ไก่สวยงาม หลากสายพันธุ์ ตาคลี นครสวรรค์ มีให้ดู

จังหวัดนครสวรรค์ เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ในทรัพยากรทางธรรมชาติสูง มีความโดดเด่นเรื่องของพรรณไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง แต่ที่อำเภอตาคลี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ค่อนมาด้านล่างของจังหวัด นอกจากจะมีความสมบูรณ์ในมุมของทรัพยากรธรรมชาติแล้ว เกษตรกรบางส่วนก็เลี้ยงสัตว์ไป สัตว์สวยงามก็มีอยู่ในพื้นที่ เช่น อำเภอตาคลีที่เอ่ยถึง มีเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ปีกสวยงาม อยู่ในพื้นที่

คุณวิโรจน์ ทิตา (ขวา) คุณหาญชัย ปานคง (ซ้าย)

คุณวิโรจน์ ทิตา หนุ่มโรงงานที่ผันตัวมาเลี้ยงไก่สวยงามหาเลี้ยงครอบครัว และเป็นทิศทางที่สร้างรายได้ดี ปัจจุบันเลี้ยงไก่สวยงามมาแล้วเข้าปีที่ 3

คุณวิโรจน์ เล่าว่า เริ่มทำงานก็เป็นพนักงานโรงงานมาตลอด กระทั่งปี 2559 เห็นว่า ไก่สวยงามหลายชนิดกำลังมาแรง ราคาไก่สวยงามที่ซื้อขายกันทั่วไปมีราคาสูง ประกอบกับพื้นฐานเดิมเคยเลี้ยงไก่ชน ไก่พื้นบ้าน และชอบสัตว์ปีกมาโดยตลอด จึงตัดสินใจนำเงินลงทุนซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่สวยงาม มา 2 คู่ ในราคาคู่ละ 5,000 บาท

“ตอนแรกผมคิดเลยครับว่า ต้องซื้อมาเพาะ เพื่อขายลูกเจี๊ยบ เห็นราคาซื้อขายลูกเจี๊ยบสูง ถึงจะต้องลงทุนมาก แต่ประสบการณ์ที่พอมีก็คิดว่าการเลี้ยงไก่ไม่ได้ยาก ไก่ชนิดไหนก็น่าจะมีความคล้ายกัน ซึ่งสิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากที่สุดในการเลี้ยงสัตว์คือ ความสะอาด”

ประสบการณ์ตรงมีเพียงการเลี้ยงไก่ชนและไก่พื้นบ้านในสมัยวัยรุ่นเท่านั้น แต่คุณวิโรจน์ก็ไม่ได้มองว่าเป็นปัญหา เริ่มลงมือเลี้ยงจริงจัง ทำโรงเรือน กรงแยก ซื้อตู้ฟัก ตามความรู้เท่าที่ติดตัวมา ไม่นานก็ได้ลูกเจี๊ยบตามที่คิด แต่ก็ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป คุณวิโรจน์พบกับปัญหาระหว่างทางมาโดยตลอด ต้องยอมสูญเสียไปบ้าง เพื่อให้ได้ความรู้ที่แท้จริง เป็นประสบการณ์การเลี้ยงที่ถูกต้องมาถึงปัจจุบัน

ปัญหาคือ ลูกไก่ฟักไม่รอด ไม่ฟักออกจากไข่ ฟักแล้วตาย หรือฟักไม่ออก คุณวิโรจน์พบว่า ปัญหาคือ ตู้ฟักไม่ได้คุณภาพ อุณหภูมิไม่เหมาะสม ความชื้นไม่เหมาะสม จึงแก้ปัญหาด้วยการหาตู้ฟักที่ได้คุณภาพ แม้จะราคาแพงขึ้น แต่หากช่วยลดอัตราการสูญเสียให้น้อยลง ก็จำเป็นต้องทำ ถึงเวลานี้ อัตราการรอดของลูกไก่ที่ฟักจากไข่เกือบ 100%

ลูกไก่เพิ่งฟักได้ 5 วัน อยู่ในตู้อนุบาล

ปัญหาอีกประการคือ ลูกไก่ที่ฟักออกมาแล้วไม่นานก็ตาย คุณวิโรจน์หาสาเหตุ พบว่า เป็นเพราะคุณวิโรจน์ปล่อยให้แม่ไก่เลี้ยงลูกไก่เองตามธรรมชาติ เพราะคิดว่าวิธีธรรมชาติดีที่สุด แต่เมื่อการเลี้ยงเล่นในอดีต เปลี่ยนเป็นการเลี้ยงเพื่อเพาะจำหน่าย จำเป็นต้องให้ได้ไข่ในปริมาณมาก ดังนั้น การนำลูกไก่ไปเลี้ยงยังกรงอนุบาลเป็นการดีที่สุด โดยกรงอนุบาลจำเป็นต้องติดหลอดไฟขนาด 40 วัตต์ และเปิดตลอดเวลา เมื่อลูกไก่อายุ 0-2 สัปดาห์ หลังจาก 2 สัปดาห์ถึง 4 สัปดาห์ ควรเปิดไฟเฉพาะเวลากลางคืน ส่วนกลางวันความร้อนจากหลอดไฟไม่จำเป็นแล้ว และหลังจากลูกไก่อายุ 1 เดือนขึ้นไป ก็สามารถคัดความสวยเรื่องของโครงสร้างและขน นำไปจำหน่ายได้ ซึ่งเมื่อแก้ไขแล้ว อัตราการรอดของลูกไก่ก็เพิ่มขึ้นสูงมาก

ไก่เพิ่งเริ่มโต ปล่อยให้อยู่กับดิน ให้ชิน

อีกปัญหาที่บางท่านอาจไม่ทราบ คุณวิโรจน์ ให้ข้อมูลว่า ไก่เป็นสัตว์ปีกที่ปกติจะป่วยเมื่ออยู่ในที่ที่มีความชื้นสูง พื้นดินก็เป็นวัสดุหนึ่งที่เก็บความชื้นได้ดี ในยุคแรกที่เริ่มเลี้ยงไก่ ทำโรงเรือนก็สร้างโรงเรือนปกติเหมือนทั่วไป แต่พบว่าไก่ป่วยบ่อยมาก จึงเริ่มศึกษาและพบว่า ดินมีความชื้นสูง จึงตัดสินใจทำโรงเรือนใหม่ โดยเทปูนทับพื้นดิน 1 ชั้น จากนั้นจึงนำดิน ทราย มาเทเป็นพื้นโรงเรือนอีกชั้น เพื่อให้ไก่ได้อยู่กับพื้นดิน โดยใช้ปูนที่เทเป็นตัวกันความชื้นที่ขึ้นมาดินชั้นล่าง ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าไก่ป่วยน้อยลงหรือไม่ป่วยเลย นอกจากนี้ ไก่ยังได้คุ้ยเขี่ยดินหินตามธรรมชาติ และจิกกินเศษหินเศษดินเพื่อช่วยระบบย่อยอาหารได้ด้วย

ปัจจุบัน คุณวิโรจน์ เลี้ยง 3 สายพันธุ์ คือ มินิโคชิน บราม่าห์ และซิลกี้

ไก่ทั้ง 3 สายพันธุ์ มีวิธีการเลี้ยงที่ไม่แตกต่างกัน แต่ไก่สายพันธุ์ซิลกี้ จำเป็นต้องอาบน้ำ เมื่อต้องการนำออกไปโชว์ตัวตามงานต่างๆ หรือมีลูกค้าต้องการซื้อ ซึ่งการอาบน้ำไก่ ก็จำเป็นต้องอาบให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะไก่อาจป่วยได้ โดยทุกครั้งใช้แชมพูอาบน้ำสัตว์ฟอกทั้งตัว จากนั้นจึงล้างให้สะอาด แล้วใช้ไดร์เป่าขนให้แห้ง ก่อนนำเข้ากรง

การผสมควรให้ตรงสายพันธุ์และไม่ควรให้เลือดชิด เพราะจะเกิดปัญหาในเรื่องของสุขภาพไก่ตามมา โดยปัจจุบันมีแม่พันธุ์ 10 ตัว พ่อพันธุ์ 5 ตัว อัตราการผสมไก่เพศเมีย : ไก่เพศผู้ คือ 1 : 3

เมื่อไก่ผสมและไข่ออกมาแล้ว ให้เก็บไข่มาเข้าตู้ฟัก ประมาณ 18-19 วัน ลูกไก่ฟักออกมา แล้วนำไปเข้ากรงอนุบาล ระหว่างเลี้ยงในกรงอนุบาล การให้อาหารก็จำเป็นต้องใช้อาหารไก่ขนาดเล็กเป็นผง เพราะจะช่วยให้ลูกไก่โตเร็วและให้น้ำสะอาดไว้ โดยน้ำจำเป็นต้องสะอาด เปลี่ยนทั้งเช้าและเย็น เมื่อลูกไก่อายุ 1 เดือน ก็สามารถคัดไปจำหน่ายได้ หากลูกค้าต้องการไก่เล็ก โดยจำหน่ายตัวละ 500 บาท

แต่ถ้าต้องการนำไข่ไปฟักเอง จะคัดไข่ที่มีเชื้อไป โดยขาย 10 ฟอง 1,000 บาท แต่ไม่รับประกันอัตรารอด

สำหรับไก่รุ่นและพ่อแม่พันธุ์ การให้อาหารและน้ำ จะให้วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น น้ำจะต้องเปลี่ยนใหม่ทุกครั้ง ส่วนอาหารจะดูจากการกินอาหารของไก่ หากพบว่ามื้อเช้าที่ให้ไว้ไก่กินไม่หมด จะไม่ให้มื้อเย็น เพราะอาหารจะเหลือ เป็นจุดรวมของเชื้อโรค แต่ถ้าไก่กินมื้อเช้าหมด มื้อเย็นจึงเติมให้เป็นปกติได้

ส่วนในโรงเรือน ยังทำกรงแยกไว้ต่างหากอีกชั้น และเลี้ยงแบบปิด เพื่อป้องกันโรคจากภายในเข้ามา

การทำวัคซีน ตามระยะเวลาที่กรมปศุสัตว์กำหนด แม้จะเป็นไก่สวยงามก็ตาม แต่เรื่องของโรคในสัตว์เลี้ยง ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็น การให้วัคซีนก็เป็นการป้องกันที่ดี นอกจากนี้ ขอแนะให้กับผู้เลี้ยงไก่สวยงามว่า การให้วัคซีนควรให้ตามอายุที่กรมปศุสัตว์กำหนด ไม่ควรรอให้ไก่ป่วยแล้วจึงให้ จะยิ่งทำให้สัตว์ป่วยหนักและตายได้ เพราะวัคซีนคือ เชื้อโรคชนิดหนึ่ง ที่เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วจะสร้างภูมิคุ้มกันให้ไก่เมื่อไก่อยู่ในสภาวะปกติ แต่หากไก่ป่วย จะยิ่งเป็นการนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายไก่มากขึ้น จะทำให้ไก่ตายได้

นอกจากนี้ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำวัคซีนให้กับไก่ ห้ามทิ้งไว้ในโรงเรือน หรือนำกลับมาใช้ซ้ำ เพราะเป็นแหล่งเชื้อโรคที่อันตรายมาก ควรทำลายทิ้งเมื่อใช้แล้วเสร็จ

ปัจจุบันการเลี้ยงไก่สวยงามของคุณวิโรจน์ ทำในลักษณะโรงเรือนปิด คือไม่ให้ไก่ออกมาจิกกินกับพื้นด้านนอก เพราะพบว่า การจิกกินใบไม้ด้านนอกโรงเรือน อาจทำให้ไก่ป่วยจากการได้รับเชื้อโรค หรือพยาธิจากใบไม้และสิ่งที่ไก่จิกกินเข้าไปได้ ดังนั้น การเลี้ยงในโรงเรือนปิด เป็นการป้องกันไม่ให้ไก่ป่วยได้ดีที่สุด

นอกจากนี้ การสังเกตไก่ป่วย เป็นเรื่องจำเป็น เมื่อพบว่าไก่ไม่กินอาหาร กินแต่น้ำ หงอย ขนฟูผิดปกติ แสดงว่าเริ่มป่วย ควรแยกออกมาต่างหาก หากรักษาโดยการให้ยาได้ก็ทำ แต่ถ้าพิจารณาแล้วว่า ไม่สามารถรักษาได้ จำเป็นต้องทำลาย เพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่ระบาดไปยังไก่ตัวอื่นในฟาร์มได้

“โดยปกติ ไก่จะป่วยในช่วงฤดูฝน หรือฤดูที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศค่อนข้างมาก แต่ในฤดูร้อนก็สามารถช่วยให้ไก่รู้สึกสบายได้ ด้วยการเปิดผ้าที่ปิดรอบกรงในโรงเรือนออก ให้อากาศถ่ายเท จะช่วยให้ไก่สบายขึ้น เพราะไก่เหล่านี้แม้ว่าจะมีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบหนาว แต่เพราะเกิดและเติบโตในประเทศไทย การปรับสภาพร่างกายของไก่ก็จะได้รับการปรับสภาพเองมาตั้งแต่แรกแล้ว”

สำหรับการทำการตลาด คุณวิโรจน์เริ่มเลี้ยงไก่สวยงามตั้งแต่ปี 2559 นับถึงตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 3 ปีเต็มแล้ว แต่มีคนรู้จักและติดต่อซื้อขายไข่ ลูกไก่ ไก่รุ่น พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ กับคุณวิโรจน์มาตั้งแต่แรกเริ่ม เพราะคุณวิโรจน์เข้าถึงช่องทางการขายที่ถูกทางคือ การเข้าร่วมกลุ่มกับผู้ที่สนใจการเลี้ยงไก่สวยงามในเฟซบุ๊ก ซึ่งปัจจุบันมีหลายกลุ่มและมีผู้สนใจจำนวนมาก มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนไก่ตลอดเวลา ทำให้มีคนรู้จักไก่สวยงามของคุณวิโรจน์ และมีการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง

ที่ผ่านมา คุณวิโรจน์บอกว่า การเลี้ยงไก่สวยงาม ยังมี คุณหาญชัย ปานคง เพื่อนอีกคนช่วยดูแลฟาร์มไก่สวยงามด้วย เพราะเริ่มต้นทำมาด้วยกัน และคุณหาญชัยมีประสบการณ์การเลี้ยงไก่และการทำตลาดไก่มาก่อนหน้า การมีเพื่อนช่วยดูแลจึงเป็นเรื่องดี

สนใจไก่สวยงามคุณภาพของคุณวิโรจน์ สามารถแวะเข้าชมได้ที่ เฟซบุ๊ก Napatsakorn pk หรือเยี่ยมชมได้ที่ฟาร์ม เลขที่ 3/2 หมู่ที่ 7 ตำบลวสร้อยทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ แต่จะให้ดี ควรโทรศัพท์ไปสอบถามกันก่อน ที่ (086) 050-9305

 

บทความก่อนหน้านี้ซีพีเอฟ ฟิลิปปินส์ ร่วมกับสถานทูตไทย ช่วยเหลือชาวฟิลิปปินส์ประสบอัคคีภัย
บทความถัดไปเป็ดไข่…ไข่เป็ด อาหารที่มีคุณค่า คนบางปลาม้า ยืนหยัดเลี้ยง