พบแล้วไม้จันทน์หอมยืนต้นตายป่ากุยบุรี ใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพ

ไม้จันทน์หอม4ต้น กลางป่า ตัดใช้พิธีบรมศพ

บวงสรวง14พย. อุทยานกุยบุรี ไปรษณีย์ไทย แจกภาพมงคล สวดมนต์ใหญ่ ในวัดพระแก้ว

สำนักพระราชวัง-หัวหน้าโหร พราหมณ์บุกสำรวจไม้จันทน์หอมที่จะใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพแล้ว เป็นไม้ยืนต้นตายรวม 4 ต้น ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร จากป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กำหนดบวง สรวงตัดในวันจันทร์ที่ 14 พ.ย.นี้ฤกษ์ 14.09-14.39 น. คณะสงฆ์จัดสวดพระพุทธมนต์ใหญ่ที่วัดพระแก้ว ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงในพระบรมโกศ เปิดให้ประชาชนร่วมพิธีบริเวณรอบนอกด้วย ด้านผบ.ทบ.ตรวจเยี่ยมกอร.รส.แนะนำข้อปฏิบัติหลังได้รับรายงานมีคนเวียนเข้าไปรับแจกอาหารไปกักตุน ขณะเดียวกันรองผอ.กอร.รส.ก็เตรียมคัดกรองผู้มีอาการทางจิต หลังมีผู้ไปแสดงพฤติกรรมขณะสักการะพระบรมศพจนถูกราชองครักษ์กันตัวออกมา

ตั้ง 5 แถวเดินเข้าพระที่นั่งดุสิต

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันที่เจ็ด ที่พระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้ตั้งแต่เวลา 08.00- 21.00 น. ทุกวัน (ยกเว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท) นั้น

เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่ง ดุสิตมหาปราสาท โดยจัดแถวประชาชนผ่านมาทางประตูมณีนพรัตน์ ในพระบรมมหาราชวัง ฝั่งทิศเหนือ อันเป็นสถานที่ตั้งของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จัดเป็น 2 แถว ผ่านทางระเบียงคด เมื่อเดินมาถึงประตูวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทางเข้าเขตพระราชฐานชั้นใน เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนอมรวิถี หน้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน แล้วเลี้ยวขวาตั้งแถว 5 แถว หน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทางประตูกำแพงแก้วฝั่งตะวันออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีพสกนิกรเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ และทุกเพศทุกวัย มารอเพื่อถวายสักการะพระบรมศพ โดยพสกนิกรทั้งหลายยังคงอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจ หลายคนกอดพระบรมฉายาลักษณ์ไว้แนบอกตลอดเวลา และเมื่อได้เข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพแล้ว สำนักพระราชวังแจกภาพพระบรมโกศพระบรมศพ พิมพ์ 4 สี่ ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรทุกคน ให้แก่ผู้ที่เข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

สมเด็จพระเทพฯเสด็จฯพิธีช่วงเช้า

เมื่อเวลา 07.19 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหา ราชวัง พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ คุณพลอยไพลิน เจนเซน พระธิดาคนโตในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ซึ่งดำเนินเป็นวันที่ยี่สิบสอง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพ ทรงกราบหน้าพระโกศพระบรมศพ หลังจากนั้นทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารเป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์ แสดงปางห้ามญาติหรืออภัยมุทราด้วยพระ หัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร จากนั้นถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหารและวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหารวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 3 พ.ย.ก่อนเสด็จฯกลับ

ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวราราม และวัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร

ปีติอาหารพระราชทานพระบรมฯ

ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระ องค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ฝั่งตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมโอรสา ธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ นำอาหาร ขนม ผลไม้ และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายแก่ประชาชนในวันที่ 4 พ.ย. โดยมื้อเช้าเป็นข้าวต้มไก่ 1,000 ชุด พร้อมนมหนองโพ 2,000 กล่อง, มื้อเที่ยง ผัดซีอิ๊ว 3,000 จาน,ไก่คั่วกลิ้ง 1,000 จาน น้ำดื่มจิตรลดา ส่วนอาหารว่างในช่วงบ่าย เป็นขนมไทย 1,000 ชุด แซนด์วิชแฮมทูน่า 1,000 ชิ้น เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ชุด พร้อมน้ำดื่มสมุนไพร 500 ลิตร และมื้อเย็นเป็นผัดไทย 2,000 ชุด พร้อมน้ำดื่ม

เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์พระราชทานแพทย์

ขณะที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง บริเวณบูธ 11 เยื้องกับโรงแรมรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระ องค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงห่วงใยในพสกนิกรที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ จึงทรงมีรับสั่งให้พระราชทานเลี้ยงอาหารกล่องและน้ำ มื้อกลางวันให้แก่ประชาชน พร้อมด้วยหน่วยแพทย์-พยาบาล จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ให้การดูแลรักษาตรวจโรคเบื้องต้น รวมถึงการปฐม พยาบาลอุบัติเหตุเล็กน้อย ระหว่างเวลา 08.00-20.00 น.โดยจะมีให้บริการในทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน

สำหรับวันนี้ พระราชทานอาหารกล่องข้าวเมนูพะแนงไก่ ไก่จ๊อทอด 500 ชุด น้ำดื่ม 500 ขวด ข้าวต้มมัด 500 คู่ แครกเกอร์ถั่ว 500 ห่อ และยาหม่องน้ำ 500 ชิ้น ขณะเดียวกันได้มีแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และบุคลากรจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และจากโรงพยาบาลวิชัยยุทธมาให้บริการแก่ประชาชน

กอร.รส.มั่นใจรับมือช่วงวันหยุด

ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบ ร้อย (กอร.รส.) โดยรอบพื้นที่พระบรมมหา ราชวัง พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผอ.กอร.รส. กล่าวถึงการดูแลพื้นที่ รอบพระบรมมหาราชวังและสนามหลวงว่า ภาพรวมมีความเรียบร้อยดี ส่วนมาตรการรักษา ความปลอดภัยทหารและตำรวจร่วมกันดูแลประชาชนตั้งแต่เดินทางมาถึงจนส่งกลับบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ท่าเรือ และท่ารถ เนื่องจากมีข่าวว่าอาจมีมิจฉาชีพเข้ามากรีดกระเป๋า เพราะ คนเหล่านี้ไม่สามารถห้ามได้เมื่อแฝงมากับคนหมู่มาก ในส่วนของกอร.รส.ตอนนี้ระบบทุกอย่างเริ่มเข้าที่เรียบร้อยมากขึ้น และเสียงตอบรับจากประชาชนทั่วไปก็มีความพึงพอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทางกอร.รส.พร้อมดูแลเต็มที่ไม่ว่าจะประชาชนจะเดินทางมาจำนวนมากเท่าใด

พล.ท.อภิรัชต์กล่าวว่าสำหรับปัญหาที่พบขณะนี้คือมีคนเร่ร่อนเข้ามาตุนอาหารวันละประมาณ 12,000 คน ตนก็ขอความร่วมมือกับทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อีกทั้งต่อไปทางกทม.จะจัดเวลาแจกจ่ายอาหารใหม่ให้มีความชัดเจน พร้อมกับต้องแยกกลุ่มจิตอาสาให้ชัดเจน เช่น อาจจะมีการแบ่งเต็นท์โรงทาน ส่วนมาตรการสแกนบุคคลนั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะสแกนบุคคลด้วยสายตา และมีกล้องวงจรปิดจับภาพตลอด หากพบความผิดปกติเจ้าหน้าที่ก็จะเข้าดำเนินการทันที

สวดมนต์ – ประชาชนที่ท้องสนามหลวง ร่วมจุดเทียน สวดมนต์อิติปิโส จำนวน 89 จบ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 พ.ย.

ปณทเปิดจองบัตรภาพในหลวง

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดบัตรภาพผนึกตราไปรษณียากรพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 9 ที่จัดทำขึ้นเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและกิจการไปรษณีย์ไทย และให้ประชาชนคนไทยได้เก็บเป็นที่ระลึก จำนวน 9,999,999 ชุด พร้อมสาธิตขั้นตอนการลงทะเบียนขอรับบัตรภาพชุดพิเศษดังกล่าวทางเว็บไซต์ www.stamprama9.thailandpost.com ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. คาดว่าจะจัดส่งได้ภายในเดือนม.ค.2560

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัด การใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยถึงรายละเอียดบัตรภาพผนึกตราไปรษณียากรพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ว่า บัตรภาพชุดพิเศษนี้ ไปรษณีย์ไทยจัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรวมดวงใจของคนไทยทั้งชาติ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและกิจการไปรษณีย์ไทย ตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์

นางสมร กล่าวต่อว่า สำหรับบัตรภาพผนึกตราไปรษณียากรพระบรมฉายาลักษณ์ชุดนี้ ออกแบบให้มีขนาด เอ5 พิมพ์ภาพแสตมป์พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 9 (ชุด 10) ขยายใหญ่อยู่ด้านซ้ายมือ ส่วนด้านขวาผนึกแสตมป์ดวงเดียวกันชนิดราคา 1 บาท พร้อมประทับตราที่ระลึก “วันที่ 13 ตุลาคม 2559” ซึ่งเป็นวันที่พระองค์เสด็จสวรรคต และบทกลอนแสดงความไว้อาลัยในนามพสกนิกรชาวไทย พร้อมซองบรรจุสีทองล้ำค่าคู่ควรแก่การเก็บเป็นที่ระลึก รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าดูได้ที่ www.thailandpost.co.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ THP Contact Center 1545

ผบ.ทบ.รุดตรวจเยี่ยมกอร.รส.

ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย โดยรอบพื้นที่พระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เดินทางมาตรวจเยี่ยม และรับทราบปัญหาการดำเนินงานของ กอร.รส. มีพล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผอ.กอร.รส. และพล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผอ.กอร.รส. ร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติงาน

ด้านพล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรองรับประชาชนที่จะเข้าไปถวายสักการะ ช่วงวันที่ 5-6 พ.ย.ว่า หากมีประชาชนเดินทางมามากเกิน 30,000 คน ก็จะแจ้งเตือนให้ประชาชนเดินทางมาทีหลังรับทราบว่าอาจจะไม่ได้เข้าไป เพราะหมดเวลา แต่ได้ประสานงานไปยังสำนักพระราชวัง โดยระบุว่าจะให้ประชาชนที่อยู่แนวรอคอยในแต่ละวันให้เข้าไปถวายสักการะได้ทั้งหมด เพื่อไม่ให้ผิดหวัง นอกจากนี้แม่ทัพภาคที่ 1 ยังเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการเวียนมารับของบริจาค โดยจะจัดโรงทานแยกเฉพาะให้มารับของโดยตรง เพื่อไม่ให้มาปะปนกับประชาชนที่เข้ามาถวายสักการะ

ตั้งจุดเฝ้าระวังผู้มีอาการทางจิต

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวต่อว่า ทาง กอร.รส.ได้เน้นย้ำจุดคัดกรองทั้ง 8 จุดให้สังเกต ผู้ที่มีอาการทางจิต เนื่องจากเกิดกรณีมีบุคคลได้แสดงอาการทางจิตขณะเข้าถวายสักการะ ซึ่งราชองครักษ์ได้กันตัวออกมาได้ทันถ่วงที ขณะเดียวกันยังได้ประสานเจ้าหน้าที่ตามจุดพักคอยให้แจ้งเตือนประชาชนให้สังเกตบุคคลรอบข้างว่ามีบุคคลแสดงอาการทางจิตหรือไม่ ซึ่งกรมสุขภาพจิตได้จัดเจ้าหน้าที่รองรับบุคคลที่มีอาการดังกล่าวไว้

“จากที่ได้พูดคุยกับแพทย์ที่ให้คำแนะนำว่าคนที่มีอาการจิตจะไม่แสดงอาการในทันที ดังนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องขอความร่วมมือประชาชนที่อยู่รอบข้างช่วยกันสอดส่องดูแล เพื่อสแกนคนไปเข้าถวายสักการะให้ได้มากที่สุด อีกทั้งป้องกันปัญหาดังกล่าวได้ด้วย” รองมทภ.1 กล่าว

จากนั้น พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า สถาน การณ์ความหนาแน่นของประชาชนลดน้อยลง อยากให้เจ้าหน้าที่ปรับตามความเหมาะสม เพราะงานครั้งนี้สำคัญ ต้องเก็บข้อมูลทุกอย่าง ซึ่งภาพรวมมีความเรียบร้อย ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกองค์กร ส่วนปัญหาใหญ่มีความคลี่คลายลงและอยู่ในสภาวะสมดุลแล้ว เมื่อทุกอย่างเข้าที่ขอให้จัดระเบียบเป็นมาตรฐานและสมพระเกียรติ ซึ่งจะมีเพียงวันเสาร์-วันอาทิตย์ และช่วงเทศกาลเท่านั้นที่จะมีประชาชนเดินทางมามากกว่าปกติ อยากให้กอร.รส.ปรับมาตรฐานในการทำงานเพื่อระยะยาว

แนะอย่ากดดันคนเวียนรับอาหาร

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการจัดระเบียบขอให้ขยายวงกว้างเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและปลอดภัย ส่วนการแก้ไขปัญหาจุดอ่อนต้องดำเนินการต่อเนื่อง โดยให้ประ ชาชนช่วยสังเกตคนที่มีอาการทางจิต เพราะบางคนมีจุดประสงค์หลายอย่าง ทั้งต้องการอาหาร การเวียนเทียนรับสิ่งของ ขอให้บริหารจัดการในทางที่ดีเพราะถือเป็นเรื่องความอดยาก ขอให้มีเมตตาธรรม ถือเป็นการทำบุญ ซึ่งการจัดโรงทานเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวถือว่าเหมาะสม นอกจากนี้ขอให้ทำความเข้าใจกับจิตอาสาถึงกรณีดังกล่าว เพราะเขามุ่งหวังนำสิ่งของมาให้ประชาชน การแบ่งสิ่ง ของไปให้คนเร่ร่อนอาจทำให้ของบริจาคลดจำนวนลงก็ต้องทำความเข้าใจ หากเราทำได้ดีก็ยืดระยะยาวได้และทุกคนก็จะมีความสุข

“คนที่มีรายได้น้อยก็ให้เขากินด้วยตามสมควรถือเป็นการทำบุญ อย่าไปสร้างความกดดันให้คนกลุ่มนี้ ทำแต่พองาม แต่สิ่งสำคัญคือการรักษาความปลอดภัย ผิดพลาดไม่ได้ แต่ที่ผ่านมาขอชื่นชมกอร.รส.เรียบร้อยดี และปรับปรุงจุดอ่อนต่างๆ ให้อยู่ในมาตรฐานระยะยาวต่อไป สิ่งที่ต้องตระหนักคือเรากำลังทำงานสำคัญของรัฐบาลและประเทศชาติ เป็นแกนหลักต้องทำให้ดีที่สุด แต่อย่าทำให้ประชาชนเกิดความอึดอัด ขอให้อยู่ในจุดที่สมดุล ระมัดระวัง ทุ่มเทเต็มขีดความสามารถ ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง แต่อย่าระแวง หากเข้มงวดมากไปก็จะเกิดความกดดันด้านจิตใจของประชาชน อย่างไรก็ตามเราต้องให้กำลังใจกัน เพราะเป็นงานสำคัญ” พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว

ผลิตเหรียญกษาปณ์ 3 รุ่นท้าย

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างกระบวนการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อีก 2 รุ่นสุดท้าย เนื่องจากขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตไว้ในช่วงก่อนหน้าแล้ว และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว โดยเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 2 รุ่นสุดท้าย จะมีราคาหน้าเหรียญอยู่ที่ 20 บาท ได้แก่ เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกประชาคมเศรษฐกิจเซียน (AEC) และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 50 ปี สำนักงานคณะกรรม การส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประเภทละ 4 แสนเหรียญ คาดว่าจะสามารถเปิดจำหน่ายให้ประชาชนได้ในระยะถัดไป ระหว่างนี้ได้เตรียมขอพระบรมราชานุญาตผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพตามระเบียบ

อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าวว่า สำหรับเหรียญ กษาปณ์ที่ระลึก 5 ประเภทที่เหลืออยู่ ได้แก่ เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระ บาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา, เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 50 ฝนหลวงพระราชทาน, เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสที่สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลนักวิทยา ศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม, เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ครั้งที่ 33 เป็นต้น

นายกฯปลื้มนานาชาติเชิดชู

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า วันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นอีกวันสำคัญในประวัติศาสตร์โลก ที่คนไทยทุกคนจะได้จดจำ เมื่อสมัชชาสห ประชาชาติจัดประชุมวาระพิเศษ เพื่อแสดงความอาลัยและสดุดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และประธานกลุ่มภูมิภาคต่างๆ ของโลก ได้แก่ เอเชีย-แปซิฟิก, ยุโรป, แอฟริกา รวมทั้งละตินอเมริกา และแคริบเบียน โดยใจความสำคัญนั้น นอกจากร่วมแสดงความเสียใจและอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อพระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาล และปวงชนชาวไทยแล้ว ยังกล่าวยกย่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก และได้รับการเคารพเทิดทูนอย่างที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากพระมหากรุณาธิคุณในการพัฒนาความเป็นอยู่ให้กับพสกนิกร ตลอดการครองราชย์ 70 ปี สะท้อนให้เห็นถึงการยึดมั่นในพระราชปณิธานที่ว่าจะ “ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม” อย่างแท้จริง

ชี้ต่างยอมรับพระราชกรณียกิจ

นายกฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ ในเวทีพหุภาคี นานาประเทศ ล้วนยอมรับพระราชกรณียกิจ ในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ ทำให้องค์การระหว่างประเทศ ต่างทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล เพื่อเฉลิมพระเกียรติ อาทิ รางวัล “ความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์” เมื่อปี 2549 และการกำหนดให้วันคล้ายวันพระราชสมภพ คือวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็น “วันดินโลก” เมื่อปี 2557 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจ พระอัจริยภาพ และพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้ทรงศึกษาค้นคว้า วิธีการจัดการดิน และแก้ไขปัญหาทรัพยากรดิน เพื่อให้เกษตรกรไทยอยู่ดีกินดี รวมทั้งการสร้างความตระหนักรู้ ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความสำคัญของดินต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อันเป็นการเสริมสร้างแนวทางการดำเนินงาน ที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน อีกด้วย

นายกฯ กล่าวว่า เห็นว่าการประชุมสมัชชาสหประชาชาติวาระพิเศษในครั้งนี้ เป็นสิ่งยืนยันสัจธรรมสำคัญ อันเป็นคำสอนของพ่อหลวงในการ “ปิดทองหลังพระ”ว่า ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองข้างหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งดงามบริบูรณ์ไม่ได้ และที่สำคัญ เมื่อปิดทองข้างหลังพระไปเรื่อยๆ แล้ว ทองจะล้นออกมาที่หน้าพระเอง

ได้แล้ว 4 ต้นจันทน์หอมราชพิธี

วันเดียวกัน นายยรรยง เลขาวิจิตร ผอ. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ผู้แทนจากสำนักพระราชวัง พร้อมด้วยหัวหน้าโหรพราหมณ์และคณะ ได้เข้าไปสำรวจและคัดเลือกไม้จันทน์หอมที่จะใช้ในงานพระราชพิธีพระ บรมศพ โดยเข้าไปในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีไม้จันทน์หอมขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ทางอุทยานฯกุยบุรีได้สำรวจไม้ที่ยืนต้นตายตามธรรมชาติและจัดทำพิกัดไว้เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีสำคัญ ซึ่งสำนักพระราชวังจะเป็นผู้คัดเลือกไม้ที่มีสภาพสมบูรณ์ ข้างในไม่กลวง เพื่อนำไปใช้พระราชพิธีพระบรมศพต่อไป เบื้องต้นทราบว่าจะ มีพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมในวันที่ 14 พ.ย.นี้

นายยรรยงกล่าว่าเมื่อปี 2558 สำนักพระราชวัง คัดเลือกไม้จันทน์หอมยืนต้นตายขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 100 ซ.ม. จากอุทยานฯกุยบุรีเพื่อไปใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อุทยานฯ กุยบุรีได้จัดเตรียมไม้จันทน์หอมที่จะใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพไว้จำนวน 19 ต้น เพื่อให้ทางคณะผู้แทนจากสำนักพระราชวังคัดเลือก หลังจากคณะเข้าไปสำรวจแล้วได้คัดเลือกไม้จันทน์หอมไว้ 4 ต้น คือลำดับที่ 11 12 14 และ15 และกำหนดพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม ในวันจันทร์ที่ 14 พ.ย.ฤกษ์ 14.09-14.39 น.

พระองค์โสมฯทอดไก่ประทาน

เมื่อเวลา 14.20 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นการส่วนพระองค์มายังรถเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาด ไทย บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ ใกล้กับประตูวิเศษไชยศรี เพื่อทรงทอดไก่ประทานแก่ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพ ท่ามกลางพสกนิกรที่เดินทางมารอชื่นชมพระบารมีอย่างเนืองแน่นและเปล่งคำว่าทรงพระเจริญ พระองค์ได้แย้มพระโอษฐ์ให้ สร้างความปลื้มปีติให้พสกนิกรอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังทรงปรุงข้าวจี่ที่จะทอดประทานให้ประชาชนด้วยพระองค์เอง เนื่องจากมีคนนำไข่ไก่ 3,000 ฟองมาถวายเมื่อ 2 วันก่อน สำหรับไก่ที่นำมาทอดแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในวันนี้มีจำนวน 1,300 กิโลกรัม ข้าวเหนียว 500 กิโลกรัม และไอศกรีมกะทิสดจำนวน 6 ถัง โดยขณะที่ทรงทอดไก่ได้รับสั่งกับสมาชิกของมูลนิธิที่มาช่วยทอดไก่ว่า ไก่ทอดแห้งไป ให้ทอดเหลืองน้อยกว่านี้หน่อย นอกจากนี้ยังรับสั่งกับเจ้าหน้าที่ว่า ให้นำผ้ามาคลุมไก่ที่ทอดเสร็จแล้ว เพื่อไม่ให้แมลงวันตอม

เวลา 15.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จทรงบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่ง ดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรม รวม 8 รูป

เวลา 19.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พร้อมด้วยคุณสิริกิติยา เจนเซน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดย มีพระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหารและวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร สวดพระอภิธรรม รวม 8 รูป

แม่เฒ่าเมืองนนท์ปีติได้สักการะ

เมื่อเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังได้เปลี่ยนทางเข้าสักการะพระบรมศพ จากประตูมณีนพรัตน์มาเป็นประตูวิเศษไชยศรี และยุติการให้เข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว โดยประชาชนจากทั่วทุกสารทิศต่างหลั่งไหลมาสักการะพระบรมศพอย่างไม่ขาดสาย เจ้าหน้าที่ได้จัดแถวให้ประชาชนที่เข้ามาสักการะพระบรมศพเดินเรียง 4 แถวอย่างเป็นระเบียบผ่านประตูพิมานไชยศรี และยืนตั้งแถวรอหน้าบริเวณพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ก่อนเข้าสักการะพระบรมศพในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และเดินออกทางประตูเทวาภิรมย์ โดยประชาชนต่างมีสีหน้าเศร้าโศก บางคนถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ

นายสังข์ ทับชู อายุ 56 ปี ชาว จ.พังงา กล่าวว่า ตนเดินทางมากับรถที่ทางเทศบาลจัดไว้บริการประชาชนที่จะมาสักการะพระบรมศพ โดยมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อคืน ก่อนเดินทางมารอเข้าคิวตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันนี้ดีใจมากที่มีโอกาสมาสักการะพระบรมศพ ตนได้อธิษฐานขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย

ด้านนางฉลวย พันทวี อายุ 78 ปี ชาว จ.นนทบุรี กล่าวว่า ตนเดินทางออกจากบ้านมาคนเดียว โดยนั่งรถโดยสารจากบางใหญ่มาถึงสนามหลวงเวลาประมาณ 12.00 น. ตนรักทุกสิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อประชาชน จึงตั้งใจมาสักการะพระบรมศพและอธิษฐานขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย

พระสงฆ์สวดมนต์ถวายราชกุศล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังได้จัดเตรียมสถานที่ เพื่อรองรับกิจกรรมจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ครั้งใหญ่ ในเวลา 17.00 น. วันที่ 5 พ.ย. ภายในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตน ศาสดาราม ซึ่งมหาเถรสมาคมร่วมกับสำนัก งานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยมีสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นประธานในพิธี สำหรับการจัดพิธีสวดมนต์ครั้งนี้มีความพิเศษจากที่เคยจัด เนื่องจากปกติจะใช้ชื่อพิธีว่า “เจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพรชัยมงคล และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระ บรมราชินีนาถ” ซึ่งจัดทำในวันที่ 5 ของทุกเดือน แต่มีการปรับเปลี่ยนใหม่ให้เหมาะสมกับงานพระราชพิธีที่ดำเนินอยู่บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จึงใช้ชื่องานว่า “พิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” และเปลี่ยนมาใช้บทสวดสำหรับงานพิธีอวมงคล จำนวน 16 บท นอกจากนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เตรียมหนังสือบทสวดมนต์ไว้แจกจ่ายประชาชนเพิ่มจากเดิม 1,000 เล่ม เป็น 5,000 เล่ม เนื่องจากคาดว่าจะมีพสกนิกรมาร่วมจำนวนมาก

เปิดให้พสกนิกรร่วมสวดด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำนักพระราชวังได้เตรียมพื้นที่ไว้รองรับพระสงฆ์และประชา ชนที่จะมาร่วมในพิธีสวดพระพุทธมนต์ ประ กอบด้วย ภายในพระอุโบสถวัดพระแก้วจะเป็นสถานที่นั่งสวดมนต์ของพระเถรานุ เถระชั้นผู้ใหญ่จนถึงเจ้าคณะปกครอง และพระสงฆ์จากวัดต่างๆ ซึ่งรองรับได้ราว 500 รูป ส่วนด้านหลังพระอุโบสถเป็นพื้นที่สำรองไว้ให้สำหรับพระสงฆ์ที่ร่วมในพิธีสวดมนต์ แต่ไม่สามารถเข้ามาในพระอุโบสถได้ ซึ่งรองรับได้ประมาณ 100 รูป

สำหรับประชาชนทั่วไปจัดไว้ให้ 5 จุด ได้แก่ 1.เก้าอี้นั่งบริเวณหน้าพระอุโบสถวัดพระแก้วจะเป็นของกลุ่มแขกวีไอพี 2.บริเวณรอบกำแพงแก้วของพระอุโบสถ 3.บนศาลาราย 12 จุดที่อยู่รอบวัด 4.บริเวณพระระเบียงคดชั้นที่ 1 ที่ทอดยาวรอบพระอุโบสถ ซึ่งมีการเตรียมเสื่อมาปูไว้ให้ประชาชนนั่ง เพื่อไม่ให้ปะปนกับประชาชนที่ต่อแถวเข้าสักการะพระบรมศพบนพระระเบียงคดชั้นที่ 2 และ 5.หากปริมาณประชาชนล้นจากพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ให้ ยังสามารถปูเสื่อให้นั่งได้บนพื้นรอบพระอุโบสถ

ผบ.ตร.ล่องเรือตรวจท่าน้ำกรุง

ที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจน้ำ ท่าน้ำภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ. เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รรท.รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต. อิทธิพล พิริยะพิญโญ รรท.ผบ.ประจำสำนัก งานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รรท.รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ภานุรัตน์ หลักบุญ รรท.รอง ผบช.น. พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบก.รน. ได้เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยที่เต็นท์ ศปก.กองบังคับการตำรวจน้ำ จากนั้นพล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมคณะได้ลงเรือออกตรวจท่าน้ำต่างๆ ที่ประชาชนใช้บริการเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ

พล.ต.อ.จักรทิพย์เปิดเผยว่า มาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยของเรานั้นเข้มงวดอยู่แล้ว การวางกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำขึ้นอยู่กับยุทธของกองอำนวยการร่วมอยู่แล้วว่าจะมีการจัดสรรอย่างไร ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วไว้เพื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น สำหรับกรณีที่มีกระแสว่ามีพ่อค้าแม่ค้ายัดเยียดสิ่งของให้ประชาชนซื้อนั้นเป็นเรื่องของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ที่จะต้องเข้ามาดูแล

วันหยุดจัดรับส่งจำนวน 20 รอบ

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า ในส่วนการดูแลการจราจร และประชาชนที่จะเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมากในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์นี้ จัดเพิ่มกำลังพลตามปกติ เช่น ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยใช้กำลังตำรวจดูแลในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นใน 2,000-3,000 นาย เน้นย้ำให้ประชาชนเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ เพื่อแก้ไขการจราจรติดขัดหนาแน่น

ด้านพล.ต.ต.กฤตธาพลเปิดเผยว่า ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.รน. จัดกำลังนำเรือออกตรวจเพื่อรักษาความปลอดภัยทางน้ำ อีกทั้งจัดเรือคอยบริการรับส่งประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพโดยจะจัดเรือรับส่งจำนวนวันละ 7-10 รอบ และในวันเสาร์-อาทิตย์ จะจัดเรือรับส่งประมาณ 20 รอบ เนื่องจากมีประ ชาชนเข้าร่วมถวายสักการะพระบรมศพเป็นจำนวนมาก โดยจะเริ่มรับส่งตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. ทุกวัน ซึ่งมีจุดรับส่งประชาชนคือ ท่าเรือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ท่าพระปิ่นเกล้า ท่ามหาราช ท่าช้าง ท่าเตียน ท่าราชวงศ์ ท่าสี่พระยา ท่าสาทร ท่าวังหลัง ท่าพรานนก ท่าเรือราชนาวีสโมสร

ข้อมูล ข่าวสดออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้ประกาศเตือนฉบับที่ 2 “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย”
บทความถัดไปเกษตรปูพรมลงพื้นที่สำรวจนาข้าวหอมมะลิ18จว.หาข้อมูลซัพพอร์ตจำนำยุ้งฉาง