วว.ผนึกกำลังมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ วิจัย พัฒนา ถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรมเกษตร พร้อมพัฒนาบุคลากรผ่านโครงการยุวชนอาสา/อาสาประชารัฐ หวังเพิ่มศักยภาพนักศึกษาระดับปริญญาตรี โท-เอก

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รองศาสตราจารย์จิระพันธ์ ห้วยแสน อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (มกส.) ลงนามความร่วมมือด้านงานวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี เพื่อส่งเสริมความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างทั้งสองหน่วยงาน ในการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตร รวมถึงความร่วมมือด้านวิชาการและการพัฒนานักศึกษา ประกอบด้วย 1. การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์เกษตรเพื่อรองรับการเกษตรสมัยใหม่ เช่น การจัดการข้อมูลการผลิต การจัดการดิน น้ำ ปุ๋ย การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช การบริหารศัตรูพืช การเก็บเกี่ยว และการจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว เป็นต้น 2. การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เช่น การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การสร้างมูลค่าแก่วัตถุดิบหรือของเหลือทิ้งจากกระบวนการ เป็นต้น 3. การวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอื่นๆ ที่มีความสนใจร่วมกัน 4. การให้ความร่วมมือในการเผยแพร่ผลงานและให้คำปรึกษาแก่กลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5. การให้ความร่วมมือด้านวิชาการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาและนักศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล 6. การแลกเปลี่ยนบุคลากรเพื่อการพัฒนางานด้านการวิจัยและพัฒนาของ วว. และการเรียนการสอนของ มกส. และ 7. การเข้าร่วมโครงการยุวชนอาสาและอาสาประชารัฐ เพื่อพัฒนาศักยภาพนักศึกษาระดับปริญญาตรี โทและเอก ตามนโยบายดำเนินงานโครงการยุวชนสร้างชาติของกระทรวง อว. โอกาสนี้ นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว. พร้อมผู้บริหาร พนักงาน ของทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นเกียรติ ในวันที่ 14  มกราคม 256 ณ ห้องประชุมผู้บริหาร อาคาร RD 1 วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี

“…วว. มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก เน้นการทำงานกับชุมชน โดยมีแนวคิดนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเผยแพร่ศักยภาพ ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน ลดความเหลื่อมล้ำ ความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง อว. ในการดำเนินโครงการยุวชนสร้างชาติ ที่มีการเปิดตัว เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาประเทศและเป็นโครงการสำคัญในการปฏิรูปประเทศไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ด้วยการใช้พลังเยาวชนไทยเป็นกุญแจหลักในการขับเคลื่อนประเทศ พร้อมทั้งปฏิรูประบบการเรียนรู้สร้างประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน เปิดโอกาสให้ยุวชนนำความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีไปพัฒนาพื้นที่ชนบท พร้อมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และผู้ประกอบการยุคใหม่ ทั้งนี้ วว. มีการทำงานกับชุมชนผ่านโครงการ Big Rock ที่มีการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ชุมชนและภาคเอกชนในพื้นที่ นำโจทย์ของพื้นที่เป็นที่ตั้งในการดำเนินงานต่อยอด นำเทคโนโลยีที่เหมาะสมถ่ายทอดให้กับกลุ่มชุมชน ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ มีการนำไปใช้ประโยชน์เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ในอนาคต วว. และ มกส. จะขยายความร่วมมือไปสู่สาขาอื่นๆ ต่อไป ภายใต้กรอบโมเดลที่มุ่งเน้นการปฏิบัติ สร้างเด็กรุ่นใหม่ให้เป็นพลังสำคัญของประเทศ…” ผู้ว่าการ วว. กล่าว

รองศาสตราจารย์จิระพันธ์ ห้วยแสน อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าวว่า มกส. มุ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีการพัฒนาชุมชนของประเทศ สร้างกาฬสินธุ์โมเดลเป็นเมืองนวัตกรรมการเกษตรและสอดคล้องตามนโยบายขับเคลื่อนโครงการยุวชนสร้างชาติซึ่งนำร่องที่จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นแห่งแรก ความร่วมมือกับ วว. ในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้การดำเนินงานโครงการดังกล่าวมีความเข้มแข็ง สำเร็จเป็นรูปธรรม และยิ่งกว่านั้น วว. จะมีพื้นที่ดำเนินการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเข้าไปพัฒนาและต่อยอดมากขึ้นผ่าน 3 โครงการพัฒนาชุมชนของ มกส. ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในปี 2563 ได้แก่ 1. โครงการพัฒนาโคนม โคเนื้อคุณภาพสูง เพื่อลดการใช้แรงงาน มีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม 2. โครงการ Smart Farm และ 3. โครงการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการเกษตรก้าวหน้า เพื่อเป็นพื้นที่ทดลองดำเนินงานของเกษตรกรทั่วประเทศ ก่อนที่จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในการประกอบอาชีพต่อไป

“…การนำเทคโนโลยีที่ไฮเทคหรือล้ำมากไปให้กับเกษตรกรนั้นจะทำให้ประสบผลสำเร็จได้ยาก แต่หากเรานำเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปถ่ายทอดให้ ผ่านการเชื่อมต่อความรู้โดยบุคลากร เช่น นักศึกษา จะทำให้สำเร็จได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ ในอนาคต มกส. มีแผนงานให้บุคลากร เช่น อาจารย์ ได้มาฝังตัวทำงานใกล้ชิดกับบุคลากร วว. จะทำให้เกิดการเรียนรู้แลกเปลี่ยนแนวคิดระหว่างกัน ซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างผลงานที่เป็นประโยชน์ร่วมกันมากยิ่งขึ้น…” อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าว

นางสาวชลิตา พูลเลิศ นางสาวศิริพร เมืองแพน และ นายนฤเบศ ประจักษ์จิตร นักศึกษาคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นนักศึกษาฝึกงานสหกิจศึกษา ณ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว. ด้านการขยายพันธุ์/ปรับปรุงพันธุ์พืช ดินและปุ๋ย การทดสอบวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารในดิน กล่าวถึงประสบการณ์และประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติงานจริงที่ วว. ว่า ได้เรียนรู้ระบบการทำงานร่วมกัน ได้ฝึกทักษะด้านการขยายพันธุ์พืช ฝึกทักษะในห้องปฏิบัติวิเคราะห์ดิน ได้รู้จักชื่อและลักษณะของพืชชนิดใหม่และได้ฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระหว่างการทำงาน ซึ่งเป็นความรู้ที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานต่อไป

นำเสนอข่าวโดย  กองประชาสัมพันธ์  สำนักสื่อสารองค์กร โทร. (02) 577-9360 โทรสาร (02) 577-9362 E-mail : pr@tistr.or.th

บทความก่อนหน้านี้เชิญชมสุดยอดผลงานสีเขียวแห่งปี TGDA2020 ในงานเกษตรแฟร์ 63
บทความถัดไปมิสม้งไทยแลนด์ ปันน้ำใจในวันเด็ก 2563