ครูเอกชัย ตองอบ สานฝัน งานเกษตร ก่อนเกษียณ เพื่ออนาคตครอบครัวที่มั่นคง

สานฝัน คือการคิดและทำงานให้ประสบผลสำเร็จ งานเกษตร คือการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และการประมง ก่อนเกษียณ คือคนที่มีอายุไม่ถึง 60 ปี มีพันธกิจทั้งจากงานภาครัฐและเอกชน บางคนมีฝันก็เริ่มสร้างฝันอนาคตด้วยการสร้างสวนไม้ผลก่อนเกษียณ 3-5 ปี เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อก้าวเปลี่ยนสู่วิถีชีวิตใหม่ อนาคตที่มั่นคง คือมีงาน มีรายได้ มีสังคมที่ดี หรือมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคง

สำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ ส่งเสริมการปลูกผลไม้พืชเศรษฐกิจ

เนื้อความข้างต้นเป็นแนวคิดของ ครูเอกชัย ตองอบ กับสมาชิกในครอบครัวที่ได้ร่วมใจร่วมแรงวางแผนและสร้างสวนไม้ผลเมื่อหลายปีก่อน ได้ร่วมพัฒนาการผลิตไม้ผลคุณภาพ ทุกวันนี้ได้ก้าวเดินมาสู่ความสำเร็จ และด้วยวัยเกษียณร่างกายเริ่มโรยรา ได้ให้ลูกสาวพร้อมกับสมาชิกทำหน้าที่สร้างและพัฒนาการผลิตไม้ผลคุณภาพสืบต่อไป

ครูเอกชัย ตองอบ ผู้ปลูกสร้างสวนไม้ผล เล่าให้ฟังว่า ก่อนนี้ดำรงตำแหน่งอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนนาแก้ววิทยา โดยพื้นฐานแล้วคุณพ่อ-แม่เป็นชาวไร่ชาวนา เมื่อครั้งเป็นเด็กได้ช่วยท่านทำงานไร่นา สวน จึงได้ซึมซับความรู้ และทักษะเกษตรไว้พอสมควร เมื่อเรียนจบปริญญาตรีทางด้านการศึกษา ได้เข้าทำหน้าที่ครูที่ โรงเรียนนาแก้ววิทยา อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งก็เป็นไปตามความมุ่งหวังของคุณพ่อ-แม่ ที่ต้องการให้ช่วยเหลือสังคม

ครูเอกชัย ตองอบ ปลูกไม้ผลผสมผสานก่อนเกษียณ

อดีต คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นและผ่านช่วงเวลาไปนานกระทั่งเป็นตำนาน ปัจจุบัน คือสังคมมนุษย์ที่มุ่งทำงาน เป็นสังคมแบบแข่งขัน ถ้าเป็นสังคมเกษตรก็ผลิตให้มีอาหารกินหรือขาย อนาคต คือการวาดฝันว่าอยากเป็นนั่นทำนี่ หรืออยากสร้างสวนไม้ผลให้ก้าวสู่ความความสำเร็จเพื่อให้ชีวิตในอนาคตมีความมั่นคงสดใส

วางแผนครอบครัว ก่อนเกษียณไปได้ข้อมูลเกี่ยวกับภูมิอากาศ สภาพแวดล้อมของพื้นที่อำเภอขุนหาญ ว่าสภาพดินมีแร่ธาตุอาหารมากมาย เนื่องอยู่ในเขตพื้นที่ภูเขาไฟที่มอดดับไปนานแล้ว จึงเหมาะสมต่อการปลูกไม้ผลหลายชนิดที่ทำให้ได้คุณภาพ และได้พบอีกว่ามีเกษตรกรในพื้นที่ได้ปลูกสร้างสวนไม้ผลประสบความสำเร็จ เมื่อนำข้อมูลนี้ให้สมาชิกครอบครัวพิจารณาจึงเห็นพ้องต้องกันว่า “ปลูกสร้างสวนไม้ผลผสมผสาน” มีความเสี่ยงน้อยที่สุด

ปลูกมังคุดเป็นไม้ผลผสมผสาน

แผนปฏิบัติงาน ได้บริหารจัดการใช้ที่ดิน เงินทุน แรงงานหรือใช้ปัจจัยการผลิต เลือกชนิดไม้ผลที่จะปลูก การปฏิบัติดูแลบำรุงรักษาหรือเก็บเกี่ยว ได้แบ่งงานทำเป็น 2 ส่วน คือ วันจันทร์-ศุกร์ ให้ภรรยา หรือ คุณเบญจลักษณ์ ตองอบ เป็นแกนนำ และ น้องจิ๊บ หรือ สุขุมาภรณ์ ตองอบ ลูกสาวเป็นผู้ช่วย และจ้างแรงงาน 3-5 คน มาทำงาน มีทั้งจ้างประจำและครั้งคราว ส่วนตนเองสนับสนุนด้านวิชาการและปฏิบัติงานวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุด

มีพื้นที่ 30 ไร่ ได้จัดการปลูกทุเรียน 575 ต้น แบ่งปลูกหมอนทอง 550 ต้น ก้านยาว 15 ต้น ชะนี 7 ต้น พวงมณี 2 ต้น และกระดุม 1 ต้น ปลูกเงาะ 32 ต้น ลองกอง 35 ต้น มังคุด 56 ต้น สะตอ 12 ต้น และปาล์มน้ำมัน 889 ต้น

ปลูกเงาะเป็นไม้ผลผสมผสานเพื่อเสริมสร้างรายได้

กรณีตัวอย่าง การปลูกทุเรียน เมื่อเตรียมดินแล้วได้ขุดหลุมปลูก กว้าง ยาว และลึก ด้านละ 30-50 เซนติเมตร ปลูกระยะห่างระหว่างต้นและแถว 8×8 เมตร นำต้นพันธุ์ทุเรียนลงปลูก เกลี่ยดินกลบ ให้น้ำแต่พอชุ่ม

การปฏิบัติดูแลบำรุงรักษา ปีที่ 1-7 ได้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เดือนละครั้งรอบทรงพุ่ม ช่วงต้นฝนได้ใส่ปุ๋ยคอกแห้ง 1 ครั้ง ต่อปี หลังดอกบาน หรือ 8 สัปดาห์ หรือช่วงติดผล ขนาด 1.5 กิโลกรัม ได้ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ในอัตรา 0.5 กิโลกรัม ต่อต้น ทุก 15 วัน เพื่อช่วยเพิ่มขนาดและความหวาน และหยุดใส่ปุ๋ยก่อนเก็บเกี่ยว 30 วัน

คุณเบญจลักษณ์ ตองอบ แกนนำในการปฏิบัติดูแลบำรุงรักษาสวนไม้ผลวันจันทร์-ศุกร์

การให้น้ำ ทุเรียนต้องได้รับน้ำเพียงพอจึงจะเจริญเติบโตได้ดี ปีที่ 1-7 ได้ให้น้ำ 1 วัน เว้น 2 วัน เมื่อเริ่มติดผลได้ให้น้ำวันเว้นวัน ให้ไปถึงช่วงเก็บเกี่ยว การให้น้ำทุกครั้งจะพิจารณาดูความชุ่มชื้นในดินด้วย

การตัดแต่งดอก หลังจากดอกบาน 1 เดือน ได้เลือกตัดดอกที่มีจำนวนมากออกเพื่อให้การติดผลที่บริเวณกิ่งได้จำนวนเหมาะสม เช่น ใน 1 กิ่ง มี 10 ช่อดอก ก็อาจตัดแต่งให้เหลือไว้ 5 ดอก หรือได้ 5 ผล วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้กิ่งไม่ต้องรับน้ำหนักของผลทุเรียนมากเกินไป ได้ผลทุเรียนมีขนาดเหมาะสม และเนื้อภายในผลดีมีคุณภาพ

ครูเอกชัย ตองอบ เล่าให้ฟังในท้ายนี้ว่า ผลทุเรียนที่แก่สุกจะรู้ได้ 2 วิธี คือ อาศัยความชำนาญดูเปลือกผลหรือเคาะผลฟังเสียง อีกวิธีคือ จดบันทึกเพื่อนับวัน โดยจะเริ่มนับตั้งแต่ออกดอกถึงผลทุเรียนแก่สุก จะใช้เวลา 100-130 วัน

จัดพื้นที่ปลูกทุเรียนให้ระยะห่างระหว่างต้นและแถว 8×8 เมตร

วิธีตัดเก็บ ได้จ้างผู้ที่มีความชำนาญมาตัดเก็บ โดยจ่ายค่าจ้างตัดเก็บ 1,000 บาท ต่อตัน วิธีตัดเก็บผู้รับจ้างได้ขึ้นไปบนต้นแล้วเลือกตัดเฉพาะผลทุเรียนแก่สุกตามเป้าหมายเท่านั้น โดยใช้มีดคมตัดที่ขั้วผล โยนลงมาให้ผู้รับที่อยู่ด้านล่างใช้กระสอบป่านรองรับเพื่อป้องกันไม่ให้ผลทุเรียนช้ำ รวบรวมนำผลทุเรียนเข้าโรงเรือน คัดแยกขนาด จัดการส่งตลาดผู้บริโภค ส่วนผลทุเรียนแก่สุกรุ่นต่อไปได้ทยอยตัดเก็บกันเอง

การตลาด ได้คัดเลือกผลทุเรียนคุณภาพส่งห้างแม็คโคร สาขาศรีสะเกษ ตามข้อตกลงที่ได้ลงนามร่วมกัน อีกส่วนหนึ่งพ่อค้าคนกลางจะเข้ามารับซื้อเพื่อนำไปขายที่ตลาดทั่วไป ส่วนราคาซื้อ-ขาย 120-150 บาท ต่อกิโลกรัม ถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับฤดูกาล ทำให้ทั้งปีมีรายได้ต่อเนื่องเป็นเงินกว่าแสนบาทที่ยังไม่หักค่าต้นทุนการผลิต

ไม้ผลที่ปลูกต้องได้รับน้ำอย่างพอเพียง

ประโยชน์การสร้างสวนไม้ผลผสมผสานคือ การปลูกไม้ผลหลายชนิดเพื่อลดความเสี่ยงด้านผลิตและตลาด การปฏิบัติดูแลบำรุงรักษาได้จัดการใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ป้องกันกำจัดศัตรูพืช หรือเก็บเกี่ยวตามระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้ได้สินค้าเกษตรคุณภาพมาตรฐานที่ตลาดผู้บริโภคพึงพอใจ

ความมั่นคง สมาชิกในครอบครัวร่วมกันคิดและสร้างงานเกษตร สานฝัน คือ คิดและทำงานให้ประสบผลสำเร็จ

งานเกษตร คือปลูกสร้างสวนไม้ผลผสมผสาน ก่อนเกษียณ คือ เริ่มสร้างสวนไม้ผลผสมผสานก่อนเกษียณ 3-5 ปี เพื่อเตรียมก้าวเปลี่ยนสู่วิถีชีวิตใหม่ อนาคตที่มั่นคง คือมีงาน มีรายได้ มีสังคมที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่มั่นคง

การปฏิบัติดูแลบำรุงรักษาที่ดีจะทำให้ต้นทุเรียนติดผลดกได้คุณภาพ

เรื่องของ ครูเอกชัย…สานฝัน งานเกษตร ก่อนเกษียณ เพื่ออนาคตครอบครัวที่มั่นคง เป็นก้าวเดินเพื่อเติมสุขและอบอุ่นกับครอบครัว สอบถามเพิ่มได้ที่ ครูเอกชัย ตองอบ หมู่ที่ 16 บ้านน้ำมุด ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ โทร. (088) 752-7975 หรือ คุณสุริยา บุญเย็น สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ โทร. (045) 616-829 ก็ได้ครับ

 

 

ผู้ชำนาญมารับจ้างตัดเก็บโดยคิดราคา ตันละ 1,000 บาท
เนื้อทุเรียนแก่สุกพอดี มีกลิ่นหอม หวาน นุ่ม ที่ชวนชิม
พ่อค้าเข้ามารับซื้อทุเรียนเพื่อนำไปขายที่ตลาด
หลังเก็บเกี่ยวทุเรียนได้ตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่งเพื่อการติดดอกออกผลดี
ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมการปลูกและผลิตไม้ผลแบบผสมผสานของครูเอกชัย ตองอบ
ครูเอกชัย ตองอบ จะปฏิบัติดูแลบำรุงรักษาการปลูกและผลิตคุณภาพทุกวันหยุด
บทความก่อนหน้านี้โม โม พาราไดซ์ จับมือ ซีพีเอฟ เสิร์ฟไข่ไก่สดปลอดสาร CP Selection Cage Free Egg
บทความถัดไปเครื่องแขวนฟางข้าว มทร.ธัญบุรี ศิลปะประดิษฐ์ สู่นวัตกรรมชุมชน