ตำรวจอุบลฯ ใช้เวลาว่างปลูกหญ้าขาย สร้างรายได้สู่ครอบครัว

หากเอ่ยถึงหญ้ากินนีมอมบาซา (Mombasa guinea) เชื่อว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงโคหรือวัว จะรู้จักกันดี ซึ่งหญ้าพันธุ์นี้เป็นหญ้าสายพันธุ์กินนี จากอเมริกาใต้ มีสีเขียวนวล มองแล้วสดชื่นสบายตา เป็นหญ้าที่ทนแล้งได้ดี มีน้ำหนักเบา สามารถปลูกได้ดีบนที่ดอน จะปลูกในสวนหรือแปลงพืชไร่ชนิดอื่นก็ได้ และปลูกแล้วจะแตกกอเร็ว ทรงพุ่มใหญ่ ต้นและใบมีขนาดใหญ่ ให้คุณภาพโปรตีนสูง เฉลี่ย 8-10% เหมาะสำหรับการตัดหรือปล่อยสัตว์แทะเล็ม ปลูกโดยหว่านอัตรา 2 กิโลกรัม ต่อไร่ ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 3.0-4.0 ตัน ต่อไร่ สามารถปลูกได้ดีตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป

ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี พบว่า มีเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเลี้ยงโคหรือวัวกันเป็นจำนวนมาก และเจ้าของวัวบางคนได้ปลูกหญ้าสายพันธุ์ต่างๆ เพื่อเป็นอาหารให้กับวัวของตัวเอง ส่วนใหญ่จะพากันปลูกหญ้ากินนีมอมบาซา และมีผู้ที่เลี้ยงวัวจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ปลูกหญ้าด้วยตัวเอง อาจจะเป็นเพราะว่ามีพื้นที่จำกัด หรือไม่มีเวลา หรืออาจจะชอบความสะดวก หรืออาจจะมีเหตุผลอื่น จึงหันไปซื้อหญ้าที่มีคนปลูกตัดขาย ด้วยเหตุนี้จึงมีเกษตรกรหันมาปลูกหญ้ากินนีมอมบาซา เพื่อตัดขายกันมากขึ้น และยังพบว่า มีครอบครัวของข้าราชการที่หันมาใช้เวลาว่างปลูกหญ้ากินนีมอมบาซา เพื่อตัดขาย เพื่อสร้างรายได้เสริม เหมือนดังเช่น ครอบครัวของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ สภ.พิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ที่จะกล่าวถึง ดังต่อไปนี้

ร.ต.อ. อัญญา ทองเหลือง ตำรวจปลูกหญ้าขาย

ร.ต.อ. อัญญา ทองเหลือง รอง สว. (สอบสวน) สภ.พิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี และ ด.ต.หญิง นภัสวรรณ เพ็ญพิมพ์ หรือ ดาบขวัญ ผบ.หมู่ (ป.) ปฏิบัติหน้าที่งานเปรียบเทียบปรับ สภ.พิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี สองสามีภรรยา ที่น่ายกย่องชมเชยยิ่งนัก เพราะปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งในหน้าที่การงานและการดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียง ตลอดจนรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ด้วยการทำการเกษตรแบบผสมผสาน ทั้งทำนา ทำสวนยาง และปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์ขาย สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว

ด.ต.หญิง นภัสวรรณ กล่าวถึงการปลูกหญ้ากินนีมอมบาซา (Mombasa guinea) เพื่อทำการตัดขายว่า ตนเองมีสวนอยู่ที่ตำบลแก่งโดม ตรงข้ามศูนย์ควบคุมไฟป่าอุบลราชธานี อำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี ปลูกพืชผักอื่นๆ หลายชนิด ต่อมา ตนเองจึงปลูกหญ้าพันธุ์กินนีมอมบาซา (Mombasa guinea) เพื่อตัดขาย โดยปลูกทั้งหมดประมาณ 3 ไร่ และเพิ่งจะปลูกเมื่อช่วงต้นปี 2563 นี้เอง ซึ่งหญ้าชนิดนี้ปลูกได้ตลอดฤดูกาล ตนเองปลูกมาตั้งแต่หน้าแล้ง เพราะเป็นฤดูหรือช่วงที่ขายดีที่สุด แต่ต้องหมั่นรดน้ำมากหน่อย ซึ่งพอหญ้าครบกำหนดตัดหรือเกี่ยวขาย จะมีลูกค้าประจำมารับทุกวันในตอนเช้า ถ้าช่วงหน้าฝนหญ้าจะยาวเร็ว ก็จะมีเกี่ยวออกขายหน้าร้าน (ริมถนน) ตนเองจะโชคดีหน่อย เพราะสวนอยู่ติดถนน 4 เลน รถหรือผู้คนสัญจรผ่านไปมาแต่ละวันเยอะมาก ทำให้หญ้าขายดี

ด.ต.หญิง นภัสวรรณ เพ็ญพิมพ์

เมื่อผู้ที่เลี้ยงสัตว์หรือวัว ผ่านมาพบเห็นก็จะจอดรถซื้อหญ้า โดยซื้อน้อยบ้าง มากบ้าง สลับกันไป โดยที่หน้าสวนมีหญ้าขายทุกวัน ส่วนราคาขายนั้น จะขาย 22 มัด ต่อ 100 บาท (1 มัด ประมาณ 5 กำมือ) ก็ตกมัดละ 4 บาทเศษๆ ทำให้มีรายได้ประมาณวันละ 400-500 บาท ต่อวัน แต่ส่วนใหญ่ก็ตกวันละ 500 บาท คิดเป็นเดือนก็จะตกเดือนละ 12,000-15,000 บาท สำหรับการเก็บเกี่ยวจะหมุนเวียนไปเรื่อยๆ จนทั่วบริเวณที่ปลูก และหลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จจะรอให้ต้นหญ้ายาวประมาณสัก 20 เซนติเมตร ก็หว่านปุ๋ย จากนั้นประมาณ 20-30 วันก็เก็บเกี่ยวขายได้อีก แบบว่า ปลูกครั้งเดียว เก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานถึง 5 ปีขึ้นไป

หว่านปุ๋ย

เมื่อถูกถามว่า มีแรงจูงใจอะไรที่ทำให้หันมาปลูกหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์ขาย ทั้งๆ ที่มีงานประจำ รับราชการทั้งคู่ ไหนจะทำนา ทำสวน และยังมาปลูกหญ้าขายเพิ่มเติมอีก

ด.ต.หญิง นภัสวรรณ ตอบว่า เนื่องจากปกติจะทำอาชีพเสริมด้วยการทำสวนยางพาราอยู่แล้ว พอดีช่วงปิดหน้ายาง (ประมาณเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม) ก็เลยมองหาอาชีพเสริมช่วงว่างจากกรีดยาง และพอดีน้องสาวของตนเองซึ่งเป็นข้าราชการครูสอนอยู่ที่โรงเรียนสว่างวีระวงศ์ อำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี ทำสวนหญ้าอยู่ก่อนแล้ว ก็เลยมาทำกับน้องสาวและขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มเติม ประกอบกับช่วงนี้หญ้าเลี้ยงสัตว์เป็นที่ต้องการของตลาดมาก ตนเองจึงตัดสินใจปลูกหญ้าพันธุ์กินนีมอมบาซา ดังกล่าว

ต้นกล้าของพันธุ์หญ้า ขายตามที่ลูกค้าสั่ง

ด.ต.หญิง นภัสวรรณ ได้กล่าวในตอนท้ายอีกว่า อีกสาเหตุหนึ่งที่ตนเองและ ร.ต.อ. อัญญา ผู้เป็นสามี สนใจและตัดสินใจทำการเกษตร เพราะเป็นอาชีพที่ทำแล้วไม่กระทบกับงานประจำที่ทำอยู่ ซึ่งเราสามารถใช้เวลาในช่วงเช้า ก่อนไปทำงาน และใช้เวลาในช่วงเย็น หลังเลิกงาน มาทำได้ และเมื่อทำแล้วมีเงินรายได้ตอบแทนคุ้มค่า เป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว ก็เลยทำให้มีกำลังใจในการประกอบอาชีพเสริม ดังกล่าว “เจ้าของวัว ท่านใดผ่านไปมาทางหน้าสวน ก็อย่าลืมจอดรถซื้อหญ้างามๆ ไปฝากวัวของท่านด้วยนะคะ หรือจะสั่งจองสั่งซื้อทางโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ โทร. (081) 718-1269 ได้ทุกวันค่ะ” ด.ต.หญิง นภัสวรรณ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ธ.ก.ส. ชวนช็อป ชวนออม ในงานวันสถาปนาครบรอบ 54 ปี และสัปดาห์วันออมแห่งชาติ
บทความถัดไปสศก. หนุนชาวสุราษฎร์ เลี้ยงแพะเสริมรายได้ มีตลาดรองรับ เน้นรวมกลุ่ม พัฒนามาตรฐานฟาร์ม