“สวนรวมใจ” ปลูกอินทผลัมผลสด ได้ผลผลิตเยี่ยม ที่ทุ่งกุลาร้องไห้

คุณสมภพ ลุนาบุตร เจ้าของ “สวนรวมใจ” บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 9 บ้านน้อยพัฒนา ตำบลดงครั่งใหญ่ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โทร. (087) 248-2928 เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นลูกจ้าง ได้ทำงานรับจ้างบริษัทมาหลายที่ แต่ด้วยชอบการทำการเกษตรก็เกิดสนใจการปลูกอินทผลัมขึ้นมา ด้วยเป็นพืชใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจมากชนิดหนึ่งและปลูกได้ผลในบ้านเราช่วงที่ผ่านมา ได้อ่านและเห็นตัวอย่างเกษตรกรท่านอื่นปลูกและได้ผลจริง จึงมีความสนใจมากขึ้นในเรื่องอินทผลัม

ภาพประกอบข่าวจากเฟสบุ๊ค “สมภพ ลุนาบุตร ”

ประกอบกับพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ตั้งใจไว้ทำสวน ขึ้นชื่อว่าดินมีสภาพแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ ดินเป็นทราย ฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล อากาศลมพัดผ่าน ดินแดนที่ไม่มีต้นไม้ ไม่มีป่าไม้ ที่ใครต่อใครกล่าวเล่าขานตำนานพื้นที่แห่งนี้ว่าแห้งแล้ง คุณสมภพ จึงปลูกพืชทะเลทรายอย่างอินทผลัม เปลี่ยนจากนาข้าวมาทดลองปลูกอินทผลัมท่ามกลางว่าจะไปรอดหรือไม่ กับพืชตัวใหม่ในทุ่งกุลาร้องไห้แห่งนี้

คุณสมภพ จึงอยากลองเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นๆ บ้าง และมีพี่น้องในเขตพื้นที่นี้บางรายก็หันไปปลูกยางพารากันบ้างแล้ว ผมก็เลยอยากปลูกอะไรที่แตกต่างออกไป คุณสมภพเริ่มต้นเล่า มีช่วง ปี 2548 ผมได้ดูข่าวสวนอินทผลัมของโกหลัก เลยสนใจพืชชนิดนี้และหาข้อมูลมาเรื่อยๆ จนไปเจอเพื่อนที่สกลนครปลูกเอาไว้และให้ผลผลิตดี จึงได้ความรู้จากเพื่อนมา และเริ่มลงมือปลูกจริงจังบนที่ดินของตัวเอง เมื่อ ปี พ.ศ. 2554 โดยได้ถมที่ดินให้สูงขึ้นอีกประมาณ 1 เมตร แล้วเลือกปลูกอินทผลัมพันธุ์ KL1 (หรือพันธุ์แม่โจ้ 36) บนพื้นที่ 3 ไร่

คุณสมภพ เล่าว่า ตอนนั้นได้ซื้อต้นพันธุ์อินทผลัมพันธุ์ KL1 มาปลูก ในราคาต้นละ 800 บาท ซึ่งก่อนจะลงมือปลูกได้ไปศึกษาวิธีการปลูก การดูแลรักษาอินทผลัมที่สวนอินทผลัมบ้านนาดอกไม้ ของ คุณจเร ชีวธรรม จนแน่ใจว่าตนเองก็น่าจะกลับมาทำได้ จึงตัดสินใจซื้อต้นอินทผลัมจากสวนของคุณจเร มาปลูกรอบแรก จำนวน 60 ต้น ซึ่งเป็นต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเมล็ดทั้งหมด

หลังจากแน่ใจว่าปลูกได้ มีการเจริญเติบโตดี ก็ได้ซื้อต้นกล้าอินทผลัมมาปลูกเพิ่มอีก โดยเลือกใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 7 เมตร และระหว่างแถว 8 เมตร ทำให้ปลูกได้จำนวนไร่ละ 35 ต้น พื้นที่ทั้งหมด 3 ไร่ จึงปลูกอินทผลัมได้จำนวน 109 ต้น ซึ่งตอนปลูก คุณสมภพก็ได้ทดลองใช้ขนาดหลุมปลูกที่แตกต่าง เพื่อจะดูความแตกต่างว่าจะเป็นเช่นไร โดยบางหลุมขุด 50×50 เซนติเมตร บางหลุมขุด 80×80 เซนติเมตร แล้วรองก้นหลุมด้วยขี้ไก่อัดเม็ด ผสมกับภูไมท์ซัลเฟต และโดโลไมท์ ก็พบว่าขนาดของหลุมปลูกเล็กหรือใหญ่ไม่มีผลกับการเจริญเติบโตของต้นอินทผลัมเลย มีการเจริญเติบโตพอๆ กัน ไม่เห็นความแตกต่าง

45วันนับจากวันที่ผสม

ดูแลรักษาต้นอินทผลัมไม่ยาก การดูแลรักษาต้นอินทผลัมนั้น คุณสมภพ เล่าให้ฟังว่า เรื่องน้ำ เป็นเรื่องสำคัญมากในการทำเกษตร สวนคุณสมภพโชคดีที่มีลำห้วยอยู่ใกล้กับสวน จึงใช้น้ำห้วยมารดทุก 7-10 วันครั้ง โดยการปล่อยน้ำเข้าร่องแปลงปลูก

การให้ปุ๋ยหลังปลูกปีแรก ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น สูตร 15-15-15 เดือนละ 1 ครั้ง วิธีใส่ให้ห่างจากโคนต้นออกมา 30 เซนติเมตร แล้วขุดหลุมใส่ปุ๋ย ประมาณ 3 ขีด (300 กรัม) ต่อต้น ส่วนปุ๋ยคอกจะให้ขี้ไก่อัดเม็ดทุกๆ 3 เดือน ปริมาณ 5 กิโลกรัม ต่อต้น มีภูไมท์ซัลเฟตและโดโลไมท์โรยโคนต้นแล้วใช้ฟางข้าวคลุมทับหน้าดินรอบโคนต้นเพื่อรักษาความชื้นของดิน แล้วฟางข้าวย่อยสลายช่วยในการปรับโครงสร้างของดินให้ดีขึ้น

ดูแลให้น้ำให้ปุ๋ยอย่างเสม่ำเสมอได้ดอกสมบรูณ์
ต้นตัวผู้ออกช่อมาก 8ช่อ

การให้ปุ๋ยปีที่ 2 ใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 เดือนละครั้ง โดยเพิ่มปริมาณเป็นประมาณ 5 ขีด (500 กรัม) ต่อต้น ปุ๋ยคอกก็ให้ในอัตราเดิม ส่วนแรงงานก็ใช้คนในครอบครัว 4 คน ช่วยกันดูแล

ศัตรูที่สำคัญของอินทผลัม คุณสมภพ เล่าว่า มี “ด้วงเจาะยอด” เป็นศัตรูสำคัญ ต้องใช้การสังเกต เฝ้าดูอาการ หากพบร่องรอยการเข้ากัดยอดจะต้องใช้สารเคมีฉีดพ่นและอุดรูของด้วงด้วยดินน้ำมัน จะลดความเสียหายได้ หากปล่อยให้ระบาดก็จะสร้างความเสียหายได้

 

อินทผลัมติดผล หลังปลูกเพียง 2 ปี อินทผลัมที่ปลูกชุดแรกของคุณสมภพ เริ่มออกดอกตั้งแต่ปลูกไปได้เพียง 1 ปีเศษ อินทผลัมก็เริ่มออกดอก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นต้นตัวผู้ ต้นตัวเมียก็ออกดอกเหมือนกันแต่ดอกจะร่วงหมดก่อนจะผสม เมื่อเห็นดอกผมก็ดีใจแล้วว่าผมทำได้ ผมปลูกอินทผลัมบนทุ่งกุลาร้องไห้ได้

คุณสมภพเล่าถึงความภูมิใจ อินทผลัมนั้นเป็นพืชผสมพันธุ์ข้ามต้น ดอกตัวเมียและดอกตัวผู้อยู่กันคนละต้น ดังนั้น การปลูกอินทผลัมในสวนจึงจำเป็นต้องมีทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมียปลูกอยู่ด้วยกัน เพื่อจะเก็บละอองเกสรตัวผู้เอาไว้ผสมให้ดอกต้นตัวเมีย พออินทผลัมเข้าสู่ปีที่ 2 อินทผลัมชุดแรก จำนวน 60 ต้น ที่ปลูกเอาไว้ พบว่าเป็นต้นตัวเมีย 30 ต้น และต้นตัวผู้ 21 ต้น และมีอีก 9 ต้น ที่ไม่ออกดอกให้ทราบ คุณสมภพ เล่าว่า ตนเองได้เริ่มผสมเกสรครั้งแรก เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 จนต้นอินทผลัมติดผลต้นละ 50-60 กิโลกรัม เลยทีเดียว

ตัวผู้แตกจั่น
ออกดอกตั้งแต่อายุไม่ถึงสองปี

พบการกลายพันธุ์ เพราะใช้ต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเมล็ด อินทผลัมเป็นพืชผสมข้ามต้นจึงต้องปลูกทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมียไว้ในสวนเดียวกัน และที่สำคัญหากปล่อยให้ดอกอินทผลัมผสมกันเองตามธรรมชาติโดยลมหรือแมลงนั้น จะทำให้ได้ผลผลิตน้อยและไม่สมบูรณ์เต็มที่

ดังนั้น เกษตรกรจะต้องมีการช่วยผสมเกสร ซึ่งทำได้โดยเก็บเกสรตัวผู้เอาไว้ก่อน โดยใช้ถุงพลาสติกคลุมยอดดอกทั้งหมด แล้วเขย่าเพื่อให้ละอองเกสรดอกตัวผู้หล่นอยู่ในถุง จากนั้นจึงไล่อากาศภายในถุงออกให้หมด ปิดปากถุงให้แน่นแล้วไปเก็บไว้ในตู้เย็น รอเวลานำไปผสมกับเกสรตัวเมีย ต้นตัวเมียจะออกจั่นเหมือนต้นตัวผู้ แต่เวลาจั่นแตกดอก ดอกตัวเมียจะมีดอกเป็นช่อเมล็ดกลมๆ เมื่อจั่นเริ่มแตกให้นำละอองเกสรตัวผู้ที่เก็บไว้มาผสมกับเกสรตัวเมีย ใช้เกสรตัวผู้ใส่ในถุงพลาสติก ประมาณ 1/3 ช้อนชา ต่อ 1 ช่อดอกตัวเมีย ใช้เกสรตัวผู้ที่แยกใส่ถุงพลาสติกครอบช่อจั่นตัวเมียแล้วเขย่าให้ละอองเกสรตัวผู้ฟุ้งกระจายและติดกับเกสรตัวเมีย ทำแบบนี้ประมาณ 1-2 วัน ก็จะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณมาก

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการช่วยผสมควรเป็นช่วงเช้า เนื่องจากอากาศไม่ร้อนจัดและความชื้นในอากาศมีน้อย เนื่องจากผลอินทผลัมเป็นผลที่ได้จากการผสมเกสรข้ามต้น คุณภาพของผลอินทผลัมทั้งในเรื่องของขนาดหรือรสชาติอาจจะแย่ลงหรือใกล้เคียงต้นแม่พันธุ์เดิมหรือดีขึ้นก็ได้

สวนต้นอินทผลัมให้ผลผลิตแล้ว สามารถนำผลอินทผลัมสดไปจำหน่ายได้ราคาค่อนข้างสูง ขายผลสดตอนนี้ กิโลกรัมละ 500 บาท และเป็นที่สนใจจากผู้ซื้อเป็นอย่างมากด้วย เป็นผลไม้ที่แปลกแล้ว แถมยังปลูกได้ในพื้นที่แห่งนี้ซึ่งค่อนข้างแห้งแล้ง ก็ได้การตอบรับที่ดีจากผู้ซื้อในพื้นที่

ขอบคุณภาพประกอบข่าวจากเฟสบุ๊ค “สมภพ ลุนาบุตร ”

*********************************

ขอเชิญชวนผู้สนใจปลูกอินทผลัม ร่วมกิจกรรมเสวนาเชิงปฏิบัติการ กับ เทคโนโลยีชาวบ้าน “เรียนให้รู้ ดูให้ทำเป็น เด่นทางด้านการตลาด” พาไปชม…การปลูกอินทผลัมคุณภาพ และแปรรูปครบวงจร เมืองกาญจนบุรี ในวันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2562  โดยเสียค่าใช้จ่าย ท่านละ 930 บาท ผู้สนใจ สมัครจองที่นั่งก่อน แล้วโอนเงิน (ตามจำนวนที่ระบุ) เข้า ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนประชาชื่น เลขที่บัญชี 193-079484-5 บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) Fax (02) 580-2300 เลขที่ผู้เสียภาษี 0107536001451 หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. (02) 580-0021 ต่อ 2335, 2339, 2342, 2343 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.technologychaoban.com หรือ www.facebook.com/Technologychaoban

 

บทความก่อนหน้านี้ประธานกลุ่มผ้าย้อมคราม”ดอนกลอย”โอดตลาดไม่คึกคัก ยอดลด สภาพเศรษฐกิจส่งผลกระทบ
บทความถัดไปกรมปศุสัตว์จัดกิจกรรม“ปศุสัตว์เคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ”ตลอดเดือนมหามงคลในพื้นที่ 10 จว.ทั่วไทย