“คราม” ปลูกแซมในสวนหม่อน สร้างรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี

คราม (Indigofera) เป็นพืชตระกูลถั่ว ชนิดหนึ่ง และเป็นพืชที่ให่สีธรรมชาติที่ตลาดมีความต้องการสูง มีเกษตรกรในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายจังหวัดที่ปลูกครามเชืองการค้าโดยเฉพาะจังหวัดสกลนคร มีการปลูกครามอย่างแพร่หลายทั้งการปลูกเป็นพืชเดี่ยวและปลูกตามหัวไร่ปลายนา สำหรับพันธุ์ครามที่ปลูกมี 2 สายพันธุ์ ได้แก่ ครามสายพันธุ์ฝักงอ (ให้เฉดสีน้ำเงินถึงกรมท่าเข้ม) และสายพันธุ์ฝักตรง (ให้เฉดีสีฟ้า) ซึ่งเกษตรกรมีการตัดต้นและใบครามมาผลิตเป็นเนื้อครามหรือ “ครามเปียก” จำหน่ายให้กับผู้ใช้ครามเพื่อย้อมสีเส้นใยและย้อมผ้าโดยครามเปียกมีราคาซื้อขายอยู่ที่ 100-150 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งในช่วงฤดูแล้งครามเปียกจะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 200 บาท สร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกครามได้เป็นอย่างมาก

การปลูกครามแซมในแปลงหม่อน แนะนำให้ปลูกห่างจากแถวหม่อนอย่างน้อย 50 เซนติเมตร หากร่องหม่อนกว้าง 2-3 เมตร สามารถที่จะปลูกครามได้ 2 แถว ระยะห่างระหว่างแถว 1 เมตร ระหว่างต้น 30 เซนติเมตร แต่ถ้าร่องหม่อนแคบก็ให้ปลูกครามแซมเพียงแถวเดียวโดยใช้วิธีการหยอดหรือหว่านเมล็ด และก่อนที่จะปลูกครามต้องตัดต้นหม่อน ในลักษณะตัดต่ำ เนื่องจากครามเป็นพืชที่ต้องการแสงมาก ขณะเดียวกันยังทำให้การจัดการดูแลหม่อนและครามทำได้ง่ายขึ้น ทั้งการใส่ปุ๋ยคอกหลังตัดต่ำ และการใส่ปุ๋ยเคมีโดยนำปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 จำนวน 50 กิโลกรัม และสูตร 15-15-15 จำนวน 50 กิโลกรัม มาผสมกัน แล้วแบ่งใส่แปลงปลูกหม่อนและคราม 2 ครั้งๆ ละ 75 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งครั้งแรกใส่เมื่อครามอายุได้ 1 เดือน และให้ใส่อีกครั้งเมื่ออายุ 2 เดือน

ทั้งนี้การปลูกครามแซมในสวนหม่อนควรเริ่มปลูกในช่วงต้นฤดูฝน หรือเดือนเมษายน-มิถุนายน จะทำให้ครามงอกได้ดีและสม่ำเสมอดีกว่าปลูกในช่วงฤดูฝน หรือหากมีระบบการจัดการน้ำในแปลงหม่อน ก็สามารถปลูกครามได้ตลอดทั้งปี หลังปลูก 3- 4 เดือน ครามจะเริ่มออกดอกและติดฝัก ซึ่งจะให้สีมากที่สุด ก็สามารถตัดต้นและใบครามมาผลิตเป็นครามเปียกได้ และยังเก็บเกี่ยวใบหม่อนมาเลี้ยงไหมได้ด้วย

เกษตรกรอาจผลิตครามเพื่อใช้ย้อมสีเส้นไหมเพิ่มมูลค่าสินค้า หรือถ้าไม่ตัดต้นและใบครามมาผลิตครามเปียก เกษตรกรยังสามารถสร้างรายได้เสริมจากครามที่แซมในร่องหม่อนโดยการเก็บเมล้ดครามมาจำหน่ายให้กับผู้ปลูกครามในเชิงการค้า ซึ่งจะให้ผลผลิตประมาณ 60-70 กิโลกรัมต่อไร่ ในตลาดนั้นมีความต้องการเมล็ดพันธุ์ค่อนข้างสูง โดยราคาซื้อขายเมล็ดครามอยู่ที่กิโลกรัมละ 400-500 บาท เป็นอีกหนึ่งช่องทางเสริมรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ดีกว่าทิ้งร่องหม่อนให้ว่างเปล่า นอกจากนั้นการปลูกครามแซมในร่องหม่อนยังมีข้อดี คือ สามารถช่วยตัดปัญหาเรื่องวัชพืชในแปลงหม่อน และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดวัชพืชลงได้อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมหม่อนไหม

บทความก่อนหน้านี้ลูกชิด ได้มาจาก ลูกต๋าว มีมากที่เมืองน่าน
บทความถัดไปอากาศหนาวๆ แบบนี้ มาทำน้ำอัญชัน ไว้จิบแทนชาอุ่นๆ ดีกว่า