัยฟาร์ม เกษตรพอเพียง” ถือเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงและเป็นเกษตรกรที่มีความคิดก้าวหน้า ปัจจุบันได้เป็นประธานศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรขึ้นในระดับชุมชนอำเภอท่าตูม ได้คิดหาวิธีการที่จะทำการปรับสภาพน้ำบาดาล ให้ใช้ได้โดยไม่ต้องสร้างบ่อพักให้เสียเวลา ซึ่งอาศัยหลักรูปแบบจากธรรมชาติง่ายๆ

นายธวัชชัย ได้นำรูปแบบมาดัดแปลงในพื้นที่ไร่ของตัวเอง โดยการดึงน้ำขึ้นมาจากใต้ดินให้ไหลผ่านชั้นหิน ถ่าน และมูลสัตว์ที่ทำดักไว้ที่จุดปล่อยน้ำออกมา ก่อนให้น้ำไหลผ่านไปยังร่องน้ำตามที่ทำไว้ไหลเข้าไปยังสระน้ำและสวนพืชผัก

หากสังเกตน้ำที่ไหลผ่านออกไปจากชั้นที่กรองและปรับสภาพแล้ว น้ำจะใสแบบธรรมชาติ ที่สำคัญน้ำที่ผ่านการปรับสภาพแล้วสามารถเลี้ยงปลาได้ โดยที่ปลาไม่ตายและสามารถน้ำไปรดพืชผักได้ผลเป็นอย่างดี ใช้ได้ตลอด โดยไม่ต้องสร้างบ่อพักน้ำก่อนนำมาใช้

นายธวัชชัย เปิดเผยว่า รูปแบบดังกล่าวเป็นการปรับสภาพน้ำบาดาลที่เป็นกรด ด่าง ให้สามารถใช้น้ำได้เลย โดยไม่ต้องสร้างบ่อพัก ซึ่งจะเห็นได้ว่าทางภาคอีสานเราจะมีปัญหาความแห้งแล้งน้ำไม่พอใช้ จำเป็นจะต้องสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ทำการเกษตร ซึ่งวิธีการทำระบบกรองหรือปรับสภาพน้ำก็ง่ายๆ โดยน้ำที่สูญขึ้นมาก็จะผ่านชั้นต่างก่อนไหลไปตามคลองที่ขุดไว้ ชั้นแรกจะไหล่านชั้นหิน จากนั้นไหลผ่านชั้นถ่าน และสุดท้ายคือมูลสัตว์

เพื่อเป็นการสร้างจุลินทรีย์ให้กับน้ำ ซึ่งปกติถ้าน้ำออกจากบ่อบาดาลแล้วน้ำไปเลี้ยงปลาเลยปลาจะตาย ต้องมีการปรับสภาพน้ำก่อนน้ำไปใช้ ถือว่าเป็นการปรับสภาพน้ำด้วยวิธีง่ายๆ ใช้วัสดุในพื้นที่เราที่มีอยู่ ซึ่งน้ำบาดาลที่สูบขึ้นมาและผ่านชั้นกรองน้ำแล้วก็สามารถนำไปใช้ได้เลย โดยไม้ต้องผ่านการพักน้ำ เป็นนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นมาในแบบธรรมชาติ ซึ่งจะเห็นได้ว่าฝนที่ตกลงมาตามภูเขากลายเป็นน้ำตกแล้วไหลผ่านซากพืช ซากสัตว์ จะเป็นน้ำที่มีแร่ธาตุ จึงได้นำแนวทางดังกล่าวมาจำลอง ซึ่งก็คิดค้นขึ้นมาเอง ถือเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรที่ทำการเกษตรในช่วงหน้าแล้งที่ขาดน้ำและจำเป็นต้องสูบน้ำบาดาลมาทำการเกษตรได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันวิธีการปรับสภาพน้ำบาดาลให้เป็นกลางก่อนนำมาทำการเกษตร ถูกบรรจุในฐานการเรียนรู้ โดยใช้พื้นที่ในฟาร์มของนายธวัชชัย กว่า 24 ไร่ เป็นพื้นที่จัดตั้งฐานเรียนรู้ให้กับเกษตรกร ถ่ายทอดเทคโนโลยี ก่อนเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ 5 ฐาน ผลิตปุ๋ย-น้ำ-ถ่าน-ผลิตพืชอาหาร ลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งการปรับเปลี่ยนสภาพน้ำใต้ดินด้วยวิธีธรรมชาติก่อนนำมาทำการเกษตร ได้รับความสนใจจากเกษตรกรมาดูงานอย่างต่อเนื่อง โดยทางสำนักงานเกษตรอำเภอท่าตูมได้จัดตั้งขึ้น ซึ่งศูนย์ ศพก.ของ อ.ท่าตูม เป็น 1 ใน 882 แห่งทั่วประเทศอีกด้วย

บทความก่อนหน้านี้ทำไม? ‘ถ่านไม้มะขาม’ จึงเป็นที่ต้องการของตลาด
บทความถัดไป‘ปลาเบญจพรรณ’ อาชีพอิสระ ลงทุนน้อย ผลตอบแทนสูง