อดีตนักเบสบอลทีมชาติไทย ผันตัวเป็นเกษตรกร ปลูกเผือกหอมน้ำ ฟันกำไร ไร่ละเกือบแสน

ชีวิตคนเราไม่แน่นอน บางคนอาจได้เดินตามฝันที่คิดไว้ตั้งแต่สมัยตอนยังเด็ก บางคนต้องยอมสละความฝัน เพื่อกลับมาทำหน้าที่ลูก ถือเป็นหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ แต่ใช่ว่าการที่ไม่ได้เดินตามฝัน จะเป็นเรื่องเลวร้ายเสมอไป

คุณอนุกูล สุดสวาท (ต้น) อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ที่ 7 ตำบลหรเทพ อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี ดีกรีอดีตนักเบสบอลทีมชาติไทย เล่าว่า สมัยตอนยังเด็กไม่ค่อยสนิทกับครอบครัว เพราะต้องมาอยู่โรงเรียนประจำ เพื่อซ้อมกีฬาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งติดทีมชาติตั้งแต่อายุ 17 ปี หลังจากนั้นได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในโควต้านักกีฬา เล่นเบสบอลให้กับทีมชาติไทยจนถึงอายุ 32 ปี ผ่านการเล่นกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ซีเกมส์ มาหลายครั้ง จนกระทั่งมีจุดพลิกผันให้ต้องทิ้งความฝัน คือคุณพ่อป่วย ต้องกลับมาช่วยคุณแม่ดูแลพ่อ และต้องสานต่ออาชีพที่พ่อทำไว้ คือการเป็นเกษตรกรปลูกเผือก อาชีพนี้คุณพ่อทำมานานกว่า 30 ปีแล้ว

คุณอนุกูล สุดสวาท (ต้น)

ประสบการณ์เริ่มจากศูนย์ ถ้าใจสู้ทำอะไรก็สำเร็จ

อย่างที่ผมบอกตอนแรกว่า ตนไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับครอบครัวสักเท่าไร ถึงคุณพ่อจะมีอาชีพเป็นเกษตรกรมานาน แต่ตนไม่เคยสนใจไม่เข้าไปยุ่งชีวิตการทำงานของพ่อกับแม่เลย จนมาถึงวันที่พ่อป่วยจึงมีโอกาสได้กลับมาดูแลพ่อ และสนิทกันมากขึ้น เมื่อพ่อป่วยก็เหลือตนกับแม่ ดังนั้น จึงตัดสินใจไม่ยากที่จะมาสานต่อที่พ่อทำไว้ และสิ่งที่พ่อทำค้างไว้มีเยอะ ทั้งอาชีพปลูกเผือก ขายเผือก ขายลูกพันธุ์เผือก แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นธุรกิจใหญ่โต เราเป็นคนรุ่นใหม่จึงได้มาพัฒนาต่อไป

แต่พอได้เข้ามาเรียนรู้และลงมือทำจริงๆ กลับรู้สึกสนุก และมีรายได้งามกว่าที่คิดไปมาก เพราะทำเผือกครั้งเดียว สามารถสร้างรายได้ สร้างกำไร ชนิดที่ว่าไม่ต้องทำงาน 3 เดือน ก็อยู่ได้อย่างสบาย ผมทำงานได้เงินเดือนละ 30,000 บาท แต่ปลูกเผือก เก็บขายได้เงินแสนมาใช้ จึงรู้สึกว่ารายได้ต่างกันมาก

 

ปลูกเผือกหอมเชียงใหม่ 20 ไร่ กำไรงาม

คุณต้น เริ่มปลูกเผือกได้เป็นระยะเวลา 3-4 ปี ช่วงปีแรกๆ ยังไม่ลงเต็มตัว ทำร่วมกับแม่ก่อน ให้แม่ค่อยๆ สอนวิธีการและเทคนิคไปเรื่อยๆ จนเริ่มชำนาญ โดยเผือกที่ปลูก เป็นเผือกน้ำ ปลูกจำนวน 20 ไร่ ใช้วิธีแบ่งปลูก 2 เดือน ปลูก 1 แปลง เพื่อจัดสรรให้มีเผือกเก็บขายได้ตลอดทั้งปี

เผือก สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี เมื่อก่อนเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกกันในช่วงเดือนตุลาคม เพราะถือเป็นช่วงที่สภาพอากาศเหมาะสมกับการปลูกเผือกมากที่สุด จะทำให้เผือกหัวใหญ่ ได้น้ำหนักดี แต่ถ้าอยากจะปลูกทั้งปีก็ทำได้ แต่ผลผลิตอาจจะไม่ดีเท่าช่วงเดือนตุลาคม เผือกจะเติบโตได้ดีในช่วงที่มีอากาศเย็น อากาศร้อนจะไม่ค่อยดี แต่ก็มีวิธีแก้ด้วยการปล่อยน้ำเข้าแปลงให้ท่วม แล้วค่อยๆ ปล่อยน้ำออกก็ช่วยได้

 

วิธีการปลูก และดูแลรักษา

เจ้าของเล่าว่า วิธีปลูกเหมือนกับการปลูกข้าว มีการเตรียมพื้นดิน พอไถตีดินเรียบร้อย ตากดินให้แห้ง 2-3 สัปดาห์ แล้วชักร่อง ปล่อยน้ำเข้าแปลง ให้ท่วมหน้าดิน หลังจากนั้นให้ลงหน่อปลูกได้เลย

การปลูก …ปลูกด้วยหน่อที่มีหัว วิธีนี้ช่วยให้เผือกโตเสมอกัน และยังช่วยย่นระยะเวลาในการปลูกให้เก็บผลผลิตได้เร็วขึ้นอีกด้วย

ลูกพันธุ์ที่ใช้ปลูก

ระยะห่าง … ในการปลูกระหว่างต้น 25-30 เซนติเมตร ระหว่างร่อง 15 เซนติเมตร

ปุ๋ย … เผือก เป็นพืชที่ต้องใส่ปุ๋ยเยอะพอสมควร ของผมปลูกเผือกน้ำ ต้องใส่ปุ๋ยเยอะกว่าเผือกไร่ โดยการใส่ปุ๋ยจะใส่ทั้งหมด 4 รอบ 1 ไร่ ใส่ปุ๋ย 4 ลูก รวมๆ แล้ว 1 ไร่ ใส่ปุ๋ยประมาณ 16 ลูก ปุ๋ยที่ใส่เที่ยวแรกเป็นปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 เที่ยวหลังใส่เป็นสูตรท้ายสูง คือ 13-13-21

ให้ปุ๋ยเดือนละครั้ง

ระบบน้ำ … ปลูกแบบยกร่อง ปล่อยน้ำเข้าแปลงไว้ครึ่งร่อง จะปล่อยไว้ระดับนี้ตลอด เมื่อน้ำลดจึงวิดน้ำเข้ามาใหม่ ในการปล่อยน้ำเข้าแปลงเผือก 1 ครั้ง ถ้าเป็นช่วงหน้าที่มีลมแรง น้ำอยู่ได้นาน 1 สัปดาห์ ถ้าเป็นหน้าร้อน น้ำจะอยู่ได้ 4-5 วัน วิธีนี้ถือว่าช่วยประหยัดเวลา ประหยัดแรงงานได้เยอะ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของพื้นที่และความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ ถ้าพื้นที่ไม่เหมาะสมจะปลูกเผือกน้ำ ก็ปลูกเป็นเผือกไร่ โดยให้ติดตั้งสปริงเกลอร์ระบบน้ำหยดเปิดรดให้หน้าดินชุ่ม

เริ่มโปะร่องเผือก

โรคแมลง … ถือว่าเป็นเรื่องปกติเหมือนพืชตัวอื่น มีเพลี้ยดำ เพลี้ยแดง หนอน เชื้อรา แมลงใต้ดิน แต่ไม่ได้กังวลอะไร ของพวกนี้ขึ้นอยู่กับการดูแล ถ้าเราฉีดยาตามระยะเวลาที่กำหนด อย่างที่แปลงฉีดสัปดาห์ละครั้ง ก็ไม่มีปัญหาเรื่องโรคแมลง หรือถ้ามีก็ใช้ยากำจัดโดยเฉพาะฉีดไล่

อายุการเก็บเกี่ยว

เผือกน้ำ มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้นกว่าเผือกไร่ เผือกน้ำใช้ระยะเวลาการปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว 5-6 เดือน แต่ถ้าเป็นเผือกไร่ ระยะการปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวยาวนานถึง 7 เดือน

 

พร้อมที่จะเก็บผลผลิต

ต้นทุนการผลิตต่อไร่สูง แต่ผลที่ได้รับหายเหนื่อย

คุณต้น บอกว่า การปลูกเผือกต้องมีเงินทุนสำรอง เพราะเผือกเป็นพืชที่ใช้เงินลงทุนสูง และค่อนข้างต้องใช้เวลารอผลผลิตนาน ดังนั้น ต้องวางแผนให้ดี สำหรับเงินลงทุนต่อไร่ ต้องเตรียมอย่างน้อย 35,000 บาท ต่อไร่ สำหรับคนที่ปลูกเยอะและต้องจ้างแรงงาน แต่ถ้าสำหรับเกษตรกรที่ปลูกใหม่ เริ่มต้น 2-3 ไร่ ใช้เงินลงทุนเพียง 25,000 บาท ต่อไร่ เพราะไม่ต้องเอาเงินจ้างค่าแรงงาน สามารถรดน้ำใส่ปุ๋ยช่วยกัน 2 คน ได้

โดยเงินลงทุน 35,000 บาท ต่อไร่ แจกแจงได้เป็นค่าลูกพันธุ์เผือก ต้นละ 1 บาท 1 ไร่ ใช้ 8,000-10,000 ต้น นอกนั้นแบ่งเป็นค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าแรงงาน ที่ต้องจ่ายแพงสุด

คุณต้น บอกว่า แต่อย่าเพิ่งตกใจกับเงินลงทุนที่สูง เพราะการปลูกเผือก 1 ไร่ ให้ผลผลิตสูงถึง 4-5 ตัน บางปีราคาเผือกขึ้นสูงถึงกิโลกรัมละ 30-40 บาท กำไรไม่รู้ต่อกี่เท่า เพราะเผือก 1 หัว น้ำหนักก็กิโลกรัมกว่าแล้ว แต่ถ้าคิดราคาขาย ณ ปัจจุบัน เผือกราคากิโลกรัมละ 25 บาท คิดเป็นรายได้นับแสนกว่าบาทต่อไร่ เหลือกำไรเน้นๆ ไร่ละ 70,000-80,000 บาท แต่หากเกษตรกรท่านใดค้านว่าปลูกแล้วไม่ได้ผลผลิตเยอะแบบที่ผมพูด ให้ท่านย้อนกลับไปดูว่า เราปลูกแบบไหน ใช้ยาแบบไหน อย่างของแปลงตนที่ได้ผลผลิตต่อไร่เยอะ เพราะดูแลแบบดั้งเดิมตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ รุ่นพ่อเคยปลูกอย่างไร ให้น้ำอย่างไร ควบคุมปุ๋ย ควบคุมน้ำ หรือฉีดยาอะไร ก็ให้มาแบบเดิมตลอด จะไม่เห่อตามกระแสเพราะมีเกษตรกรบางรายไปเห่อใช้ยาใช้ปุ๋ยตามที่คนอื่นว่าดี แต่สุดท้ายกลับแย่กว่าเดิม

 

เผือกช่วง 2 เดือน

ตลาดทั้งในและต่างประเทศต้องการ มีเท่าไรแม่ค้ารับซื้อหมด

“ณ ขณะนี้ ตลาดเผือกหอมนับว่าสดใส พ่อค้าแม่ค้าทั้งในและต่างประเทศรับซื้อไม่ขาดสาย ตลาดต่างประเทศ จีนจะเป็นประเทศหลักที่เข้ามารับซื้อในจำนวนมาก เพราะที่ประเทศจีนไม่สามารถปลูกเผือกได้ นอกจากประเทศจีนก็มีประเทศมาเลเซียที่รับซื้อเผือกจากไทยไป ส่วนตลาดในประเทศ ส่งแม่ค้าที่ตลาดไท มีแม่ค้ามารับซื้อ พร้อมมีคนมาขุดให้พร้อม เรามีหน้าที่ชั่งและคิดเงิน อย่างสระบุรี ปลูกเผือกกันหลายพันไร่ ก็มีแม่ค้ามารับซื้อหมด หรือหากเกษตรกรท่านไหนอยากปรึกษาหรือหาตลาดก็โทร.มาปรึกษากับผมได้” คุณต้น กล่าว

หรือเกษตรกรท่านใดสนใจอยากทดลองซื้อลูกพันธุ์เผือกไปปลูก ก็สามารถติดต่อที่คุณต้นได้ โดยราคาขาย 1 ไร่ ประมาณ 8,000-10,000 ต้น คิดต้นละ 1 บาท พร้อมบวกค่าจัดส่ง ขึ้นอยู่กับระยะทาง แต่ถ้าสั่ง 8 ไร่ ขึ้นไป ค่าจัดส่งฟรีทั่วประเทศ

มีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่

 

ฝาก 2 ข้อคิด สำหรับเกษตรกรมือใหม่

“สุดท้าย อยากฝากข้อคิดถึงเกษตรกรทั้งมือใหม่ทั้งแง่บวกและแง่ลบว่า

  1. การปลูกเผือกมีข้อดีหลายข้อ ที่เห็นได้ชัดคือ เรื่องรายได้ และเวลาที่เพิ่มขึ้น เมื่อก่อนทำงานได้เงินเดือนละ 30,000 บาท ผมต้องทำงานทุกวัน แต่ปลูกเผือกผมดูน้ำตอนเช้า ดูลูกจ้างฉีดยาหว่านปุ๋ยอาทิตย์ละครั้ง …1 เดือน ผมทำงานไม่ถึง 7 วัน แต่หากใครจะคิดแบบผมได้อันนี้ต้องมีต้นทุน เพราะ 6 เดือน ผลผลิตออก 1 ครั้ง จึงแนะนำให้เกษตรกรที่กำลังจะปลูก แบ่งปลูกเป็น 2 เดือน ปลูก 1 แปลง เพื่อจะได้มีผลผลิตเก็บขายสร้างรายได้ทุกเดือน หากไม่แบ่งเกษตรกรไม่สามารถอยู่ได้
  2. คือเรื่องของประสบการณ์ หากเป็นเกษตรกรมือใหม่ ก่อนอื่นคือต้องศึกษาหาข้อมูลที่จริงว่าการปลูกเผือกมีต้นทุนเท่าไร เพราะนอกจากเผือกต้องใช้ระยะเวลาการปลูกที่นานแล้ว คุณต้องมีเงินทุนสำรองในการดำเนินชีวิตระหว่างรอผลผลิต และต้องหมั่นหาความรู้เรื่องปุ๋ย เรื่องยา แต่สมัยนี้ไม่ยากมีแหล่งที่คุณไปหาข้อมูลได้เยอะไปหมด” คุณต้น กล่าวทิ้งท้าย

สนใจสอบถามรายละเอียดการปลูกเผือกน้ำ หรือต้องการซื้อต้นพันธุ์และปรึกษาการตลาด สามารถโทร.ปรึกษาคุณต้น หรือคุณอนุกูล สุดสวาท ได้ที่เบอร์ โทร. 091-882-3548

บทความก่อนหน้านี้กรมส่งเสริมการเกษตรผลักดันการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่ว กระจายเมล็ดพันธุ์ดีสู่ชุมชน
บทความถัดไปกยท. เล็งชงยุทธศาสตร์ยาง 20 ปี เข้า ครม. ดันรายได้ชาวสวน 1.98 หมื่นบาท/ไร่/ปี