‘โกโก้’ พืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ จ.ขอนแก่น สร้างรายได้ ตลาดโลกต้องการสูง

นางอัญชนา ตราโช

นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า โกโก้ เป็นสินค้าเศรษฐกิจที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแผนส่งเสริมพัฒนาการผลิตและการตลาดให้เป็นสินค้าสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความต้องการของตลาดโลกสูง ตลาดส่งออกที่สำคัญได้แก่ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมนี และฟิลิปปินส์ ประกอบกับประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกและสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม จึงนับเป็นโอกาสที่ดีในการขยายการผลิตสินค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น (สศท.4) ติดตามสถานการณ์การผลิตโกโก้ พบว่า จังหวัดขอนแก่น โดยบริษัทโกโก้ไทย 2017 จำกัด ได้เข้ามาส่งเสริมการปลูกโกโก้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริมปลูกโกโก้ เพื่อสร้างอาชีพ และรายได้ของเกษตรกรไทยแบบยั่งยืนของบริษัท จำนวน 126 ราย ตั้งแต่ปี 2561 มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 8 ปี ซึ่งในขณะนี้ผลผลิตของเกษตรกรยังอยู่ในช่วงระยะเวลา 2 ปี จึงยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยโกโก้จะเริ่มให้ผลผลิตและเก็บเกี่ยวในปีที่ 3 ขึ้นไป เมื่อเกษตรกรได้รับผลผลิตแล้วบริษัทจะลงไปรับซื้อผลโกโก้สุกของเกษตรกรถึงพื้นที่ในราคาตามท้องตลาด จากนั้นบริษัทจะนำผลผลิตไปแปรรูปเป็นผงโกโก้ ไขมันโกโก้ และโกโก้อบแห้ง ทั้งนี้ ผลผลิตที่ได้ของบริษัทส่วนใหญ่ ร้อยละ 80 ส่งจำหน่ายภายในประเทศ ส่วนอีก ร้อยละ  20 ส่งออกต่างประเทศ ได้แก่ กัมพูชา และลาว

นายฉกาจ ฉันทจิระวัฒน์

สำหรับพื้นที่ปลูกโกโก้ส่วนใหญ่อยู่ที่อำเภอภูเวียง และ หนองเรือ มีประมาณ 250 ไร่ เกษตรกรนิยมปลูกพันธุ์ลูกผสม โกโก้ไทย 1 เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่โตเร็ว ให้ผลผลิตสูง และคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด ราคาพันธุ์อยู่ที่ 70 บาท/ต้น นิยมปลูกช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม จะเริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 3 ซึ่งเก็บเกี่ยวได้ระยะยาวกว่า 60 ปี โดยสามารถทยอยเก็บผลผลิตได้ทุก 15 วัน และเก็บผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ผลผลิตเฉลี่ย 80-150 กิโลกรัม/ต้น หรือประมาณ 8,000-15,000 กิโลกรัม/ไร่ ให้ผลผลิตมาก 2 ช่วง คือ เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม และเดือนธันวาคม-มกราคม ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 10 บาท/กิโลกรัม

ด้าน นายฉกาจ ฉันทจิระวัฒน์ ผู้อำนวยการ สศท.4 กล่าวเสริมว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว นอกจากจะได้รับความมั่นใจว่าผลผลิตมีแหล่งรับซื้อที่แน่อน ได้ราคาตามมาตรฐานแล้วนั้น ทางบริษัทยังได้ให้การสนับสนุนด้านองค์ความรู้ และเทคโนโลยีการผลิตเพื่อให้เกษตรกรสามารถทำการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ โดยมีการอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกร รวมถึงมีการส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจฟาร์มเพื่อดูแลคุณภาพและมาตรฐานของผลผลิตทำให้ได้ราคาดี

อย่างไรก็ตาม โกโก้ นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่ตลาดมีความต้องการสูง สามารถออกผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น และในอนาคตเกษตรกรมีแนวโน้มหันมาปลูกโกโก้และจะขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้น เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด เกษตรกรควรคำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่ การเลือกสายพันธุ์ให้เหมาะสม และวิธีการดูแลรักษาโกโก้ให้ได้คุณภาพดี รวมถึงควรเฝ้าระวังโรคและแมลงที่เกิดในช่วงอากาศร้อนชื้น อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตได้ หากเกษตรกรหรือท่านใดที่สนใจข้อมูลการผลิตและการตลาดโกโก้

หรือสนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถขอคำปรึกษา นางสาวกษิรา โชติชื่น ผู้อำนวยการคลังโกโก้จังหวัดขอนแก่น บริษัทโกโก้ไทย 2017 จำกัด โทร. (085) 762-3143

 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน, มติชนสุดสัปดาห์ และศิลปวัฒนธรรม ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

 

 

บทความก่อนหน้านี้เกษตรจังหวัดกระบี่ มอบเมล็ดพันธุ์ผักเพื่อสนับสนุนโครงการหมู่บ้านมีรักปลูกผักไว้กิน “เกษตรกระบี่ร่วมใจ สู้ภัยโควิด-19”
บทความถัดไปเฉลิม พีรี ปราชญ์เกษตรดีเด่น เปิดศูนย์เรียนรู้ฯ “เกษตรสมคิด” 1 ไร่ มั่งคั่ง ยั่งยืน