เกษตรกรปราจีนบุรี ทำไม้ประดับขุดล้อมเป็นสร้างอาชีพทำเงิน

คุณอำนวย พรมนนท์ อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 6 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเกษตรกรที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับเป็นอาชีพ จนเรียกง่ายๆ ว่าทำมาตั้งแต่เริ่มแรกก็ว่าได้ จนทำให้อาชีพไม้ดอกไม้ประดับนั้นสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้กับเขาได้เป็นอย่างดี

คุณอำนวย ชายผู้มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า ยึดอาชีพทำเกี่ยวกับไม้ประดับมาเป็นสิบปี โดยในแต่ละช่วงก็จะมีการเปลี่ยนแปลงของพันธุ์ไม้ที่ปลูกไปตามที่ตลาดต้องการ โดยในช่วงก่อนหน้านั้นจะทำไม้จำพวกโมก ต่อมาเมื่อตลาดค่อยๆ หมดความนิยมลง จึงได้ปรับเปลี่ยนเป็นไม้จำพวกไม้ไทย ที่ลูกค้ามักนิยมนำไปปลูกเพื่อเป็นไม้ร่มเงาภายในบริเวณบ้าน

คุณอำนวย พรมนนท์

“สมัยก่อนนี่ทำต้นโมก ช่วงนั้นตลาดดี แต่เสียอย่างเดียวโมกต้องหมั่นตัดแต่ง ต่อมาพอความนิยมเริ่มลดลง ก็เลยเปลี่ยนมาทำเป็นไม้ประดับ เป็นแบบไม้ขุดล้อม ตั้งแต่ขนาดใหญ่ ไปจนถึงขนาดเล็กพอประมาณ ซึ่งพันธุ์ไม้ขุดล้อมที่ปลูกก็จะเป็นพวกกันเกรา แก้วมุกดา จันทน์กะพ้อ และก็บุนนาค เรียกได้ว่าเป็นพันธุ์ไม้ไทยต่างๆ โดยสมัยก่อนก็จะไปหาซื้อพันธุ์จากที่อื่นมาปลูก พอเรามีต้นพันธุ์มากขึ้น เวลานี้ก็ไม่ต้องหาซื้อก็เอาต้นที่สมบูรณ์ มาทำการขยายพันธุ์เอง ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดบ้าง ตอนกิ่งและต่อยอดบ้าง เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนมากขึ้น” คุณอำนวย เล่าถึงที่มา

เมื่อจับทิศทางของการทำไม้ประดับถูกช่องทาง คุณอำนวย บอกว่า กระแสของตลาดก็เริ่มดีจนลูกค้าเข้ามาติดต่ออย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เวลานี้ทำแต่ไม้ขุดล้อมเป็นส่วนใหญ่

ก่อนที่จะได้ไม้สำหรับพร้อมจำหน่ายได้นั้น คุณอำนวย บอกว่า จะทำการขยายพันธุ์เสียก่อน โดยมีขั้นตอนตั้งแต่การเพาะเมล็ดไปจนถึงตอนกิ่งและเสียบยอด โดยจะนำไม้ที่เป็นพันธุ์ดีมาทำการขยายพันธุ์ อย่างเช่น ต้นแม่ที่มีการเจริญเติบโตดีและมีความแข็งแรง ก็จะทำการตอนกิ่งจากต้นแม่นั้น โดยจะไม่ตัดกิ่งทิ้งไปให้เสียประโยชน์ แต่จะเลือกมาทำการตอนเพื่อให้ได้ต้นใหม่เกิดขึ้นมาแทน

การตอนกิ่ง

“ต้นที่จะตอนกิ่ง เราจะเลือกจากต้นแม่ที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดแต่ง แทนที่เราจะตัดทิ้งไปให้เสียของ เราก็เลือกกิ่งที่ดีๆ มาทำการตอน เมื่อกิ่งที่เราตอนมีรากออกมาสมบูรณ์ได้อายุประมาณ 45-60 วัน เสร็จแล้วเราก็จะตัดกิ่งนั้นออกจากต้นแม่ นำมาอนุบาลสักระยะให้มีความแข็งแรง จากนั้นนำมาปลูกลงในดิน ดูแลรดน้ำในช่วงที่เห็นว่าสภาพอากาศแห้งแล้ง พอปลูกไปได้สัก 1 เดือน ก็จะดูเรื่องการใส่ปุ๋ยเพื่อให้ต้นมีความแข็งแรง เจริญเติบโตได้ดี” คุณอำนวย บอก

การดูแลไม้ที่ปลูกลงดินทั้งหมด จะใช้เวลาดูแลอย่างน้อย 1-2 ปี โดย 1 ปี จะใส่ปุ๋ยประมาณ 3 ครั้ง ซึ่งปุ๋ยที่ใส่ส่วนใหญ่จะเป็นปุ๋ยคอก ผสมกับใส่ปุ๋ยเคมีเข้าไปด้วยเล็กน้อย จากนั้นเมื่อไม้เจริญเติบโตได้ไซซ์ขนาดที่ลูกค้าต้องการ ก็จะทำการขุดล้อมขึ้นมาเพื่อส่งจำหน่ายต่อไป

ไม้ที่นำมาปลูกลงดินให้เจริญเติบโต

ในเรื่องของการตลาดนั้น คุณอำนวย บอกว่า ไม่มีปัญหาในเรื่องนี้มากนัก เพราะเนื่องจากสมัยที่ทำต้นโมกก็จะมีลูกค้าที่มารับซื้อค่อนข้างรู้จักกันดีอยู่แล้ว เมื่อมาทำไม้ขุดล้อมจึงมีสินค้าหลากหลายมากขึ้น จึงทำให้พันธุ์ไม้ภายในสวนเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องกันเลยทีเดียว

ไม้ที่ปลูกมีอายุมากกว่า 1 ปี

“พอไม้ต้นไหนที่เราต้องการจะขาย เราก็จะทำการขุดล้อมให้มีลักษณะเป็นตุ่ม โดยที่ดินจะต้องเกาะอยู่ที่รากด้วย จากนั้นล้อมให้รอบบริเวณ เสร็จแล้วปล่อยไว้ประมาณ 1 เดือน เสร็จแล้วก็ยกขึ้นมาจากดิน เตรียมส่งขาย โดยอายุของต้นไม้ก็มีตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป จนถึง 2 ปีขึ้นไป ราคาขายก็มีตั้งแต่ต้นละหลักร้อยบาท ไปจนถึงหลักหมื่นบาท ซึ่งตอนนี้ที่ลูกค้านิยมก็จะเป็นต้นเกาลัด ไม้ไทยที่มีดอกหอมๆ ตอนนี้จะนิยมค่อนข้างมาก” คุณอำนวย บอกถึงเรื่องการจำหน่ายพันธุ์ไม้

ไม้ที่เตรียมส่งลูกค้า

ซึ่งการจำหน่ายไม้ภายในสวนจะมีทั้งราคาปลีกและส่ง สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะรับซื้อเพื่อไปจำหน่ายต่อ ทางสวนของคุณอำนวยก็มีบริการจำหน่ายแบบราคาส่ง โดยลูกค้าสามารถติดต่อหาซื้อไม้ที่ต้องการได้ เพราะทางชุมชนมีการรวมกลุ่มเป็นไม้ขุดล้อมแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับ โดยสร้างเครือข่ายให้มีความแข็งแรงและมีการก้าวไปพร้อมกันในเรื่องของการผลิตและการทำการตลาดที่ยั่งยืน จึงทำให้ลูกค้าที่สนใจจะซื้อพันธุ์ไม้ไม่ต้องกลัวว่าเข้ามาภายในชุมชนนี้แล้วจะไม่มีไม้ที่ต้องการ เพราะทางกลุ่มประสานการอย่างเป็นทีมจึงทำให้สามารถทำการตลาดที่กว้างและยั่งยืนตามไปอีกด้วย

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณอำนวย พรมนนท์ หมายเลขโทรศัพท์ (062) 539-9533

บทความก่อนหน้านี้‘ก๋วยเตี๋ยวเรือเหาะ’ สวนเศรษฐกิจยุคข้าวยากหมากแพง
บทความถัดไปชาวนาพัทลุง ทำกาแฟเดอลองข้าวสังข์หยด