หม่อนหิมาลายัน กำแพงเพชร ปลูกประดับได้ ปลูกขายดี

หม่อนหิมาลายัน มีถิ่นกำเนิดจากเทือกเขาหิมาลัยและเทือกเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ที่มีระดับสูงกว่าน้ำทะเล 2,300 เมตร เป็นไม้ผลัดใบ ขนาดเล็ก ที่สูงถึง 15 เมตร ชื่อวิทยาศาสตร์ โมรัสเซอราต้า อยู่ในสปีชีส์ มัลเบอรี่ มีสองสี สีขาว และแดงอมม่วง ขนาดผลยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร มีรสหวาน

หม่อนหิมาลายัน เป็นพืชที่พัฒนาพันธุ์ และขยายพันธุ์โดยการเสียบยอด โดยใช้ต้นตอพันธุ์พื้นเมืองบ้านเรา

หม่อนหิมาลายัน มีสองสี คือ ไวท์หิมาลายัน มัลเบอรี่ และ เรดหิมาลายัน มัลเบอรี่ แต่การพัฒนาพันธุ์ทำให้ปลูกได้ในเขตร้อน เช่น ประเทศไทยเรา ผู้เขียนได้สอบถามเกษตรกรผู้ที่ปลูกหม่อนหิมาลายัน คือ อาจารย์วิเชียร บุญเกิด แห่งสวนสุวรรณีปรางทอง กำแพงเพชร

“ผมปลูกมาหลายปีแล้วครับ เหมาะสำหรับปลูกไว้ดูเล่นเป็นไม้ประดับได้ และสร้างรายได้เสริมให้ชาวบ้าน เพราะหม่อนหิมาลายันนี้มีลักษณะผลยาว 3-4 นิ้ว และรสชาติหวาน ไม่มีเปรี้ยวผสมเลยครับ” อาจารย์บอก

จากข้อมูลประสบการณ์ตรงที่สวนอาจารย์วิเชียร หม่อนหิมาลายัน ถือว่าเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้คลายเครียดได้ เพราะจะให้ผลผลิตตลอดทั้งปี สีสันสวยงาม อยู่ที่การดูแลและตัดแต่งกิ่ง

อาจารย์วิเชียร บุญเกิด

อาจารย์วิเชียร ได้บอกกับผู้เขียนว่า ต้นหิมาลายัน ที่สวนอาจารย์ทำไมถึงสวยงาม สมบูรณ์ ท่านใช้ต้นตอพันธุ์จากพันธุ์เชียงใหม่ 60 เพราะว่าทนแล้งได้ดี และทนต่อโรคพืช นำต้นหม่อนหิมาลายันมาเสียบยอด เป็นเคล็ดลับจากการลองผิดลองถูก จึงได้ต้นพันธุ์ที่ปลูกได้สมบูรณ์และสามารถปลูกได้ทุกที่ในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง

 

การปลูกและการดูแล

หม่อนหิมาลายัน ดูแลง่าย เริ่มต้นจากการเลือกต้นพันธุ์ที่ดี และหม่อนหิมาลายันไม่ต้องการน้ำมาก ปลูกโดยการใช้วงบ่อ หรือขุดหลุมดินกว้าง 50 เซนติเมตร ใช้เปลือกถั่วหรือขุยมะพร้าว หรือใบไม้แห้ง รองก้นทำดินโคนต้นให้พูนขึ้น เพื่อไม่ให้น้ำขังเวลารดน้ำ สำหรับท่านที่มีพื้นที่น้อย และไม่ต้องการปลูกลงดิน ก็ใส่กระถางได้ ขั้นตอนการปลูกก็เหมือนกันที่ต้องรองก้นกระถาง ข้อดีก็คือ ดูแลและควบคุมการให้น้ำได้ ตัดแต่งกิ่งเป็นไม้ประดับได้สวยงาม

หลังจากนั้น ก็จะตัดแต่งกิ่ง และปล่อยให้แตกใบอ่อน ประมาณต้นฝนก็จะเริ่มให้ผลอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม จะเก็บเกี่ยวได้เดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม โดยการตัดยอดที่แตกทิ้งไป (เคล็ดลับการเร่งให้ออกผล) ก็จะแตกผลอ่อนออกมา ผลอ่อนจะมีลักษณะเป็นขุย เหมือนหนอนบุ้งและยาวเรียว พอเริ่มแก่ขนอ่อนก็จะหายไป จะเป็นตุ่มเล็กๆใสๆ และมีสีม่วงแดง และขาวตามสายพันธุ์ ก็จะทำให้ต้นหม่อนหิมาลายันดูสวยงาม น่ารับประทานและดกเต็มต้น เพราะลักษณะผลฉ่ำน้ำตาล ยาวประมาณ 3-4 นิ้ว

ปลูกในวงบ่อ

การดูแลต้นและผลผลิต

ต้นหม่อนหิมาลายัน จะมีความสูงได้มาก 10-15 เมตร ตามสายพันธุ์ แต่ที่สวนจะบังคับความสูง เพื่อการเก็บเกี่ยวและการดูแล ให้มีความสูงประมาณ 2 เมตร กว่าๆ ต้องทำค้างค้ำยันเพื่อไม่ให้ต้นล้ม

“ที่สวนผมปลูกไว้ประมาณ 20 ต้น โดยเฉลี่ยแล้วจะได้ประมาณ 2-3 กิโลกรัม ต่อต้น จะเก็บผลผลิตทุกวันในช่วงที่ออกผล ผลหม่อนจะสุกไล่เลี่ยกัน มีผลหม่อนหิมาลายันให้รับประทานทุกวัน ถ้าเหลือผมก็นำมากวนเก็บไว้ แต่ที่สวนมีคนมาเยี่ยมมาเยือนและชิมทุกวัน” อาจารย์บอก

แปลงปลูก

ข้อแนะนำสร้างรายได้

เก็บผลสด… ถ้าขายผลสด ต้องรักษาความสดให้ได้ จะดูน่ารับประทาน การขายก็แล้วแต่สถานที่แต่ละที่ ส่วนมากอาจารย์ขายผลสด กิโลกรัมละ 100 บาท เฉลี่ยทั้งหมดประมาณ 4,000-6,000 บาท ต่อครั้ง ให้ผลผลิต 2 ครั้ง ต่อปี นอกจากนั้น ก็ให้ผลผลิตเรื่อยแต่ไม่มาก เป็นบางต้น แต่ก็ขึ้นกับการที่เราดูแลเรื่องน้ำเรื่องการจัดการ หรือตัดแต่งกิ่ง

กวนหรือทำแยม…อัตราส่วน ถ้าไม่ต้องการหวานมาก ผลหม่อนหิมาลายันสด 1.5 กิโลกรัม น้ำตาล 0.50 กิโลกรัม น้ำมะนาว 1 ผล แบะแซ 1 ช้อนแกง เกลือ 1 ช้อนกาแฟ นำหม่อนสด 1 กิโลกรัม ไปปั่นให้ละเอียด ส่วนอีก 0.50 กิโลกรัม หั่นหยาบ นำส่วนผสมหม่อนหิมาลายันปั่น และน้ำตาล แบะแซ น้ำมะนาว ไปกวนในกระทะไฟอ่อนๆ กวนไปจนงวดและพอข้น ยกลงเก็บใส่ภาชนะ เช่น ขวด (ให้นำไปนึ่งฆ่าเชื้อก่อน) เก็บไว้รับประทานได้ ส่วนการกวนหิมาลายันก็คนต่อไปเรื่อยๆ จนข้นและแห้งไม่ติดกระทะก็ใช้ได้

“การปลูกหม่อนหิมาลายัน นอกจากปลูกเป็นรายได้เสริมแล้ว บางท่านที่มีพื้นที่น้อย อาจจะปลูกไว้ดูเล่นเป็นไม้ประดับสักต้นสองต้น ก็ทำให้มีผลไม้ได้รับประทานทุกเช้าและยังเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย

อาจารย์วิเชียร บุญเกิด ปัจจุบัน อยู่บ้านเลขที่ 161/2 หมู่ที่ 1 ตำบลอ่างทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ถือว่าเป็นปราชญ์พื้นบ้าน ที่ทุกท่านที่ได้รู้จักและสัมผัสในวิสัยทัศน์ของท่าน ต้องยอมเรียกว่า อาจารย์วิเชียร ที่ได้ลองผิดลองถูก และคร่ำหวอดอยู่กับต้นไม้มานานหลายปี ในวัยของท่านตอนนี้ก็กว่า 70 ปี แต่ไฟในตัวของอาจารย์ปราชญ์พื้นบ้านท่านนี้ไม่ได้หมดไปตามวัย มีแต่การคิดค้นและพัฒนาพืชเศรษฐกิจให้มีรายได้ที่ยั่งยืน และพัฒนาต่อยอดของพันธุ์พืชใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าของพื้นเมืองและคุณภาพดี โดยการนำมาเสียบยอด โดยใช้พันธุ์พื้นเมืองเป็นต้นตอ ซึ่งมีคุณสมบัติทนต่อโรคพืช และหาอาหารได้ดี ดังเช่น ต้นหม่อนหิมาลายัน มัลเบอรี่ ซึ่งมีรสชาติหวานและขนาดของผลยาว 3-4 นิ้ว

อาจารย์คิดอย่างไร ถึงได้ปลูกผลไม้ชนิดนี้

“ผมคิดว่า การมีผลไม้ใหม่ๆ ที่มีรสชาติดีๆ ทุกครั้งเจอแต่เปรี้ยว ต้องสุกจริงๆ ถึงจะมีรสหวานอมเปรี้ยว แต่ก็อร่อยไปอีกแบบ แต่ส่วนใหญ่ที่พบเจอในบ้านเราจะค่อนข้างเปรี้ยว แต่ดกเต็มต้น ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี และโตเร็วมาก ผมก็เลยคิดว่า ถ้านำมาเป็นต้นตอ โดยผมได้เสาะแสวงหาพันธุ์ที่มีรสชาติหวาน และผลขนาดยาวกว่าพันธุ์พื้นเมือง และยังมีสีสันสวยงาม ลักษณะฉ่ำน้ำ ก็คือ พันธุ์หิมาลายันมัลเบอรี่ ซึ่งอยู่แถบเขตหนาว และให้ปรับตัวอยู่ในเขตร้อนได้ ผมจึงนำมาเสียบยอดกับต้นตอ พันธุ์พื้นเมือง เชียงใหม่ 60 ก็เจริญงอกงามดี และให้ผลผลิตอย่างที่เห็นครับ” อาจารย์บอก

ผลสีขาว

อาจารย์สร้างรายได้จากการทำสวนอย่างไร

“ที่สวนผมปลูกพืชผสมผสานหลากหลาย ทำให้มีรายได้ตลอดทั้งปีครับ ผมมีเนื้อที่ 17 ไร่ มีละมุดยักษ์ทูอินวัน ที่มีลักษณะผลกลมและรีอยู่ในต้นเดียวกัน มีมะเดื่อฝรั่ง หรือฟิก มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร มะยงชิด มะขามป้อมยักษ์ ส้มโอแดงบางนรา และส้มโอแดงฮานอย ชมพู่อี้เหวิน ดำ แดง และเขียว และยังมีลำไยขาวพวงใบเตย ที่เมล็ดลีบ และออกลูกทั้งปี เป็นลำไยทะวาย เป็นต้น…ตามความคิดของผมนะครับ ถ้าเราทำสวนไม้ผล ในเนื้อที่ไม่มาก ผมแนะนำให้ทำสวนผสม จะได้มีรายได้ทั้งปีครับ เพราะว่าผลไม้แต่ละอย่างให้ผลต่างกันในแต่ละเดือน ทำให้มีรายได้ไม่ขาด มีหมุนเวียนตลอดครับ เช่น เดือนมีนาคมมีละมุดออกก็ได้รายได้จากละมุด เดือนเมษายนมีมะเดื่อฝรั่งออก ก็ได้จากมะเดื่อ จะพยายามบริหารจัดการเรื่องการปลูกของพืชแต่ละอย่าง ค่อยๆ ทำไปครับ ถ้าเกษตรกรหรือท่านที่สนใจจะปลูกพืชเหล่านี้ ผมยินดีแนะนำครับ ติดต่อสอบถามได้ครับ ผมยินดีที่จะให้ความรู้จากประสบการณ์ตรงของผม และผมต้องการเผยแพร่เคล็ดลับต่างๆ ให้ชนรุ่นหลังได้นำไปปฏิบัติ ความรู้นี้ถ้าผมไม่เผยแพร่ก็จะตายไปกับผม ไม่ได้ก่อเกิดประโยชน์แก่ชนรุ่นหลัง นี่คือ ปณิธานของผมครับ” อาจารย์บอก

ต้นหม่อนหิมาลายัน นอกจากเหมาะสำหรับปลูกเป็นรายได้เสริมแล้ว บางท่านที่มีพื้นที่น้อยอาจจะปลูกไว้ดูเล่น สักต้นสองต้น ก็จะทำให้มีผลไม้ให้รับประทานทุกเช้า และยังเป็นไม้ประดับสวนเล็กๆ ได้อีกด้วย ถ้าสนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ อาจารย์วิเชียร บุญเกิด โดยตรงที่เบอร์โทร. 085-244-1699

ผลสุกแดงเข้มออกดำ
สีขาวและสีแดง
เด่นที่ผลยาว
บทความก่อนหน้านี้“ตราฉัตร” ลดอย่างแรง ราคาพิเศษท้าหน้าฝน เมื่อสั่งซื้อผ่านช่องทาง 7-Online
บทความถัดไปน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ปักธงความสำเร็จ ‘ความมั่นคงทางอาหาร’ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว มุ่งสู่เส้นชัยเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน