ไปดู “อัลฮัม – เข็มเงิน” ข้าวพื้นเมือง ของดีเมืองสตูล

กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำรวจพบว่า ชาวสตูลส่วนใหญ่ยึดอาชีพทำสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันเป็นหลัก มีพื้นที่ปลูกข้าวเพียง  82,425 ไร่ ข้าวที่ผลิตได้ในท้องถิ่นมีปริมาณน้อยกว่าความต้องการของตลาด จึงต้องสั่งซื้อข้าวสารจากพื้นที่อื่นๆ เข้ามาใช้บริโภคถึงปีละ 53,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,337 ล้านบาททีเดียว

คุณลุงกัมพล กองพล ปลูกข้าวอัลฮัมมานานกว่า 40 ปีแล้ว

กรมส่งเสริมสหกรณ์ เล็งเห็นช่องว่างทางการตลาดดังกล่าว จึงได้เดินหน้าจัดทำโครงการ ขยายตลาดข้าวหอมมะลิอีสานสู่ภาคใต้ตอนล่างขึ้นมา ปรากฏว่า โครงการนี้ประสบความสำเร็จมาก สร้างยอดขายถล่มทลาย สหกรณ์หลายแห่งในพื้นที่จังหวัดสตูลเล็งเห็นโอกาสที่จะสร้างผลกำไรต่อเนื่อง  ในการสั่งซื้อข้าวหอมมะลิเพื่อส่งออกไปขายที่ประเทศมาเลเซียในอนาคต

ความจริง  จังหวัดสตูล เป็นแหล่งผลิตข้าวพื้นเมืองหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ข้าวเล็บนก ข้าวเฉี้ยง ข้าวบางแก้ว ข้าวหอมจันทร์ ข้าวหอมเหลือง ฯลฯ แต่น่าเสียดายกระแสความนิยมบริโภคข้าวพื้นเมืองมีแนวโน้มลดลง เหลือแค่ร้อยละ 25- 30 เท่านั้น  หากไม่ร่วมกันอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองไว้ให้เป็นมรดกลูกหลาน ในอนาคตพันธุ์ข้าวพื้นเมืองเหล่านี้ก็คงจะเหลือแต่ชื่อเท่านั้น

ระหว่างการเยี่ยมชมกิจการสหกรณ์ในครั้งนี้  ผู้เขียนยังได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณกัมพล กองพล ราษฎรอาวุโสรายหนึ่งในพื้นที่บ้านเกตรี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ที่ 3 บ้านเกตรี ตำบลเกตรี อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 9100 โทรศัพท์ 074-736-125

ข้าวอัลฮัม มีรสชาติหวานมัน อร่อย

คุณลุงกัมพล เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า บ้านเกตรี มีพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่หายากอยู่ชนิดหนึ่ง ชื่อว่า ข้าวอัลฮัมดุลิลละฮฺ  มาจากภาษามลายู  แปลว่า ขอบคุณพระเจ้า ชาวบ้านทั่วไปนิยมเรียกสั้นๆ ว่า ข้าวอัลฮัม ปลูกในพื้นที่ตำบลเกตรี มาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ที่ผ่านมา ข้าวอัลฮัมปลูกกระจายไปถึงพื้นที่จังหวัดพัทลุง แต่ชาวนาพัทลุงกลับเรียกข้าวสายพันธุ์นี้ว่า “ข้าวขาวสตูล”

ข้าวอัลฮัม ถือว่า มีลักษณะพิเศษคือ ทนต่อความเป็นกรดของดินในพื้นที่ภาคใต้ได้ดี เช่นเดียวกับ ข้าวพันธุ์ลูกแดง ข้าวขาวตายก ไข่มด ช่อมุก ดอนทราย ลูกเหลือง ข้าวแดง หมออรุณ รวงยาว สีรวง มัทแคนดุ เป็นต้น ซึ่งข้าวพื้นเมืองในกลุ่มนี้โดยทั่วไปจะมีผลผลิตเฉลี่ยประมาณไร่ละ 15-40 ถัง

ข้าวเข็มเงิน ที่ผลิตในลักษณะข้าวซ้อมมือ

คุณกรียา อาดำ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านเกตรี  ตำบลเกตรี  อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล โทรศัพท์ 086-2953725  เล่าเพิ่มเติมว่า ที่นี่โชคดีกว่าแหล่งอื่น เพราะมีแหล่งน้ำสมบูรณ์ จึงสามารถทำนาปลูกข้าวได้ปีละ 2 ครั้ง สำหรับช่วงฤดูนาปี เกษตรกรจะนิยมปลูกข้าวไวแสง ในกลุ่มพันธุ์ข้าวพื้นเมือง คือ ข้าวอัลฮัม หลังจากนั้นประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ก็จะเริ่มปลูกข้าวนาปรังโดยใช้พันธุ์ข้าวไม่ไวแสง ที่ภาครัฐส่งเสริม เช่น ข้าวสุพรรณบุรี ข้าวเฉี้ยง เป็นต้น

เทคนิคการปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองให้ได้ผลผลิตดี ขึ้นอยู่กับการเลือกจังหวะการปลูกที่ดีด้วย เพราะข้าวพื้นเมืองจะออกรวงได้ต้องอาศัยแสงอาทิตย์เป็นสำคัญ สำหรับพื้นที่จังหวัดสตูล ช่วงจังหวะที่แสงอาทิตย์ค่อนข้างเยอะ ก็คือ ดือนพฤศจิกายน-มกราคม แต่ชาวบ้าน

กลุ่มแม่บ้านผลิตข้าวซ้อมมือโดยใช้ครกกระเดื่องแบบโบราณ

ที่นี่จะเริ่มปลูก ข้าวอัลฮัมกันล่วงหน้าประมาณ 4 เดือน โดยเริ่มปักดำนาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ใช้เวลาปลูกและดูแล ประมาณ 5-8 เดือน และจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม- มกราคมของทุกปี

เดิมที หมู่บ้านแห่งนี้ ชาวนาส่วนใหญ่ปลูกข้าวในลักษณะนาดำเป็นหลัก แต่ระยะหลังเปลี่ยนมาใช้นาหว่านและนาดำอย่างละครึ่ง  หากที่นาผืนไหนสามารถควบคุมปริมาณน้ำเข้าออกแปลงนาได้ ชาวนาก็จะปลูกด้วยวิธีนาหว่าน หากไม่สามารถระบายน้ำออกจากแปลงนาได้ ก็จะปลูกด้วยวิธีนาดำ ข้าวพันธุ์นี้ดูแลไม่ยุ่งยาก แค่หว่านปุ๋ยไร่ละ 15 กิโลกรัม ใน 2 ระยะ คือ ช่วงปักดำ เพื่อเร่งให้ต้นข้าวแตกกอและช่วงที่ต้นข้าวเริ่มตั้งท้อง

ข้าวอัลฮัม มีลักษณะเด่นที่สำคัญคือ เป็นข้าวขาว ที่มีรสชาติหวานมัน มีคุณค่าทางอาหารสูง ปลูกง่าย ทนทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช ทุกวันนี้ ชาวบ้านนิยมแปรรูปข้าวอัลฮัมในลักษณะข้าวกล้องเพื่อบริโภคภายในครัวเรือนแล้ว ยังจำหน่ายให้แก่ผู้ที่สนใจ ในราคากิโลกรัมละ 30 บาท เท่านั้น เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้อยู่ติดชายแดน จึงสะดวกต่อการขนส่งข้าวที่ปลูกได้ในท้องถิ่นไปขายในประเทศมาเลเซียอีกด้วย

ผืนนาที่ปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมือง

ผู้ใหญ่บ้าน เล่าเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ หมู่บ้านแห่งนี้ เคยปลูกข้าวพื้นเมืองหลายชนิด เช่น ข้าวเข็มเงิน รวงยาว ฯลฯ แต่ขาดการดูแลพัฒนาสายพันธุ์ข้าวทำให้เกิดปัญหาข้าวกลายพันธุ์ ปลูกแล้วได้ผลผลิตต่ำ ชาวบ้านจึงเลิกปลูก เหลือแต่สายพันธุ์ข้าวอัลฮัมที่ยังปลูกกันอย่างแพร่หลาย เพื่อเป็นการอนุรักษ์สายพันธุ์ข้าวชนิดนี้ ชาวบ้านจึงร่วมมือกันจัดทำแปลงผลิตและคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นเมืองประจำหมู่บ้าน เพื่อรักษาสายพันธุ์ข้าวอัลฮัมให้อยู่กับท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

นอกจากนี้  ผู้เขียนยังมีโอกาสรู้จัก “ข้าวเข็มเงิน” ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของดี ในพื้นที่อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ชาวบ้านควนโดน ตระหนักถึงคุณค่าของพันธุ์ข้าวพื้นเมืองชนิดนี้

จึงได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรผลิตข้าวซ้อมมือ ชุมชนสะพานโยง หมู่ที่ 1 ตำบลควนโดน  อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล

คุณสุวรรณณี ชื่นจำรัส ประธานกรรมการกลุ่มข้าวซ้อมมือ โทร. 08–9878–4383 เล่าให้ฟังว่า ข้าวเข็มเงิน มีคุณลักษณะเด่น คือ เมล็ดเล็ก เรียว เหมือนเข็ม คนรุ่นก่อนจึงเรียกข้าวชนิดนี้ว่า เข็มเงิน ข้าวชนิดนี้ มีรสชาติอร่อย เมื่อนำไปหุ่งจะมีรสนุ่ม หอม อร่อย ไม่แพ้ข้าวหอมพันธุ์อื่นๆ

ปัจจุบัน ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ ปลูกข้าวเข็มเงินในลักษณะนาปี มีเนื้อที่ปลูกเพียงแค่ 10 ไร่ เท่านั้น  ส่วนใหญ่ปลูกไว้รับประทานในครัวเรือน เพราะข้าวเข็มเงินมีผลผลิตต่อไร่ในปริมาณน้อย แค่ไร่ละ 60 ถังเท่านั้น เมื่อเหลือจากการรับประทานในครอบครัว ชาวบ้านจึงค่อยนำออกมาจำหน่ายในท้องตลาด

ปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำในการเพาะปลูก ทำให้ทุกวันนี้ ชาวบ้านปลูกข้าวเข็มเงินได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น  เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวเข็มเงินได้แล้ว กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรก็จะนำมาแปรรูปเป็นข้าวซ้อมมือ และข้าวกล้อง ตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่ใช้ครกกระเดื่องในการสีข้าวแบบโบราณอีกด้วย