วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์ ผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์คุณภาพ สร้างรายได้ยั่งยืน

ข้าวไทย เป็นอีกหนึ่งสินค้าทางการเกษตรที่สำคัญ เพราะจะเห็นได้ว่าการทำนาในบ้านเรามีการทำกันมาอย่างยาวนาน มีการปรับปรุงการทำนาและการวิจัยพันธุ์ข้าวมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตข้าวในบ้านเราสามารถส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้อยู่เสมอ โดยตลาดต่างประเทศมีความต้องการผลิตภัณฑ์ข้าวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นข้าวนุ่ม ข้าวหอมมะลิ และข้าวที่ปลูกในระบบอินทรีย์ ที่ประเทศไทยสามารถปลูกได้อย่างมีคุณภาพ และสามารถทำตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ

คุณสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว

คุณสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า การผลิตข้าวอินทรีย์เป็นระบบการผลิตข้าวที่ไม่ใช้สารเคมีทางการเกษตร เช่น ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี สารควบคุมการเจริญเติบโต สารควบคุมวัชพืชและกำจัดโรค แมลงศัตรูข้าว ตลอดจนถึงสารเคมีที่ใช้รมข้าวในโรงเก็บ การผลิตข้าวอินทรีย์นอกจากจะทำให้ได้ผลผลิตข้าวที่มีคุณภาพสูงและปลอดภัยจากสารพิษแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเป็นการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืนอีกด้วย

คุณคารมย์ ขุนหล้า ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวร้อยเอ็ด

คุณคารมย์ ขุนหล้า ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวร้อยเอ็ด เปิดเผยต่อว่า วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2555 เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรในชุมชน ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีคือ ข้าวขาวดอกมะลิ 105 และ กข 15 เพื่อใช้เป็นเมล็ดพันธุ์จําหน่ายภายในชุมชน และเก็บไว้เพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป ต่อมาปี พ.ศ. 2562 กลุ่มเกษตรกรได้สมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้สู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2563

คุณมัสสา โยริบุตร ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์

เพื่อลดต้นทุนในการผลิตและกระจายเมล็ดให้มีปริมาณเพียงพอสำหรับใช้ภายในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์ มีวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อลดต้นทุนในการผลิต กระจายเมล็ดพันธุ์ดีสู่ชาวนาอย่างทั่วถึง เป็นศูนย์กลางการพัฒนาข้าวภายในชุมชน พัฒนาชาวนา และองค์กรชาวนาให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์ เป็นกลุ่มที่จัดตั้งใหม่ ได้รับการสนับสนุนเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าว พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 จํานวน 9,645 กิโลกรัม

สินค้าส่งจำหน่าย

คุณมัสสา โยริบุตร ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์ ตั้งอยู่เลขที่ 74 หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ทางกลุ่มได้มีการผลิตข้าวจําหน่ายเป็นเมล็ดพันธุ์ให้แก่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวร้อยเอ็ด มีการแปรรูปข้าวจําหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวหอมมะลิ มีการเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ค่าดิน พร้อมกับใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ไถกลบตอซังแทนการเผา ปฏิบัติตามเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) ข้าวเปลือก (Grain) และเมล็ดพันธุ์ (Seed) มีการใช้เทคโนโลยีเครื่องหยอดข้าวแห้ง ปลูกปุ๋ยพืชสดปรับปรุงบํารุงดิน พร้อมกับการไถดะเพื่อกําจัดวัชพืช การใช้ปูนขาวปรับสภาพดินก่อนการเพาะปลูก ตลอดจนการใช้ปุ๋ยคอกปรับปรุงบํารุงดินเพื่อลดต้นทุนการผลิตได้

โดนัท

คุณมัสสา บอกว่า การลดต้นทุนการผลิตที่ดีที่สุดคือ การปรับเปลี่ยนมาปลูกข้าวโดยการใช้ระบบอินทรีย์ เพราะการปลูกข้าวแต่ละครั้งจะมีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดและน้ำหมักที่ได้จากปลาเข้ามาช่วยเสริม จึงทำให้ต้นทุนการผลิตข้าวถูกลง

การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

“เราปลูกข้าวแบบอินทรีย์ มีการแบ่งพื้นที่ผลิตอย่างชัดเจน ซึ่งการปลูกมีการใช้การหว่านและหยอด ถ้าการหว่านใช้เมล็ดพันธุ์อยู่ที่ 30-35 กิโลกรัม ต่อไร่ การหยอดใช้เมล็ดพันธุ์อยู่ที่ 35 กิโลกรัม ต่อไร่ ซึ่งการปลูกข้าวหอมมะลิจะเน้นใช้การปลูกแบบอินทรีย์เป็นหลัก มีการใช้สารชีวภัณฑ์และเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช จึงทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าข้าวที่เราปลูกในระบบอินทรีย์ มีกระบวนการที่ผลิตที่ปลอดภัยอย่างแน่นอน โดยผลผลิตที่ได้ของข้าวหอมมะลิอินทรีย์ที่ปลูกอยู่ที่ 450-700 กิโลกรัม ต่อไร่ ต้นทุนการผลิตทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 3,200-3,900 บาท ต่อไร่ เมื่อเทียบกับราคาที่ขาย ยังถือว่าได้ผลกำไรและมีเงินเก็บ ซึ่งตลาดส่วนใหญ่ขายทั้งในและต่างประเทศ” คุณมัสสา บอก

เมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับปลูก

ในช่วงที่ว่างจากการทำนา ทางกลุ่มได้มีการช่วยกันหารายได้เพิ่มมากขึ้น นั่นก็คือการแปรรูปข้าวเพื่อส่งจำหน่ายทางไปรษณีย์ การนำข้าวมาแปรรูปทำเป็นขนมโดนัท การช่วยกันทอผ้าไหมและผ้าฝ้าย จึงทำให้การประกอบอาชีพของกลุ่มแห่งนี้มีความเข้มแข็ง และเกษตรกรทุกคนมีรายได้ที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ ทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวร้อยเอ็ด ยังได้มีแนวทางช่วยเหลือในเรื่องของการส่งเสริมเกษตรกรให้มีการเลือกใช้พันธุ์ข้าวที่เหมาะสมคือ มีความต้านทานโดยธรรมชาติ รักษาสมดุลของศัตรูธรรมชาติ การจัดการพืช ดิน และน้ำ ให้ถูกต้องเหมาะสมกับความต้องการของต้นข้าว เพื่อให้ต้นข้าวเจริญเติบโตได้ดี มีความสมบูรณ์แข็งแรงตามธรรมชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการเชื่อมโยงตลาดสินค้าข้าวอินทรีย์ เพื่อขยายตลาด สินค้าข้าวสุขภาพในแถบเอเชีย ยุโรป และจีน ต่อไป จึงส่งผลให้ข้าวไทยสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้อย่างมั่นคง และเกษตรกรมีรายได้ที่ยั่งยืน ส่งต่อเป็นอาชีพถึงลูกหลานในอนาคตได้

สินค้าที่ทำเสริมหลังจากว่างทำนา

สนใจการดำเนินงานในเรื่องของการปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ และการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. (086) 132-4677

…………………………………………………………………………………………………………………………………

เทคโนโลยีชาวบ้านจัดงานใหญ่ประจำปี!
“นวัตกรรมใหม่ เพื่อเกษตรกรไทยยุค 5G”
วันที่ 29 ต.ค. 2563 ที่ห้องประชุมใหญ่ บริษัท ข่าวสด จำกัด แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
.
ผู้สนใจเข้าร่วมฟังการสัมมนาฟรี โดยผ่านการลงทะเบียน 2 ช่องทาง คือ
📍 เว็บไซต์ http://bit.ly/technologychaoban
📍 โทรศัพท์ (02) 580-0021 ต่อ 2335, 2339, 2342 และ 2343
.
แจกฟรี!! สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมการสัมมนาล่วงหน้า จะได้รับกล้ามะละกอเสียบยอด และต้นกล้าดอกดาวเรือง
บทความก่อนหน้านี้กองทัพบก ร่วมกับ CP-CPF พี่น้องชาวคลองเตย จัดกิจกรรมทำบุญเลี้ยงพระ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล วันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 9 ร่วมกับ CP-CPF พี่น้องชาวคลองเตย จัดกิจกรรมทำบุญเลี้ยงพระ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล วันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 9
บทความถัดไปกระทรวงสาธารณสุข สยามไบโอไซเอนซ์ เอสซีจี และแอสตร้าเซนเนก้า ผนึกกำลังผลิตวัคซีนโควิด-19 สำหรับไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งเป้าพร้อมใช้กลางปีหน้า