เกษตรจังหวัดพังงา เตือนเกษตรกรหยุดกรีดยางในช่วงผลัดใบ เพราะอาจทำให้เกิดโรคหน้ายางแห้งและต้นยางตายได้

ยางพารา

นายสมชาย บริพันธุ์ เกษตรจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า ในช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูกาลผลัดใบของต้นยางพารา ในพื้นที่ภาคใต้ถือเป็นช่วงปิดกรีดยาง เกษตรกรจึงควรให้ต้นยางหยุดพัก เนื่องจากเป็นช่วงที่ไม่มีใบ ทำให้ไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ หากยังฝืนกรีดในช่วงยางผลัดใบจะทำให้เกิดโรคหน้ายางแห้ง และเสี่ยงที่จะทำให้ต้นยางตายได้ โดยทั่วไปแล้วหลังจากที่ต้นยางผลิใบใหม่และเจริญเป็นใบแก่แล้วจึงเริ่มกรีดใหม่ จะใช้ระยะเวลา ประมาณ 2 เดือน เนื่องจากการกรีดในช่วงนี้ จะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในระยะที่ต้นยางกำลังผลิใบใหม่ เพราะการกรีดติดต่อกันหลายวันจะทำให้ผลผลิตต่ำ ปริมาณเนื้อยางแห้งลดลง การสิ้นเปลืองสูง ทำให้ระยะเวลาการกรีดถึงเปลือกงอกใหม่น้อยลง เปลือกงอกใหม่บาง กระทบต่อการกรีดซ้ำและต้นยางแสดงอาการเปลือกแห้งสูง ซึ่งมีผลกระทบต่อผลผลิตในระยะยาว การกรีดถี่ทำให้อายุการกรีดสั้นลง เกษตรกรจึงต้องโค่นต้นยางในระยะเวลาเร็วขึ้น ทำให้ได้รับผลผลิตน้ำยางและปริมาณไม้ลดลงตามลำดับ การหยุดพักกรีดในช่วงฤดูผลัดใบช่วยให้ต้นยางได้สะสมธาตุอาหารเพื่อสร้างความเจริญเติบโต มีความสมบูรณ์ และให้ผลผลิตสูง สำหรับการกรีดยางในช่วงที่ยางผลัดใบจะทำให้น้ำยางออกน้อย เพราะฉะนั้น เกษตรกรก็ต้องรอให้ยางผลิใบใหม่สามารถผลิตน้ำยางได้เติมที่จึงเปิดกรีดยาง จึงควรที่จะอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ด้วยการรอให้ใบยางที่ออกใหม่เริ่มแก่เสียก่อนจึงจะกรีดยางกันอีกครั้ง ซึ่งในช่วงว่างเว้นการกรีดยางนี้ เกษตรกรควรใช้เวลาในการบำรุงดูแลสวนยางพาราเพื่อให้มีความสมบูรณ์ จะทำให้สามารถกรีดยางได้ในระยะยาว

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา โทรศัพท์ 0 7648 1467  และสำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอ

บทความก่อนหน้านี้เพาะเห็ดตับเต่าในดงโสน เริ่มที่พื้นที่กว้าง 2 เมตร ยาว 20 เมตร เก็บขายสร้างรายได้กิโลกรัมละ 120-130 บาท
บทความถัดไปเชิญชวนประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสายอาชีวศึกษา ประจำปี 2560