“ทับทิมสยาม”สับปะรดลูกผสมพันธุ์ใหม่ของไทย เปลือกสีแดง เนื้อสีเหลือง รสชาติหวานจัด มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

งาน “  เกษตรมหัศจรรย์ 2560 พืชกินได้ ไม้ขายดี 30 ปีเทคโนโลยีชาวบ้าน” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่  7-10 ก.ย. 2560  ณ ชั้น 3 SKY HALL เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว นับเป็นเวทีการสื่อสารระหว่างคนทำหนังสือ เกษตรกร ผู้อ่านและผู้สนใจทั่วไปได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการทำเกษตรหลากหลายมิติ  และเปิดโอกาสให้เกษตรกรหลายรายได้นำสินค้าเด่นออกมาโชว์และจำหน่ายให้กับผู้สนใจตลอด 4 วันของการจัดงาน

ในงานเกษตรมหัศจรรย์ ปีนี้ คุณศราวุธ เรืองเอี่ยม  เลขที่ 82 หมู่ 5 ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง 21140 โทร. 08-1862-0073 เป็นเกษตรกรคนเก่งที่ทำงานด้านสับปะรดมากว่า 20 ปี ทั้งการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์สับปะรด ได้เปิดตัวพันธุ์พืชพิเศษ ชื่อว่า “ทับทิมสยาม” สับปะรดลูกผสมพันธุ์ใหม่ของเมืองไทย  ที่ผ่านมา คุณศราวุธ นับเป็น “ เซียนสับปะรด ” ระดับแนวหน้าของเมืองไทย เพราะเก็บรวบรวมสายพันธุ์สับปะรดไว้เยอะมากและอยู่เบื้องหลังการพัฒนาสายพันธุ์สับปะรด MD2 ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก

คุณศราวุธเล่าว่า “ ทับทิมสยาม ” เป็นสับปะรดลูกผสม เกิดจากการผสมพันธุ์ใหม่ระหว่างพันธุ์ควีนกับสับปะรดสายพันธุ์ป่า คัดเฉพาะตัวที่ไม่มีหนาม สีสวยสดและผลรับประทานได้ จัดอยู่ในสับปะรดกลุ่ม Ananas แคระ  ถ้าอยู่ในที่แดดจัด ใบจะออกสีแดง สว่างสดใส ถ้าอยู่ในที่ร่มจะมีสึทึบขึ้น ผลเมื่อแก่ จะมีเปลือกผลสีแดงสด รสหวานหอม น่ารับประทาน

สับปะรดพันธุ์ทับทิมสยาม ปลูกดูแลง่าย ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แปรปรวนได้ดี ชอบดินแห้งไม่ชอบดินแฉะ สามารถขยายพันธุ์ได้โดยใช้หน่อ จุก และสลิป  สับปะรดพันธุ์ทับทิมสยามสามารถเจริญเติบโตในกระถางปลูกได้ดี โดยดินปลูกตัดโปร่งร้อน  หลังปลูกดูแลโดยใส่ปุ๋ย 15-5-20  ทุก ๆ  เดือน  หรืออาจใช้ในรูปสเปรย์ กางใบ ใช้สูตรเดียวกัน

เมื่อถามถึงความแตกต่างระหว่าง สับปะรดพันธุ์ใหม่ กับ สับปะรด MD2  คุณศราวุธกล่าวว่า  สับปะรดพันธุ์ทับทิมสยาม  มีเปลือกสีแดง เนื้อสีเหลือง รสชาติหวานจัด  มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว  ขนาดผลเล็ก  เหมาะสำหรับบริโภคผลสด เพราะทานแล้วไม่กัดลิ้น เนื่องจากสับปะรดพันธุ์นี้ มีเปลือกสีแดงสด จึงนิยมใช้ไหว้เจ้า หรือบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหมาะสำหรับปลูกเชิงการค้าหรือปลูกในกระถางเพื่อเป็นไม้ประดับ และได้กินผลสับปะรดด้วยเช่นกัน

ลักษณะเด่นของสับปะรด MD2  คือ มีรสชาติหวาน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อมีสีเหลืองเข้ม เนื้อตัน แน่น และไม่เป็นโพรง มีวิตามินซีสูงถึง 4 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับสับปะรดพันธุ์อื่นๆ เมื่อรับประทานแล้วไม่กัดลิ้น ทำให้คนรับประทานได้มากขึ้น เมื่อผลแก่จะเปลี่ยนจากผิวสีเขียวเป็นสีเหลืองทองทั้งผล ทำให้เป็นที่ดึงดูดลูกค้า เกษตรกรสามารถบังคับให้ต้นสับปะรดพันธุ์ MD2 ออกดอกได้ง่าย และมีอายุการเก็บเกี่ยวที่เร็วกว่าพันธุ์ปัตตาเวีย ลักษณะของใบสับปะรดพันธุ์ MD2 จะมีสีเขียวตลอดทั้งใบ  สับปะรดพันธุ์ MD2 ได้รับการพัฒนามาเพื่อให้เดินทางขนส่งทางเรือได้ โดยไม่เป็น “ไส้สีน้ำตาล” เมื่อต้องอยู่ในห้องเย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส นานเกิน 10 วัน

หากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสับปะรดพันธุ์ทับทิมสยาม หรือ สับปะรดพันธุ์ MD2 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก คุณศราวุธ เรืองเอี่ยม ได้ทางเบอร์โทรศัพท์ 081-862-0073

 

 

บทความก่อนหน้านี้ปลาช่อน!! อาการหนัก มูลนิธิบูรณะนิเวศ พบปลามาบตาพุด -8 พื้นที่อุตสาหกรรม สารปรอทสูงเกินมาตรฐาน
บทความถัดไปมทร.สุวรรณภูมิ พัฒนาบริการวิชาการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน การเลี้ยงและแปรรูปน้ำนมแพะ