“กุยช่ายขาว” ผักสดทำเงิน ปลูกแค่ 3-4 เดือน เก็บขายได้

กุยช่าย เป็นพืชผักตระกูลเดียวกับหอม กระเทียม นำมาทำอาหารได้หลายชนิด ตลาดนิยมบริโภค “กุยช่ายขาว” กันมาก เพราะผักมีความหวานกรอบ รสชาติอร่อยกว่ากุยช่ายใบสีเขียวธรรมดา กุยช่ายขาว จึงขายได้ราคาดีกว่า กุยช่ายเขียว ประมาณ 3-4 เท่าตัว

วิธีการแยกหน่อ

กุยช่าย นิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ กุยช่ายกอใหญ่ สามารถขยายหน่อได้ปริมาณมากถึง 100 หน่อ แต่ละหน่อสามารถนำไปปักชำหรือปลูกเป็นกอใหม่ได้ในระยะเวลา 3-4 เดือน หากปลูกแยกหน่อโดยตรงในแปลง ต้องดูแลในระยะย้ายหน่อโดยเปิดให้น้ำปริมาณมาก อาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าการชำหน่อ

 การชำหน่อ

เกษตรกรนิยมชำหน่อต้นกุยช่ายโดยตัดรากเดิมออกเกือบหมดก่อนจึงค่อยนำไปชำให้เจริญเติบโต แตกรากออกมาใหม่ก่อนปลูกในแปลง ทั้งนี้ สามารถชำในถุงหรือในตะกร้าพลาสติกก็ได้ โดยใช้ขี้เถ้าแกลบหรือดินผสมขี้เถ้าแกลบ ในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 ส่วน หลังปักชำแล้ว ประมาณ 1 เดือน สามารถนำปลูกลงแปลงได้

การเตรียมดินปลูก

กุยช่าย ปลูกครั้งเดียว สามารถเก็บเกี่ยวได้นานถึง 2-3 ปี หากมีการดูแลรักษาที่ดี แปลงปลูกควรจัดเตรียมอย่างดี มีระบบน้ำที่เหมาะสม ปลูกกุยช่ายในแหล่งดินดี โดยเฉพาะดินร่วนปนทรายหรือปนดินเหนียว ที่อุดมไปด้วยอินทรียวัตถุสูง ความเป็นกรดเป็นด่างค่อนข้างเป็นกลาง ไม่มีปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน เพราะเสี่ยงทำให้กุยช่ายรากเน่าตายเกิดความเสียหายได้

การกำจัดต้นหญ้าแห้วหมูหลังจากการปลูก มักทำได้ยากมาก เพราะต้นจะขึ้นเบียดแซมกัน หากจำเป็นต้องปลูกกุยช่ายในแหล่งดินที่มีค่าความเป็นกรดสูง ควรใส่ปูนขาวหรือโดโลไมท์ เพื่อปรับสภาพความเป็นกรดของดิน สำหรับดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ควรใส่ปุ๋ยคอกประเภทปุ๋ยมูลไก่หรือปุ๋ยมูลเป็ด เพราะมีเมล็ดวัชพืชติดมาน้อยกว่าปุ๋ยจากมูลวัว ควรใส่ปุ๋ยคอกในอัตรา 100-200 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ปลูก 100 ตารางเมตร หรือประมาณ 1,600-3,200 กิโลกรัม ต่อไร่

กุยช่ายเป็นผักที่ปลูกดูแลง่าย มีโรคและแมลงน้อยกว่าพืชผักชนิดอื่นๆ หลังปลูกแค่ดูแลให้น้ำใส่ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะปุ๋ยคอกใน อัตรา 2-3 ตัน ต่อไร่ ทุกปี ส่วนปุ๋ยเคมีที่เหมาะสมควรเป็นปุ๋ยที่มีสัดส่วนธาตุอาหาร N P K ในอัตรา 2 : 1 : 1 เช่น ปุ๋ยสูตร 20-10-10 หรือ 30-15-15 อัตราการใช้ 50-100 กิโลกรัม ต่อไร่ แบ่งใส่ทุกรอบของการตัดใบไปจำหน่าย เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของใบใหม่ขึ้นทดแทนใบที่ถูกตัดไป ควรใส่ปุ๋ยทางใบเสริม เน้นธาตุอาหารรองต่างๆ เช่น แคลเซียม โบรอน ฯลฯ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของต้น อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

เกษตรกรควรกำจัดวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ ไม่ให้วัชพืชเแย่งอาหาร โดยเฉพาะวัชพืชพวกหญ้าแห้วหมู ให้ขุดเหง้าหญ้าแห้วหมูที่อยู่ใต้ดินออกทำลายให้หมด หากดินในแปลงแน่นแข็ง ควรพรวนหน้าดินเพื่อให้น้ำสามารถซึมผ่านผิวดินลงไปสู่ระบบรากได้

หลังปลูกต้นกุยช่ายจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถตัดใบออกจำหน่ายได้ภายใน 3-4 เดือน การผลิตกุยช่ายเพื่อจำหน่ายดอกอ่อนและใบเขียวนั้นไม่ยุ่งยาก เพราะโดยธรรมชาติแล้ว กุยช่ายจะผลิดอก ออกใบตามปกติอยู่แล้ว แต่การผลิตกุยช่ายขาว มีเทคนิคการดูแลจัดการให้ต้นกุยช่ายเปลี่ยนสีใบ จากสีเขียวเป็นสีขาวก่อน โดยใช้กระถางครอบเป็นกอๆ ซึ่งอาจไม่เหมาะสมหากผลิตจำนวนมากๆ

คุณวิภาวรรณ ดวนมีสุข และ คุณสุธน สุวรรณบุตร นักวิชาการเกษตรแห่งสถานีพืชสวนท่าชัย ( ศูนย์วิจัยพืชสวนสุโขทัย )อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โทร. (055) 679-085-6 ได้พัฒนาเทคนิคการผลิตกุยช่ายขาวขึ้นใหม่ ซึ่งง่ายและสะดวก เริ่มจากเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย ผ้าหนาสีดำเข้ม เช่น ผ้าลีวาย ไม้ระแนง ขนาด 1 นิ้ว และตะปู

ขั้นตอนการทำ

  1. ตัดไม้ยาว 1 เมตร จำนวน 4 ท่อน
  2. ตัดไม้ยาว 0.5 เมตร จำนวน 8 ท่อน
  3. นำมาประกอบเป็นโครงรูปสี่เหลี่ยม ขนาด 1×0.5×0.5 เมตร
  4. ตัดและเย็บผ้าดำเป็นรูปตามลักษณะของโครงสี่เหลี่ยมที่ได้เตรียมไว้ แต่มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย เพื่อง่ายต่อการครอบบนโครงและเพื่อให้ผ้าดำมีความทึบแสงมากในสภาพกลางแจ้ง ผ้าที่เย็บสำหรับคลุมกรอบจะต้องเย็บทบกัน 2 ชั้น

การทำกุยช่ายขาว

  1. เลือกกอกุยช่ายที่สภาพต้นมีความสมบูรณ์ สภาพแตกกอดี
  2. ใช้มีดคมตัดกอกุยช่ายที่ระดับสูงเหนือผิวดินเล็กน้อย โดยตัดให้ขาดภายในครั้งเดียว เพื่อไม่ให้เกิดรอยช้ำ ซึ่งจะทำให้โรคเข้าทำลายได้ง่าย ระหว่างการครอบ
  3. ใช้กรอบไม้ที่บุด้วยผ้า 2 ชั้น ครอบกุยช่ายโดยกดส่วนกรอบไม้ด้านล่างให้จมลงดิน เพื่อไม่ให้แสงลอดเข้าไปได้
  4. คอยดูแลอย่าให้โครงไม้ที่ครอบเปิดออก
  5. รดน้ำแปลงกุยช่ายตามปกติ
  6. ทิ้งระยะเวลาไปประมาณ 10-12 วัน ต้นกุยช่ายเจริญเติบโตอยู่ภายในโครงไม้ครอบโดยไม่ได้รับแสงเลย ส่วนระบบรากยังคงสามารถดูดน้ำและแร่ธาตุได้ตามปกติ ใบกุยช่ายที่เจริญเติบโตภายใต้สภาพไม่ได้รับแสงจะมีสีขาว เมื่อครอบจนครบกำหนดดังกล่าว ใบกุยช่ายจะมีความยาว ประมาณ 25-26 เซนติเมตร
  7. เมื่อครบกำหนด เปิดโครงไม้ที่ครอบไว้ออก จะพบอยู่ในสภาพขาวทั้งกอ ให้ใช้มีดคมตัดกุยช่ายขาวในระดับผิวดินนำไปล้างทำความสะอาดเพื่อส่งจำหน่ายต่อไป

หลังจากตัดต้นกุยช่ายขาวแล้ว กุยช่ายจะเจริญเติบโตแตกใบขึ้นมาใหม่ทดแทนใบที่ถูกตัดออกไป จำเป็นที่จะต้องบำรุงต้นกุยช่ายให้มีความสมบูรณ์ขึ้นมาใหม่ เพราะต้นกุยช่ายที่อยู่ใต้ดินได้สูญเสียแร่ธาตุไปมาก ประกอบกับไม่ได้รับแสงแดดเป็นระยะเวลา 10-12 วัน ทำให้ต้นอ่อนแอลง

การบำรุงรักษา

การบำรุงต้นกุยช่ายจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยใส่ปุ๋ยต่างๆ ให้น้ำที่เหมาะสม ต้นกุยช่ายจะเจริญเติบโตสมบูรณ์ขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนจึงสามารถครอบทำกุยช่ายขาวได้อีกครั้ง หมุนเวียนไปเช่นนี้ จนกว่าต้นกุยช่ายจะแสดงอาการทรุดโทรม จึงรื้อถอนและปลูกแปลงใหม่ ซึ่งแต่ละรอบปลูกจะใช้ระยะเวลา 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับการบำรุงและดูแลรักษา

การปลูกกุยช่ายขาว อาจเจอปัญหาโรคเน่า จากสาเหตุที่กอกุยช่ายขาดความสมบูรณ์ จึงควรดูแลจัดการต้นกุยช่ายให้สมบูรณ์ ทั้งก่อนและหลังการครอบ ต้องควรใส่ใจคัดเลือกสายพันธุ์กุยช่ายที่เหมาะสม เพราะโดยทั่วไปกุยช่ายที่ใช้ตัดดอกอ่อน จะไม่เหมาะในการทำกุยช่ายขาว เพราะมีใบขนาดเล็ก เมื่อทำกุยช่ายขาวไปหลายๆ ใบจะมีขนาดเล็กลงมาก ไม่สามารถจำหน่ายได้ ควรใช้พันธุ์ซึ่งเป็นพันธุ์กุยช่ายใบจะเหมาะสมกว่า เพราะมีใบขนาดใหญ่

นอกจากนี้ หากมีแสงแดดลอดผ่านบริเวณผิวดินที่ครอบคลุมผ้าดำไม่สนิท หรือบริเวณที่มีรอยแตก จะทำให้ใบกุยช่ายขาวได้ไม่เพียงพอ ควรแก้ไขโดยกดกรอบไม้ให้จมดินแล้วนำแผ่นอิฐบล็อกวางทับผ้าคลุมกรอบไม้ให้เป็นระเบียบแนบสนิทกับพื้นดิน

บทความก่อนหน้านี้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเลตองคุ จับมือ สวพส. ส่งเสริมอาชีพเพื่อชุมชนบ้านเลตองคุ
บทความถัดไปเล่าไปในยามหนาว