เกษตรกรรุ่นใหม่หนองบัวลำภู เพาะกล้าไม้ป่าขายและรับจ้างปลูก สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว

ท่านที่เคารพครับ!!! ปัจจุบัน กระแสการปลูกป่าเป็นไม้เศรษฐกิจมีแนวโน้มมากขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากไม้ป่าหลายชนิดมีมูลค่าการตลาดค่อนข้างสูง เช่น พะยูง ราคาซื้อขายลูกบาศก์เมตรละ 200,000-600,000 บาท สักทอง ยางนา มะค่า ประดู่ ฯลฯ ก็ล้วนมีราคาค่อนข้างสูงลดหลั่นกันลงมา ประกอบกับทางราชการได้ปลดล็อกแก้ไขข้อกฎหมาย ให้สามารถปลูกและตัดขายได้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ โดยขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ประจำจังหวัด) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 17 เมษายน 2562 เป็นต้นไป จากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น ทำให้มีเกษตรกรสนใจปลูกไม้ป่ากันมากขึ้น ส่วนหนึ่งไปขอรับกล้าไม้ที่ทางราชการเพาะไว้แจกแต่ก็มีจำนวนจำกัด และสนับสนุนได้รายละไม่กี่ต้น ดังนั้น จึงเป็นโอกาสดีที่เกษตรกรจะเพาะกล้าไม้จำหน่ายเพื่อรองรับความต้องการ อย่างเช่น

คุณสงกรานต์ สุวรรณ เกษตรกรรุ่นใหม่หนองบัวลำภู

คุณสงกรานต์ สุวรรณ อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 101 บ้านพันดอน หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านพร้าว อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young smart farmer) โทร. 098-864-4119 ให้ข้อมูลว่า มีประสบการณ์ในการปลูกไม้ผล พืชผักมาก่อน ต่อมาปี 2562 จึงหันมาเพาะกล้าไม้ป่าขาย ติดถนน กม. 17 ถนนหนองบัวลำภู-ศรีบุญเรือง พืชที่เพาะ ได้แก่ พะยูง ยางนา มะค่าโมง ประดู่ มะฮอกกานี สักทอง แดง เต็ง รัง กุง ชาติ ผักหวานป่า (เพาะต้นตะขบเป็นไม้พี่เลี้ยงในถุงเดียวกันด้วย) แต่ละชนิดตั้งแต่ 500-10,000 ต้น ราคาขาย อายุ 1 เดือน ต้นละ 10 บาท อายุ 2 เดือน ต้นละ 15 บาท ถ้าอายุข้ามปี ต้นละ 20-25 บาท นอกจากนี้ มีพืชผักอีกหลายชนิด เช่น มะละกอฮอลแลนด์ ชะอม ฯลฯ

เป็นฐานการเรียนรู้การเพาะกล้าไม้ของชาวหนองบัวลำภูด้วย

สำหรับวัสดุเพาะ จะใช้วัสดุที่เหลือจากการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนมาเพาะ ซึ่งให้ความร่วนซุยดีและมีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืชมากมาย ได้ผ่านการหมักมาอย่างดี ทำให้พืชที่เพาะมีการเจริญเติบโตดี นอกจากนี้ ยังนำวัสดุที่ผ่านการเพาะเห็ดแล้วมาบรรจุกระสอบขายให้กับท่านที่ต้องการจะนำไปปรับปรุงดินอีกด้วย กระสอบละ 25 บาท

วัสดุเพาะกล้า เป็นวัสดุที่ผ่านการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือน ผ่านการหมักมาอย่างดี มีความร่วนซุยดีและมีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืช

สำหรับท่านที่ต้องการปลูกป่าแต่ไม่มีกำลังหรือเวลาที่จะดูแล คุณสงกรานต์ยังรับจ้างปลูกและดูแล โดยรับจ้างปลูกอย่างเดียว คิดค่าจ้าง ต้นละ 15 บาท รับจ้างปลูกพร้อมดูแลเป็นเวลา 5 เดือน รวมค่าพันธุ์ไม้และค่าดูแลไร่ละ 10,000 บาท ทั้งนี้ต้องตั้งแต่ 5 ไร่ขึ้นไป และอยู่ในพื้นที่ไม่ไกลจนเกินไป (ตามแต่จะตกลงกัน)

กม. 17 ถนนหนองบัวลำภู-ศรีบุญเรือง (บ้านพันดอน ตำบลบ้านพร้าว อำเภอเมืองหนองบัวลำภู)

คุณสงกรานต์ บอกอีกว่า เนื่องจากเพิ่งเริ่มมาเพาะกล้าได้ไม่นาน ยังไม่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย คงมีเฉพาะผู้ที่ผ่านเส้นทางนี้ที่ซื้อไปปลูก แต่ก็เริ่มมีผู้สนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ตนมีรายได้ในระยะแรกนี้เฉลี่ยวันละประมาณ 1,000 บาท และถ้ามีรับจ้างปลูกด้วยก็จะมีรายได้เพิ่ม ซึ่งขณะนี้เริ่มมีผู้จ้างปลูกติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ ก็สามารถเลี้ยงครอบครัวได้

ผักหวานป่า (เพาะต้นตะขบเป็นไม้พี่เลี้ยงในถุงเดียวกันด้วย)

สำหรับประโยชน์ของการปลูกป่าเป็นไม้เศรษฐกิจในมุมมองของผู้เขียนนั้นมีข้อดีหลายประการ

  1. เป็นการใช้ที่ดินว่างเปล่า เช่น หัวไร่ปลายนา ให้เกิดประโยชน์ มีน้อยปลูกน้อย มีมากปลูกมาก แต่ไม่เกินกำลังความสามารถ และการปลูกป่าเป็นการสร้างความชุ่มชื้นให้กับภูมิอากาศ ลดโลกร้อน ลดการพังทลายของดิน และได้เห็ดป่ารับประทานเป็นผลพลอยได้อีกด้วย
  2. ปลูกป่า เป็นการออมที่มีมูลค่าสูง ที่ไม่ลำบากจนเกินไป สำหรับเกษตรกรที่มีฐานะไม่ดีคงยากที่จะมีเงินเก็บฝากในธนาคารทุกเดือนหรือทุกปีๆ แต่สำหรับเกษตรกรที่มีที่ดินทำกินสามารถแบ่งบางส่วนทำการเกษตรเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว และแบ่งบางส่วนปลูกไม้ป่าที่มีมูลค่าสูง ปลูกมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับกำลังของแต่ละคน
ต้นกล้าสักทอง

เช่น ปลูกพะยูง 4 ไร่ ไร่ละ 100 ต้น (ระยะห่าง 4X4 เมตร) รวม 400 ต้น ใช้ระยะเวลา 25-30 ปี ซึ่งจะดูแลมากหน่อยในระยะ 4-5 ปีแรก หลังจากนั้นดูแลน้อยลง จะได้ปริมาตรต้นละประมาณครึ่งลูกบาศก์เมตร มูลค่าต้นละประมาณ 100,000 บาท มูลค่ารวมประมาณ 40 ล้านบาท เป็นการประเมินขั้นต่ำ ณ เวลานี้  ในอนาคตหากมีการปลูกมาก สินค้ามาก มูลค่าอาจลดลง ดังนั้น เราต้องคิดเร็วทำเร็ว อย่างเช่น คุณทรงเดช บุญอุ้ม บ้านศิลามงคล ตำบลหนองสวรรค์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ปลูกไม้พะยูงรุ่นแรก เมื่อ 25 ปีที่แล้ว 4 ไร่ 400 ต้น หลังจากนั้นทยอยปลูกเพิ่มเป็นระยะๆ อีกจำนวน 19,000 ต้น (อายุ 5-10 ปี) เพียงประกาศขายเมื่อไรจะเป็นเศรษฐีในพริบตา

ต้นกล้าพะยูง เตรียมไว้ให้ลูกค้า
วัสดุเพาะ/วัสดุปรับปรุงดิน บรรจุกระสอบขาย กระสอบละ 25 บาท ขายดีมาก

ท่านที่เคารพครับ!!! ถึงแม้ว่าการปลูกไม้ป่าค่อนข้างใช้เวลานานหลายปี (25-30 ปี) จึงจะตัดขายได้ แต่ถือว่าเป็นการออมที่คุ้มค่า ท้าทายความสามารถเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง หากท่านอายุ 30-40 ปี ปลูกป่าวันนี้ จะเป็นเศรษฐีในวันเกษียณ หากท่านอายุ 50-60 ปี ปลูกป่าวันนี้จะสร้างความมั่งมีให้ลูกให้หลาน ไม่แน่เหมือนกันนะครับในอนาคตอาจขายไม้ป่าเพียงไม่กี่ต้นเป็นค่าสินสอดให้ลูกหลาน หรือส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือต่างประเทศ!!!

บทความก่อนหน้านี้“นาขาวัง” ที่บ้านเขาดิน รัก (ไม่) จาง ที่บางปะกง
บทความถัดไปแนะปราบหนอนกระทู้หอมในพริก