เกษตรกรราชบุรี เลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยพื้นที่กว้าง ไก่มีสุขภาพดี ไข่ขายได้ราคา

ปัจจุบันการเลี้ยงไก่ไข่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยนำมาเลี้ยงภายในบริเวณบ้านหรือพื้นที่ว่าง เพื่อเป็นการผลิตไข่ไว้ประกอบอาหารภายในครัวเรือน เพราะนอกจากจะช่วยในเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว เศษอาหารที่เหลือจากชีวิตประจำวันจากมื้ออาหารยังสามารถนำมาใช้สำหรับเป็นอาหารให้ไก่กินได้ ซึ่งไข่ที่ได้จากไก่ที่เลี้ยงหากกินไม่ทันจนมีมากพอ ยังนำไปจำหน่ายเป็นการสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทาง

คุณทรงพจน์ อ่อนแช่ม
ไก่ไข่ภายในฟาร์ม

คุณทรงพจน์ อ่อนแช่ม อยู่บ้านเลขที่ 33/1 หมู่ที่ 2 ตำบลเบิกไพร อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี โดยยึดการเลี้ยงให้ไก่มีพื้นที่ว่างสามารถเดินเล่นและคุ้ยเขี่ยได้ ที่สำคัญนำอาหารพวกธัญพืชที่ได้จากการปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีมาให้ไก่กิน ทำให้ไข่ที่ได้มีคุณภาพสามารถจำหน่ายได้ราคาดี ตลาดมีความต้องการจนสินค้ามีไม่พอจำหน่ายเลยทีเดียว

คุณทรงพจน์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานอยู่บริษัทเอกชนและได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดมาทำเกษตรในแบบที่ชอบ ช่วงนั้นยังไม่ได้ลงมาดูเต็มตัว เน้นจ้างคนอื่นช่วยดูแล เมื่อทำมาได้สักระยะหนึ่งเห็นถึงผลผลิตที่ได้ไม่มีคุณภาพ จำหน่ายไม่ได้ราคา ส่งจำหน่ายก็เกิดสภาวะขาดทุน จึงได้ตัดสินใจว่าหากจ้างคนอื่นดูแลเช่นนี้คงจะไม่สำเร็จเป็นแน่ จึงได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาลุยงานทางเกษตรอย่างเต็มตัว

“ช่วงนั้นก็ได้มีการปรับเปลี่ยน มาเริ่มทำด้านปศุสัตว์ด้วย คือการเลี้ยงไก่เพราะพืชก็ลองแล้ว คราวนี้มาลองทำด้านไก่บ้าง โดยเลี้ยงทั้งไก่เนื้อและไก่ไข่ในพื้นที่ที่เรามี ปลูกไม้ยืนต้นไว้ พื้นที่พอไม้โตก็มีลักษณะคล้ายป่า มีร่มเงาไม้ค่อนข้างดี ช่วงแรกเริ่มเลี้ยงไก่ไข่ประมาณ 200 ตัว และส่งขายให้กับบริษัทที่ขายสินค้าแบบคุณภาพ เป็นเหมือนสินค้าที่เลี้ยงแบบเน้นให้ไก่ไข่อารมณ์ดีไม่มีความเครียด โดยการเลี้ยงต้องไม่ใช้อาหารสำเร็จรูปและยาต่างๆ จึงทำให้ผลผลิตที่ได้เป็นที่ต้องการ มีไม่พอขายเลยตอนนี้” คุณทรงพจน์ เล่าถึงที่มา

ไข่ที่ได้ในแต่ละวัน

ขั้นตอนการเลี้ยงไก่ให้ได้ไข่ที่ดีมีคุณภาพนั้น คุณทรงพจน์ บอกว่า จะสร้างโรงเรือนให้เป็นลักษณะปลอดโปร่งระบายอากาศได้ดี พร้อมทั้งมีหลังคาสำหรับเป็นที่หลบฝนให้กับไก่ โดยภายในโรงเรือนจะมีตะกร้าใส่ฟางไว้สำหรับให้ไก่วางไข่เป็นที่ พอช่วงเวลาเที่ยงก็จะเข้าไปเก็บไข่ภายในเล้าออกมาใส่แพ็กนำส่งลูกค้า

ในตอนแรกก่อนที่จะนำลูกไก่มาเลี้ยงภายในฟาร์ม ซื้อลูกไก่อายุ 1 วันมาเลี้ยงก่อน ทำให้รู้ปัญหาว่าไก่ในระยะนี้ตายได้ง่ายและควบคุมการสูญหายได้ยากเพราะเลี้ยงแบบปล่อย ในเวลาต่อมาจึงทำการเปลี่ยนเป็นไก่สาวมาเลี้ยงแทน และมาปรับเปลี่ยนในเรื่องสูตรอาหารให้เป็นอาหารแบบออร์แกนิก ประมาณ 1 เดือน

เตรียมไข่ส่งลูกค้า

“ตอนนี้เราใช้ไก่สาวอายุ 4 เดือนมาเลี้ยงเลย ช่วงแรกที่ซื้อมาปล่อยจะขังให้อยู่ภายในโรงเรือนก่อน ยังไม่ปล่อยออกมาเดินเล่น เพื่อให้ไก่คุ้นชินกับโรงเรือน เพื่อให้ปรับตัวรู้ว่าตรงไหนคือที่นอน พร้อมทั้งปรับเรื่องอาหารทั้งหมดมาใช้อาหารของเราเลี้ยงแทน ประกอบด้วยปลายข้าว รำข้าว ข้าวโพด และกากถั่วเหลือง เป็นอาหารที่กลุ่มเราผลิตสำหรับใช้เลี้ยงไก่แบบระบบนี้โดยเฉพาะ ให้กินในช่วงปรับเปลี่ยนด้วยอาหารสูตรนี้ทุกวันจนครบ 1 เดือน จากนั้นเมื่อไก่ได้อายุ 5 เดือน ก็จะเริ่มไข่ออกมาให้เห็นบ้าง เสร็จแล้วเราก็เช็คคุณภาพว่าได้ตามที่กำหนดไหม จากนั้นเมื่อไก่เข้าสู่อายุในเดือนที่ 6 ก็จะสามารถเก็บไข่ขายได้ตลอด” คุณทรงพจน์ บอก

(ซ้าย) คุณถาวร พ่อค้า ปศุสัตว์อำเภอบ้านโป่ง

ซึ่งพื้นที่ที่เหมาะสมกับการเลี้ยงไข่ไก่อารมณ์ดี คุณทรงพจน์ บอกว่า จะคำนวณพื้นที่ขนาด 4 ตารางเมตร ต่อไก่ไข่ 1 ตัว ดังนั้น เลี้ยงไก่จำนวนเท่าไรก็คำนวณพื้นที่ตามอัตราส่วนนี้ ก็จะทำให้การเลี้ยงในระบบนี้ไม่มีความหนาแน่นมากเกินไป พร้อมทั้งไก่ยังมีที่คุ้ยเขี่ยเป็นการสร้างความแข็งแรงให้กับไก่ไปในตัว

ส่วนเรื่องของการดูแลรักษาโรคมีการนำสมุนไพรมาใช้ เช่น ช่วงที่อากาศมีการเปลี่ยนแปลงจะหาฟ้าทลายโจรมาให้ไก่กิน ส่วนวัคซีนดูแลในเรื่องโรคระบาดต่างๆ ทำปีละ 2 ครั้ง

ด้านการตลาดที่จำหน่ายไข่ไก่อารมณ์ดี คุณทรงพจน์ เล่าว่า มีลูกค้ามารับซื้อถึงหน้าฟาร์มโดยที่เขาไม่ต้องออกไปตระเวนจำหน่ายที่ไหน ซึ่งบริษัทที่รับซื้อติดต่อว่าหากมีสินค้าจำนวนเท่าไร ทางลูกค้ารับซื้อหมด ซึ่งตั้งแต่ทำมาหลายปีสินค้าก็ยังมีไม่พอส่ง เพราะจำนวนความต้องการมีมากกว่ากำลังการผลิต ดังนั้น ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าไข่ที่ออกไปถึงมือเป็นไข่ที่มีความสดใหม่เสมอ

“บริษัทที่เขามารับซื้อก็เป็นคนกลาง นำส่งขึ้นห้างสรรพสินค้าและโรงแรมต่อไป ซึ่งตลาดของไก่ไข่อารมณ์ดี เป็นตลาดที่ผู้บริโภคค่อนข้างใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ ซึ่งไข่ที่ส่งแต่ละครั้งของจะขาดเสียด้วยซ้ำไม่มีเกิน เพราะกำลังการผลิตเราไม่มากพอ สำหรับผมมองว่าแบบนี้ดีกว่า อย่างน้อยเป็นการทำให้ลูกค้ารู้ว่าจะได้รับของที่ใหม่เสมอ ไม่ใช่ของเก่าที่เหลือจากครั้งที่แล้วมาส่งขายให้ ซึ่งไข่ที่ส่งเป็นแบบคละไซซ์ ราคาอยู่ที่ฟองละ 5.50 บาท ก็สามารถจำหน่ายได้ทั้งหมด” คุณทรงพจน์ บอก

พื้นที่ภายในโรงเรือน

จากการที่ได้มาเลี้ยงด้วยวิธีนี้ทำให้ไก่ไข่ภายในฟาร์มมีสุขภาพที่แข็งแรง และผลที่เห็นได้ชัดคือไก่สามารถให้ไข่ได้นานเกิน 2 ปีครึ่ง เมื่อเทียบกับการเลี้ยงแบบให้อยู่ในพื้นที่แคบๆ แล้ว การเลี้ยงด้วยวิธีนี้สามารถผลิตไข่ได้คุณภาพและที่สำคัญราคาดีอีกด้วย

สำหรับท่านใดที่สนใจในเรื่องการเลี้ยงไก่ไข่ คุณทรงพจน์ แนะนำว่า การมีใจรักอยากที่จะทำบางครั้งยังไม่เพียงพอ สิ่งที่ต้องมีคือเรื่องของความอดทน เพราะในช่วงที่เริ่มทำอย่างจริงจังอาจจะต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยในการปรับตัว แต่เมื่อมีความชำนาญและเรียนรู้ไปกับสิ่งที่ทำก็จะช่วยให้ประสบผลสำเร็จได้อย่างแน่นอน

ไข่มีสีเหลืองนวลสวย

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณทรงพจน์ อ่อนแช่ม หมายเลขโทรศัพท์ (097) 945-9159

    

บทความก่อนหน้านี้ระย่อมน้อย
บทความถัดไปรองอธิบดีกรมพัฒนาดิน ลุยลงติดตามงานภาคใต้