อ.จุฬาฯ เผยเกษตรกรไทยร้อยละ 80 มีหนีสิ้น ทำแบบเดิมอาจไปไม่รอด ชวนตามศาสตร์พระราชา จะอยู่รอดอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 31 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้าสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 90 พสกนิกรจากทั่วทิศทั่วแดนยังทยอยเดินทางมาต่อแถวอย่างต่อเนื่อง โดยแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีดำเรียบร้อยและเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ แม้สภาพอากาศร้อนจัดตั้งแต่ช่วงเช้าก็ตาม

รศ.ปรีดา บุญ-หลง อาจารย์ประจำภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัวแทนคณะเจ้าภาพบำเพ็ญกุศล กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงอุทิศพระวรกายทำประโยชน์เพื่อคนไทยมหาศาล คำว่า “ยั่งยืน” ของพระองค์ ช่วยให้คนไทยและเกษตรกรสามารถอยู่อย่างผาสุกได้ ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกล ทรงเลี่ยงตำราฝรั่งแต่ใช้พระปรีชาสามารถทำให้คนไทยเลี้ยงชีพได้ จากผลการสำรวจเกษตรกรไทยร้อยละ 80 มีหนี้สิน ถ้าทำการเกษตรแบบเดิมเราอาจไปไม่รอด แต่ถ้ายึดแนวทางของพระองค์ทำเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมีในการเพาะปลูก ก็จะอยู่รอดอย่างยั่งยืน ซึ่งความยั่งยืนนั้น เราต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

“ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงช่วยคนที่รากฐานจริงๆ เพียงแต่ประชาชนจะทำตามหรือไม่ เวลาไปฟังเกษตกรที่ทำการเกษตรโดยยึดแนวทางของพระองค์ จะเห็นว่าพวกเขาอยู่รอดได้สบายๆ พวกเรามีหน้าที่สอนเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์มา 10 กว่าปีแล้ว สมัยนั้นคนยังไม่เห็นความสำคัญ แต่เดี๋ยวนี้พวกนิสิตนักศึกษาต่างสนใจกันมากขึ้น เพราะเห็นตัวอย่างว่าทำแล้วมีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และในระยะยาวก็อยู่ได้อย่างยั่งยืน” รศ.ปรีดากล่าว

ด้าน นางสมพิศ กฤษณวรรณ อายุ 73 ปี ชาวกรุงเทพฯ พร้อมบุตรสาว นางศรวณีย์ ตรีทรงเกียรติ อายุ 50 ปี และน.ส.ตุลย์วดี กฤษณวรรณ อายุ 48 ปี กล่าวทั้งน้ำตาคลอว่า เดินทางจากบ้านย่านลาดพร้าวมาเข้าคิวรอภายในท้องสนามหลวงเวลา 05.00 น. และได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพเวลา 10.00 น. มาเป็นครั้งแรก แม้จะมีอาการปวดแข้งขาด้วยโรคชรา แต่ก็แข็งใจเดินเอง ค่อยๆ ไป ยังไหว ไม่อยากนั่งรถเข็นวิลแชร์ เพราะไม่อยากไปเอาเปรียบใคร ไว้ให้คนที่เขาลำบากกว่าเราดีกว่า ระหว่างที่กราบท่านรู้สึกตื้นตันใจมาก เสียดายที่ใช้เวลาสั้นไปหน่อย อยากซึมซับบรรยากาศนานๆ เพราะพระองค์ทรงเป็นต้นแบบของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องความกตัญญูต่อสมเด็จย่า และพี่น้องของพระองค์ ทุกวันนี้พร่ำสอนลูกหลานว่าความกตัญญูจะนำพาให้เจริญรุ่งเรือง อยากให้ลูกหลานทุกคนทำตามแบบนี้

นางสด๊ะ เส็มชูชูติ สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ต.ลำไพล อ.เทพา จ.สงขลา กล่าวว่า ตนเดินทางมาพร้อมกับคณะเทศบาล ต.ลำไพล รวม 90 คน เดินทางมาเป็นครั้งแรก รู้สึกเสียใจมากและใจหายที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตแล้ว ที่ผ่านมาพระองค์ให้การดูแลช่วยเหลือชาวไทยมุสลิมเยอะมาก และช่วยเหลือมาโดยตลอด ซึ่งที่ อ.เทพา มีศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง มีเจ้าหน้าที่เข้าไปอบรมให้ความรู้และอาชีพต่างๆแก่สมาชิกกลุ่มแม่บ้านฯและราษฎร์ อาทิ สอนการเย็บผ้า ทำกระเป๋าผ้า ทำผ้าใยบัว ดอกไม้จันทน์ เลี้ยงสัตว์ เป็ด-ไก่-ปลา ปลูกพืช-ผัก ทำให้ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้

รศ.ปรีดา บุญ-หลง
นางสด๊ะ เส็มชูชูติ สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร (คนที่ 3)
นางสมพิศ กฤษณวรรณ (กลาง) พร้อมบุตรสาว

 

 

บทความก่อนหน้านี้อดีตตำรวจ ผันตัวเป็นเกษตรกร ปลูกปาล์ม ยางพารา ผลไม้ ที่ระนอง เก็บผลผลิตขาย รายได้เดือนละ 2 แสน
บทความถัดไปเกษตรกรเร่งเก็บใบยาสูบพ่อค้ารับซื้อถึงที่ ปลูก 100 วันขายได้เงินแสนเลี้ยงครอบครัว