ชวนเที่ยว “สวนนงนุช 2” แหล่งเรียนรู้เกษตรครบวงจร

เทศกาลวันหยุดยาวในช่วงนี้ หลายครอบครัววางแผนเที่ยวต่างจังหวัดกันอีกรอบ หากใครไม่อยากเสียเวลาขับรถระยะทางไกล แนะนำให้แวะเที่ยว “สวนนงนุชพัทยา 1 ใน 10 สวนสวยที่สุดในโลก” แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์อยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่นี้เอง

นักท่องเที่ยวที่มาเยือน “สวนนงนุชพัทยา” ต่างรู้สึกตื่นตาตื่นใจทุกครั้ง เพราะคุณโต้ง-คุณกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา มีการพัฒนาปรับปรุงสวนสวยอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดยั้ง ด้วยคอนเซ็ปต์ “อีกนิดนึง” ในทุกๆ วัน

 

สวนนงนุช 2

จากการพัฒนาที่ไม่มีวันจบสิ้นของท่านผู้นำ คุณโต้ง-คุณกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้เปิดโซนท่องเที่ยวแห่งใหม่ ชื่อว่า “นงนุชเทรดดิชั่น เซ็นเตอร์” หรือ “สวนนงนุช 2” ซึ่งพนักงานเรียกกันติดปากว่า “ไร่ล่าง” ที่ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด สร้างสวนให้มีมากกว่าความสวยงาม นั่นคือ การให้ความรู้แก่มวลมนุษยชาติแบบไร้พรมแดน ไร้ห้องเรียนแบบจับต้องและสัมผัสของจริง

คุณกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา

“นงนุชเทรดดิชั่น เซ็นเตอร์” หรือ “สวนนงนุช 2” คือ ศูนย์เรียนรู้แบบครบวงจร เช่น เกษตรอินทรีย์ บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ห้องเรียนทำอาหาร หมู่บ้าน 9 อารยธรรม ลานจัดกิจกรรมอารีน่า 1/2 สนามมวยนงนุชพัทยาบ๊อกซิ่ง ห้องประชุมนงนุชเทรดดิชั่นฮอลล์ ประเพณีลอยกระทง เล่นน้ำสงกรานต์ นั่งช้างชมสวน นั่งรถชมสวนผลไม้ แหล่งเรียนรู้ด้านชีวภาพ

ปัจจุบัน คนไทยหัวใจเกษตรต่างชื่นชอบการเยี่ยมชม “นงนุชเทรดดิชั่น เซ็นเตอร์” อย่างมาก ได้เรียนรู้การทำสวนเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเข้ามาเยี่ยมชม จะได้ความรู้ติดตัวนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย เช่น การทำเตาเผาถ่าน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากการเผาถ่านและน้ำส้มควันไม้ น้ำหมักชีวภาพได้มาจากผลิตผลทางการเกษตร การแปรรูปขยะอินทรีย์เป็นก๊าซชีวภาพ ฯลฯ

แหล่งเรียนรู้เรื่องเตาเผาถ่าน และน้ำส้มควันไม้

ต่างชาติชื่นชอบ หมู่บ้าน 9 อารยธรรม

หมู่บ้าน 9 อารยธรรม ภายในสวนนงนุช 2 นำเสนอเอกลักษณ์ไทย ผ่านวิถีชีวิตความเป็นอยู่และประเพณีของคนไทยที่มีมาแต่โบราณ โดยนำเสนอในรูปแบบหมู่บ้านไทย 4 ภาค ประกอบด้วย บ้านไทยภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคอีสาน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้มีโอกาสเรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมไทย ผ่านธีมบรรยากาศประเพณีไทยต่างๆ เช่น งานลอยกระทง งานสงกรานต์ งานแต่งงานวิถีไทย ฯลฯ

หมู่บ้าน 9 อารยธรรม ประดับตกแต่งสถานที่ด้วยผลงานประติมากรรมไทย งานปั้นกระถางเขียนด้วยลวดลายไทย และงานเขียนยุคต่างๆ เช่น ลวดลายบ้านเชียง ทางเข้าหมู่บ้าน สร้างซุ้มประตูขนาดใหญ่ด้วยเหล็กดัดลายไทย รวมทั้งนำเสนอกิจกรรมความเป็นไทย เช่น จัดแสดงแฟชั่นเครื่องแต่งกายชุดไทยยุคสมัยต่างๆ การแกะสลักผักและผลไม้ การร้อยมาลัย การทำกระทง การทำขนมไทย การเพ้นต์ร่ม การปั้นกระถาง การทอผ้า ฯลฯ สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับลูกค้าต่างชาติอย่างไม่รู้ลืม

สวนนงนุช 2

นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ต่างโปรดปรานกิจกรรม “บุฟเฟ่ต์ผลไม้” ที่รวบรวมผลไม้ไทยรสชาติอร่อยในภาคตะวันออก อย่างเช่น ทุเรียน มังคุด สะละ ลองกอง สับปะรด ฯลฯ มาให้ชิมกันอย่างจุใจ กิจกรรมนี้นอกจากโปรโมทผลไม้ไทยให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว ยังส่งเสริมการสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย

นงนุชเทรดดิชั่น เซ็นเตอร์ (สวนนงนุช 2)

สวนพฤกษศาสตร์กลางแจ้ง

แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติสำหรับเยาวชน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 คุณโต้ง-คุณกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้เปิดแหล่งเรียนรู้ สวนพฤกษศาสตร์กลางแจ้ง เน้นโชว์พันธุ์ไม้หลากหลายชนิดเป็นกลุ่มๆ ซึ่งไม่เคยโชว์ที่ไหนมาก่อน เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้พันธุ์ไม้นานาชนิด ว่ามีลักษณะเด่นอย่างไร เมื่อรู้จักและชื่นชอบ ก็สนใจที่จะหาพันธุ์ไม้ดังกล่าวไปปลูกที่บ้านในอนาคต

โซนไม้พุทธประวัติและไม้คลุมดิน

สวนพฤกษศาสตร์กลางแจ้งแห่งนี้ ได้จัดแสดงพันธุ์ไม้มากถึง 31 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มไม้ในพุทธประวัติ กลุ่มไม้ด่าง กลุ่มลิ้นแม่ยาย กลุ่มบัวน้ำ กลุ่มไม้ขวดไม้อวบน้ำ กลุ่มบอนไซ กลุ่มมณฑา กลุ่มจันทน์ผา กลุ่มไม้เลื้อย กลุ่มพญาไม้ กลุ่มไม้ดอกหอม กลุ่มดอนญ่า กลุ่มไม้ดอก กลุ่มไม้น้ำ กลุ่มสับปะรดสี กลุ่มไม้ใบสีทอง กลุ่มไม้คลุมดิน กลุ่มเล็บมือนาง กลุ่มอากาเว่ กลุ่มปรง กลุ่มไม้ดัด และกลุ่มไม้สีเงิน ฯลฯ

สนใจปลูกชวนชม ต้องแวะมาหาความรู้ได้ที่นี่

พันธุ์ไม้ที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งจาก 18,000 กว่าชนิด ที่สวนนงนุชพัทยารวบรวมไว้ บริเวณใกล้เคียงยังได้จัดสร้างรูปปั้นไดโนเสาร์ไทยครบทุกชนิด 12 สายพันธุ์ เพื่อสร้างแรงดึงดูดให้เด็กเยาวชนได้เข้ามาเยี่ยมชมและเรียนรู้พันธุ์ไม้นานาชนิดภายในสวนพฤกษศาสตร์กลางแจ้งแห่งนี้

แหล่งรวมสายพันธุ์ ต้นอากาเว่ (Agave)

ลิ้นแม่ยาย

หลายคนอาจไม่คุ้นหูกับชื่อ “ลิ้นแม่ยาย” ความจริงไม้พันธุ์นี้ก็คือ “ลิ้นมังกร” (Sansevieria spp.) มีชื่อสามัญว่า Snake Plant หรือ Mother-in-laws Tongue (ลิ้นแม่ยาย) นั่นเอง เป็นไม้ประดับที่จัดอยู่ในวงศ์ Dracaenaceae (เดิมอยู่ในวงศ์ Agavaceae)

คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นลิ้นมังกรไว้ประจำบ้าน จะช่วยป้องกันอันตรายจากภายนอกได้ เพราะบางคนเรียก ลิ้นมังกรอีกชื่อหนึ่งว่า หอกพระอินทร์ ซึ่งเป็นอาวุธชนิดหนึ่งของพระอินทร์ ที่ใช้ในการต่อสู้และปกป้องศัตรูจากภายนอก ลิ้นมังกร จึงจัดอยู่ในกลุ่มไม้มงคลที่มีความศักดิ์สิทธิ์และอยู่ในกลุ่มพืชสมุนไพร โดยใบลิ้นมังกรมีรสขม มีสรรพคุณแก้อาการเจ็บคอ บำรุงปอด แก้โรคติดเชื้อในบางระบบทางเดินหายใจส่วนบน นิยมนำใบมาตำหรือขยี้แล้วนำไปทาหรือพอกบริเวณแผลที่อักเสบ ช่วยให้ทุเลาอาการลงได้

ต้นลิ้นมังกร ฝรั่งเรียก ต้นลิ้นแม่ยาย Mother in law tongue

ลิ้นมังกร จัดอยู่ในกลุ่มไม้ฟอกอากาศที่ดีต่อสุขภาพ ก่อนหน้านี้ องค์การนาซ่าได้นำต้นลิ้นมังกรมาทดลองวิจัยพบว่า “ต้นลิ้นมังกร” มีลักษณะพิเศษกว่าพันธุ์ไม้ชนิดอื่นคือ จะคายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แทน ต้นลิ้นมังกร มีคุณประโยชน์ในด้านการปรับสมดุลของบรรยากาศและช่วยดูดซับสารพิษ ซึ่งเป็นไอระเหยประเภทฟอร์มาลดีไฮด์ โทลูอีน เบนซิน คลอโรฟอร์ม ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ฯลฯ ที่มาจากสีทาบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร ซึ่งสาเหตุของการเกิด “โรคแพ้ตึก (Sick Building Syndrome)” ผู้ที่ได้รับสารพิษดังกล่าวจะมีอาการปวดศีรษะบริเวณหน้าผากเหนือกระบอกตาทั้งสองข้างหรือบริเวณต้นคอ รู้สึกเหนื่อย ไม่มีแรง เซื่องซึม มีผื่นคันตามผิวหนัง ระคายเคืองตา จมูก คอ แพ้สารเคมีง่าย รวมทั้งระบบหายใจมีปัญหา

เนื่องจาก ลิ้นมังกร เป็นไม้ประดับที่มีลักษณะเด่นด้านการปรับสมดุลของบรรยากาศและช่วยดูดซับสารพิษ แถมมีเอกลักษณ์ความสวยงามเฉพาะตัว ที่สำคัญปลูกเลี้ยงง่าย จึงเป็นที่ต้องการของตลาดในประเทศและส่งออก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อย่างต่อเนื่อง โดยสินค้ายอดนิยมที่ขายดี ได้แก่ ลิ้นมังกรที่มีใบสีเขียวเข้มขอบใบสีเหลืองทอง (Sansevieria trifasciata Laurentii)

โดยทั่วไปแล้ว ลิ้นมังกร เป็นไม้ประดับที่มีความเขียวสดใสตลอดทั้งปี ปลูกได้ทั้งภายในอาคารบ้านเรือนและกลางแจ้ง ปลูกเลี้ยงง่าย ทนทานต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี ไม่ต้องดูแลรักษามาก แค่วางต้นลิ้นมังกรในบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส และ ค่า pH ของดินอยู่ระหว่าง 6-7 สามารถขยายพันธุ์ได้ 4 วิธี คือ วิธีการแยกหน่อ วิธีการปักชำใบ วิธีการเพาะเมล็ด และวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ต้นลิ้นมังกรปลูกง่าย แค่ขุดปลูกขนาดพอเหมาะ ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักผสมกับดินร่วน อัตราส่วนเท่าๆ กัน ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ควรเปลี่ยนกระถางทุก 1-2 ปี เพื่อรองรับการขยายตัวของรากและหน่อที่มีเพิ่มขึ้น

 

บทความก่อนหน้านี้เคล็ดลับ กิน-ดื่ม ให้หนุ่ม-สาว
บทความถัดไปเกษตรกรบุรีรัมย์ ปลูกดาวเรืองแบบรวมกลุ่ม ส่งดอกขาย สร้างรายได้สู่ชุมชน