วันเดียวเที่ยวทะลุ 3 ประเทศ ไทย-กัมพูชา-เวียดนาม ท่องเที่ยวทางเรือทางเลือกใหม่

เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ได้ร่วมเดินทางไปกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตราด และสมาคมโรงแรมและรีสอร์ตจังหวัดตราด สำรวจเส้นทางเชื่อมโยงท่องเที่ยวทางน้ำเชื่อมพื้นที่ชายฝั่งทะเล 3 ประเทศ ไทย กัมพูชา เวียดนาม หลังจากเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มีการพัฒนาเชื่อมโยงทางรถยนต์ตามเส้นทางถนน R10 (Southern Coastal Corridor Road) ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวทางด้านจังหวัดตราดเพิ่มขึ้น ซึ่งเส้นทางทางน้ำจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ

สำรวจเส้นทาง ทางเรือ 3 ประเทศ
คลองใหญ่ (ตราด)-เกาะรง (สีหนุวิลล์)-ฟูก๊วก (เกียนยาง)

ด้วยเป็นทริปสำรวจเส้นทางเชื่อมโยงทางเรือ ต่างจากการทัวร์โดยทั่วไป จะเน้นจุดที่แวะพักระหว่างทาง เริ่มต้นจากจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด-เกาะกง กัมพูชา เพราะเป็นด่านสากลที่มีตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร เข้า-ออก สะดวก โดยใช้พาสปอร์ต ส่วนท่าเทียบเรือที่จะใช้เป็นท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ ขนาด 500 ตันกรอส ที่อำเภอคลองใหญ่ อยู่ห่างจากชายแดน 17 กิโลเมตร ที่สร้างเสร็จแล้ว ยังไม่เปิดให้ใช้

การสำรวจจึงใช้เส้นทางรถยนต์เดินทางไปยังท่าเรือสีหนุวิลล์ ระยะทาง 220 กิโลเมตร เพื่อลงเรือต่อไป “เกาะรง” (Koh Rong) แหล่งท่องเที่ยวใหม่ห่างจากฝั่งสีหนุวิลล์ 39 กิโลเมตร จากเกาะรงจะนั่งเรือผ่านเมืองกำปอต ที่มีท่าเรือพร้อม จุดหมายในเส้นทางการเดินเรือเชื่อมโยงปลายทางจะอยู่ที่เกาะฟูก๊วกของเวียดนาม

คุณวิยะดา ซวง

คุณวิยะดา ซวง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตราด กล่าวว่า การเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงทางน้ำเป็นการต่อยอดจากเส้นทางทางบก ถนน R10 อนาคตจะสอดรับกับแนวทางพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Economic Corridor : EEC) ที่จะพัฒนาเชื่อมโยงทางน้ำจากพัทยา (ชลบุรี)-ฟูก๊วก (เวียดนาม) แต่ในช่วงเวลานี้การพัฒนาการท่องเที่ยวด้านฝั่งกัมพูชา

เวียดนาม ได้ขยายการลงทุนและดึงนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะที่เกาะเจ้า (จังหวัดเกาะกง) ห่างจากชายแดนไทย 120 กิโลเมตร โครงการพัฒนาพื้นที่เมืองท่องเที่ยวและพักผ่อน ด้วยเงินลงทุน 1,200 ล้านดอลลาร์ มีความพร้อมทั้งสนามบิน มีสายการบินมาลง 21 สายการบิน ท่าเทียบเรือมาตรฐาน สนามกอล์ฟ โรงแรมหรูจะเปิดตัวกลางเดือนธันวาคมนี้

ส่วนที่เกาะรงเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยังใหม่มีความสดสมบูรณ์ของธรรมชาติอยู่มาก และความสะดวกในการเดินทางจากสนามบินนานาชาติรองรับ และท่าเทียบเรือมาตรฐานที่เกาะฟูก๊วกของเวียดนาม ที่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศบินตรงเข้ามา นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้เปิดตัว เคเบิ้ลคาร์ที่ยาวที่สุดในโลก 7,889.9 เมตร เพิ่มแม่เหล็กการดึงดูดนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

“สีหนุวิลล์ ที่เต็มไปด้วยกลุ่มนักลงทุน นักท่องเที่ยวชาวจีน นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ จะหาสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ เกาะต่างๆ รวมทั้งเกาะรง จึงเป็นเป้าหมายการท่องเที่ยวขยายตัวไป รวมทั้งเมืองกำปอต เมืองแกป ที่อยู่ใกล้เคียง ส่วนเกาะฟูก๊วกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมีการลงทุนของกลุ่มโรงแรมกลุ่มทุนใหญ่ระดับโลก การเดินทางสะดวก ทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก”

“ดังนั้น สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตราด และสมาคมโรงแรมและรีสอร์ตจังหวัดตราด มองเห็นโอกาสต่อท่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทางเรือ 3 ประเทศ ที่สะดวก รวดเร็ว เป็นทางเลือกให้นักท่องเที่ยว ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างภาคเอกชนและจังหวัดตราด-กัมพูชา-เวียดนาม ได้ทำบันทึกข้อตกลงไว้เมื่อ มีนาคม 2558 ตามเส้นทาง R10 ประสบความสำเร็จมาแล้วการต่อยอดเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ทางน้ำกับกัมพูชา เวียดนาม จากท่าเทียบเรือคลองใหญ่ (ตราด)-เกาะรง (สีหนุวิลล์)-เกาะฟูก๊วก (ฮาเตียน) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง วันเดียวเราจะทะลุเที่ยว 3 ประเทศ ได้เช่นเดียวกับเส้นทาง R10” คุณวิยะดา กล่าว

คุณสุขุม ธีรมาลาน คุณยุทธศักดิ์ รัตนพงษ์ คุณสารพล ประศาสน์ศิลป์ (จากซ้ายมาขวา)

เกาะรง…ธรรมชาติบริสุทธิ์ ใหม่ สด

เส้นทางจากเกาะกงไปสีหนุวิลล์ตามหมายเลข 48 ระยะทาง 150 กิโลเมตร จะไปแยกบรรจบกับถนนหมายเลข 4 ไปสีหนุวิลล์ ได้เวลาอาหารกลางวันใช้บริการที่ร้านปิกนิก (Picnic) เป็นร้านอาหารท้องถิ่นออร์แกนิกสำหรับนักท่องเที่ยวคล้ายร้านอาหารของไทย ทางเข้าเห็นโรงเรือนที่ปลูกผักกางมุ้งเป็นแถว มีพื้นที่ในร้านขายผักอินทรีย์ ผักบุ้ง มะเขือ กล้วย อาหารจะเป็นเมนูของกัมพูชา ตบท้ายด้วยผลไม้ปั่น มีเสาวรสปั่น กล้วยปั่นรสชาติดี

จากนั้นนั่งรถยาวไปสีหนุวิลล์เห็นสภาพบ้านเมืองเปลี่ยนไปเป็นเมืองของชาวจีน นักธุรกิจชาวกัมพูชา กล่าวว่า อนาคต 4-5 ปี สีหนุวิลล์จะคล้ายฮ่องกง ถึงท่าเรือส่วนตัวที่จะข้ามไปเกาะรงของ ออกญาเลง ฮวด (Leng Hour) ผู้ได้สัมปทานบางส่วนพื้นที่เกาะรงรอรับคณะข้ามไปเกาะรงที่อยู่ห่างไป 39 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางด้วยสปีดโบ๊ท 1.30 ชั่วโมง ถึงหาดสุขสัน (SOK SAN) ชายหาดที่สวยงามเงียบสงบด้านหนึ่ง หาดทรายขาวทอดยาว 6-8 กิโลเมตร เราพักที่ โรงแรม SOK SAN

บรรยากาศร้านปิกนิก
สีหนุวิลล์

คุณซง เฮง (Mr. Srin Song Eng) เลขาออกญาเลง ฮวด (Oknha Leng Hour) เล่าว่า เกาะรง มีพื้นที่ 700 ไร่ เพิ่งได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชัดเจนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ชายหาดสุขสัน (SOK SAN) เป็นชายหาดที่เงียบสงบ ออกญากิ๊ด เมง (Oknha Kit Meng) รับสัมปทานและให้ต่างชาติมาลงทุนสร้างโรงแรมหรู SOK SAN ส่วนใหญ่ลูกค้าเป็นชาวต่างประเทศ ยุโรป ส่วนหาดที่ใกล้กัน มีออกญาเลง

ฮอร์ (Leng Hour) เจ้าของธุรกิจเรือสปีดโบ๊ท บริษัท L.H.R. Asean Investment Co.,Ltd. ได้รับสัมปทานจากรัฐกำลังจะพัฒนาพื้นที่สร้างโรงแรมที่พักหรูเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวกับกำปอต ฟูก๊วกและไทย ต้องการร่วมลงทุนกับคนไทยมากกว่าจะให้ต่างชาติเช่าทำ เพราะเห็นศักยภาพของเกาะรงที่มีธรรมชาติสวยงามและเชื่อมต่อถึง

เกาะฟูก๊วก ใช้เวลาการเดินทางด้วยสปีดโบ๊ท ประมาณ 3 ชั่วโมง คาดว่าอนาคตอีก 5 ปี เกาะรงจะมีปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เพราะตอนนี้โรงแรมที่พักบนเกาะจะถูกจองเต็มทางออนไลน์ล่วงหน้า 6 เดือน

ด่านฮาเตียง
เกาะรง

เกาะฟูก๊วก นั่งเคเบิ้ลคาร์ยาวที่สุดในโลก 7,889 เมตร
นครฮาเตียง พัฒนาก้าวกระโดด

คุณสันติ (Anh Thanh) ไกด์ท้องถิ่นเวียดนาม เล่าว่า เกาะฟูก๊วก อยู่ในพื้นที่ของอำเภอฮาเตียง เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของจังหวัดเกียนยาง พื้นที่เกือบ 600 ตารางกิโลเมตร ได้รับความนิยมมากจากนักท่องเที่ยวมาก

ช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา เพราะความสวยงามของธรรมชาติทางทะเล มีนักลงทุนต่างประเทศกลุ่มใหญ่ โรงแรมเชนดังๆ มาลงทุนจำนวนมาก ภาครัฐมีความพร้อม สนามบินนานาชาติ ท่าเทียบเรือมาตรฐาน และท่าเทียบเรือใหม่ 5 ดาว จะสร้างเสร็จปลายปีนี้

ปัจจุบัน มีสายการบินตรงลงที่เกาะฟูก๊วกถึง 6 ประเทศ คือ ไทย รัสเซีย สวีเดน จีน เกาหลี มาเลเซีย และนักท่องเที่ยวจากเสียมเรียบ-ฟูก๊วก ไม่ต้องประทับตราพาสปอร์ต จากการพัฒนาเกาะฟูก๊วกด้านการท่องเที่ยวแบบก้าวกระโดดนี้เองทำให้เศรษฐกิจอำเภอฮาเตียงเติบโตขึ้น มีการพัฒนาบุคลากร ค่าแรงงานเพิ่มขึ้น เก็บภาษีได้มากขึ้น มีบริการโรงพยาบาล และมหาวิทยาลัย คมนาคมสะดวก ทำให้ได้ยกฐานะเป็น “นครฮาเตียง” เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนนี้

ชายหาดสุขสัน (SOK SAN)
สปีดโบ๊ท 60 ที่นั่ง ไปเกาะรง

จากท่าเทียบเรือฝั่งนครฮาเตียงโดยสารเรือเร็วเอ๊กเพรส ขนาด 300 ที่นั่ง ใช้เวลา 1.20 ชั่วโมงถึงเกาะฟูก๊วก ค่าโดยสาร 200,000 ดอง เงินไทย750 บาท(10,000 ดองเท่ากับ 16 บาท)จากนั้นมีรถบัสรับนักท่องเที่ยวไปส่งที่โรงแรม Sol beach House

ที่พักคืนแรกติดชายหาดลองบีช (Long Beach) ทางทิศใต้ของเกาะ สังเกตชายหาดมีการถมทราย เห็นทรายสีแดงเป็นรอยต่อทรายสีขาวชัดเจน จากนั้นไปรับประทานอาหารที่ส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเลสดๆ เป็นๆ พอดีตรงกับคืนฮาโลวีน พนักงานร้านอาหารแต่งหน้าเป็นผี สร้างสีสันสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยว ต่อด้วยเที่ยวชมตลาดกลางคืน

ตลาดกลางคืน ดิงเกา เคเบิ้ลคาร์…นักท่องเที่ยวห้ามพลาด

ตลาดกลางคืนดิงเกา (Dinh Cau) เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมาช็อปปิ้งและรับประทานอาหารทะเล เป็นทริปที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาด ตลาดน่าเดินได้บรรยากาศของการซื้อ-ขาย ของท้องถิ่นแปลกตา เช่น ไข่มุก หอยเม่น ม้าน้ำ เห็ดสมุนไพร เครื่องยา และอาหารไทยยอดฮิตไอศกรีมโรลทำกันเสียงดังมาก ร้านขายถั่วเคลือบมีถึง 30 รสชาติ

ส่วนร้านอาหารทะเลมีอาหารทะเลเป็นๆ สดๆ และบิ๊กไซซ์ทั้งปลาหมึก ปลาทะเล หอยนานาชนิด สมเป็นเมืองทำการประมง มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรับประทานร้านอาหารซีฟู้ดค่อนข้างหนาตา ส่วนคนไทยไม่ค่อยซื้ออะไร อาจจะคุ้นชินที่คล้ายกับของไทยและราคาไม่ได้ถูกกว่าไทย

ท่าเทียบเรือเกาะฟูก๊วก
ของขายตลาดกลางคืน

เคเบิ้ลคาร์ยาวที่สุดในโลก ข้ามไป-เกาะฮ่อนเทิม

บริษัทเครือ SUNWORLD ของเวียดนาม เป็นผู้ลงทุนสร้างเคเบิ้ลคาร์ ระบบ 3 เส้นทาง ที่ทันสมัยเชื่อม 3 เกาะเล็กๆจากฝั่งเกาะฟูก๊วกกับปลายทางเกาะฮ่อนเทิม (HON THOM) เพิ่งเปิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ต้นปีนี้ ถือว่ายาวที่สุดในโลกได้บันทึกลงกินเนสส์บุ๊ก 7,889.9 เมตร มี 69 ตู้โดยสาร ที่แต่ละตู้สามารถรับน้ำหนักได้ 30 คน ใช้เวลาเพียง 15 นาที จุดขายที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้จำนวนมากทีเดียว

ทิวทัศน์มองลงที่อ่าวด้านล่าง เรือประมงหลายร้อยลำจอดลอยลำและบางลำแล่นให้เห็นน้ำเป็นฟองกระจาย สวยงามดั่งภาพวาด เป็นการชมเมืองมุมเบิร์ดอายวิวที่สวยงาม เห็นอ่าวที่เข้ามาเชื่อมกัน 2 อ่าว อาคารบ้านเรือนของชาวบ้านปลูกกันอยู่ริมฝั่งอย่างหนาแน่น ตัดกับภาพความสวยงามของทะเลอีกด้านหนึ่ง ถึงสถานีฮ่อนเทิมมีรถไฟฟ้ามารับไปบริเวณชายหาดที่ยังเงียบสงบมีความเป็นธรรมชาติ และมีสวนน้ำให้เด็กๆ เล่น ที่นี่มีโครงการสร้างสวนน้ำขนาดใหญ่

จบทริปในเวียดนามที่พลาดไม่ได้คือ การดื่มกาแฟ ที่ร้านสัญลักษณ์แมงปอ ชื่อจ๋วน จ๋วน (Chuon Chuon) โลเกชั่นอยู่เป็นเนินเขาสูงมองเห็นท่าเทียบเรือกำปอตอยู่สุดสายตา ร้านเพิ่งเปิดใหม่ ถนนเล็กรถบัสเข้าไม่ถึง ต้องเปลี่ยนรถเล็ก ทำให้เห็นภาพว่าการท่องเที่ยวของเวียดนามขยายตัวอย่างก้าวกระโดด แต่สิ่งที่ล้ำไปล่วงหน้ากลับเป็นระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กมีสัญญาณไวไฟให้ใช้ต่อเนื่องบนถนน

พื้นที่พัฒนาเกาะฮ่อนเทิม
เคเบิ้ลคาร์ บนเกาะฟูก๊วก

จบทริปสำรวจ คุณสุขุม ธีรมาลาน รองนายสมาคมโรงแรมและรีสอร์ต คุณยุทธศักดิ์ รัตนพงษ์ และ คุณสารพล ประศาสน์ศิลป์ กรรมการสมาคมฯ มีความเห็นตรงกันว่า โอกาสเชื่อมการท่องเที่ยวไทย-กัมพูชา-เวียดนาม ไปด้วยกันต้องไม่ใช่การแข่งขัน จะทำให้การท่องเที่ยวยั่งยืน เพราะธรรมชาติมีความคล้ายกัน กลุ่มนักท่องเที่ยวและฤดูกาลท่องเที่ยวเป็นลักษณะเดียวกัน ทว่าสิ่งสำคัญระบบสาธารณูปโภคและการทรานเฟอร์นักท่องเที่ยวภาครัฐของเราต้องเร่งพัฒนาให้ทันเพื่อนบ้าน

บทความก่อนหน้านี้แนะเคล็ดลับการทำสวนทุเรียนนอกฤดู
บทความถัดไป“บำรุง หนูด้วง”เกษตรกรคนแรกของไทยและโลก ที่ผลิตปาล์มน้ำมันได้มาตรฐาน RSPO