กรมส่งเสริมการเกษตร ประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ ปีที่ 4 เน้นตลาดนำการผลิต สร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเกษตรกรมากขึ้น

กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นเจ้าภาพประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ครั้งที่ 1/2562 เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ปีงบประมาณ 2563 โดยวางแนวทางการขับเคลื่อนแปลงใหญ่ ปีที่ 4 เน้นสร้างความเข้มแข็งมากขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมโยงด้านการตลาดที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มช่องทางตลาดสินค้าเกษตรแปลงใหญ่

นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า การดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเป้าหมายในการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2559 และมีความก้าวหน้าในการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน มีสินค้าเกษตรแปลงใหญ่กว่า 70 ชนิด มีจำนวนแปลงใหญ่ 5,521 แปลง พื้นที่รวม 5,581,317 ไร่ เกษตรกรร่วมโครงการฯ 337,570 ราย มีการจัดชั้นคุณภาพของแปลงใหญ่ แบ่งเป็นเกรด A B และ C และมีคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ร่วมกับภาครัฐขับเคลื่อนการพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรแบบแปลงใหญ่ตามยุทธศาสตร์ 20 ปี ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการพัฒนาเกษตรกรให้มีการบริหารจัดการร่วมกัน จากที่เกษตรกรเป็นรายย่อยในแต่ละสินค้า ก็ให้มาบริหารจัดการร่วมกันเพื่อจะนำไปสู่การลดต้นทุนพัฒนาคุณภาพที่ดีขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การดำเนินงานเกษตรแบบแปลงใหญ่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เกษตรกร ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และได้พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรได้จริง จะเห็นว่าสินค้าจากเกษตรแปลงใหญ่ส่วนมากขายตามคุณภาพ แบ่งเป็นเกรด A B และ C ชัดเจน โดยแต่ละเกรดก็มีราคาที่แตกต่างกัน จึงเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรอยากมารวมกันเป็นแปลงใหญ่มากขึ้น เพราะเมื่อรวมกันเป็นแปลงใหญ่แล้วทำให้มีเงินออมในกระเป๋ามากขึ้น ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรยืนยันว่าการดำเนินงานเกษตรแปลงใหญ่ตลอด 3 ปี ที่ผ่านมา ทุกแปลงเป็นรูปธรรม เกษตรกรรู้ว่าตลาดต้องการสินค้าประเภทไหน คุณภาพเป็นอย่างไร ก็จะผลิตตามที่ตลาดต้องการ เกษตรกรรู้จักการใช้ข้อมูลนำไปวิเคราะห์และวางแผนการผลิตร่วมกันซึ่งเป็นไปตามหลักการของการตลาดนำการผลิต ส่วนเป้าหมายการดำเนินงานต่อจากนี้ ก็ยังต้องดูแลพี่น้องเกษตรกรต่อไป แม้ตลอด 3 ปี ที่ผ่านมา เกษตรกรจะมีความเข้มแข็งและเดินต่อไปได้เอง แต่กระทรวงเกษตรฯ ก็จะต้องส่งเสริมและสนับสนุนในบางประเด็นที่จะช่วยให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมโยงด้านการตลาดที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มช่องทางตลาดสินค้าเกษตรแปลงใหญ่

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ยังได้กำหนดให้มีการประกวดแปลงใหญ่ดีเด่น ประจำปี 2562 เพื่อคัดเลือกให้เป็นตัวอย่างในการขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ แบ่งเป็นแปลงใหญ่ดีเด่น อันดับ 1-3 และรางวัลชมเชย รวมทั้งสิ้น 6 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลที่ 1 เงินรางวัล 60,000 บาท รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 40,000 บาท รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 20,000 บาท และรางวัลชมเชย จำนวน 3 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท ซึ่งทุกรางวัลจะได้รับโล่รางวัลและประกาศเกียรติบัตร การปรับปรุงระบบสารสนเทศในการบันทึกข้อมูลแปลงใหญ่และรายงานผลการดำเนินโครงการฯ การนำตราสัญลักษณ์ (โลโก้) สินค้าแปลงใหญ่ และ ศพก. มาใช้ในการรับรองสินค้าที่ผลิตจากแปลงใหญ่เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภครับทราบ รวมทั้งโครงการบริหารจัดการวิสาหกิจเกษตรแปลงใหญ่ (Mega Farm Enterprise) เพื่อเพิ่มพูนรายได้เกษตรกร โดยมีวัตถุประสงค์สนับสนุนให้มีการพัฒนาระบบเกษตรกรรมของไทย ตั้งแต่เริ่มต้นการผลิตจนกระทั่งมีผลผลิตจำหน่ายออกสู่ตลาด และให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต มีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน ภายใต้การบูรณาการของภาครัฐและเอกชน

บทความก่อนหน้านี้นายเชิดชัย พรหมแก้ว รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นำคณะสื่อมวลชน และคณะผู้แทนองค์กรภาคเอกชนต่างๆ เดินทางไปเยี่ยมชมศักยภาพของสหกรณ์ที่ได้รับคัดเลือกร่วมกิจกรรมไมซ์เพื่อชุมชน ปี 2 ในพื้นที่จังหวัดระยอง
บทความถัดไปบอนไซมะพร้าว ต่อยอดเพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างรายได้ดี