เกษตรกรนครปฐม เพาะพันธุ์ปลาเทวดา สร้างรายได้ ตลาดปลาสวยงามยังมีความต้องการ

ปลาเทวดา (Angelfish) เป็นปลาน้ำจืดที่มีรูปสี่เหลี่ยมรูปว่าว ลำตัวแบนข้าง มีปากขนาดเล็ก ครีบหลังเป็นกระโดงสูงอยู่ค่อนไปทางด้านหาง ครีบหลังยาวออกมาจากลำตัว ครีบท้องมีอยู่ 1  คู่ เรียวเล็กและปลายชี้แหลม โดยส่วนมากจะนิยมนำปลาเทวดามาเลี้ยงในตู้เพื่อเป็นปลาสวยงามคู่กับพรรณไม้น้ำต่างๆ

คุณฐาปกรณ์ โสนะมิตร์

ปลาเทวดา เป็นปลาที่มีอุปนิสัยเรียบง่าย รักสงบ แต่ถ้าบางตัวมีลักษณะนิสัยก้าวร้าวก็ไม่สามารถนำไปเลี้ยงร่วมกับปลาสวยงามชนิดอื่นได้ โดยปลาชนิดนี้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีสีสันและลวดลายที่สวยงามมากขึ้น เช่น ปลาเทวดาหินอ่อน ที่มีสีสันเป็นสีดำสลับกับสีขาวตลอดทั้งตัว

การขยายพันธุ์ สามารถกระทำได้ง่ายๆ ทั้งในตู้เลี้ยง หรืออาจจะจัดพื้นที่สำหรับเพาะพันธุ์ให้ก็ได้ เพียงแต่ในบริเวณเพาะพันธุ์ใต้น้ำต้องมีวัตถุใส่ไว้ให้เป็นที่เกาะเวลาวางไข่บนวัตถุนั้น การวางไข่ของปลาเทวดาแต่ละครั้ง อยู่ที่ 300-1,000 ฟอง ซึ่งพ่อแม่พันธุ์ที่พร้อมจะขยายพันธุ์ได้ต้องมีอายุอย่างน้อย 8 เดือนขึ้นไป

คุณฐาปกรณ์ โสนะมิตร์ อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ที่ 4 ตำบลศีรษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรผู้เพาะพันธุ์ปลามาหลายสิบปี โดยปลาที่เขาเพาะส่วนใหญ่จะเป็นปลาน้ำจืดที่เลี้ยงเป็นปลาเนื้อ แต่เนื่องจากปลาเหล่านี้มีฤดูกาลในการเพาะพันธุ์ได้ไม่ตลอดทั้งปี เขาจึงได้นำปลาเทวดามาเพาะพันธุ์เพื่อสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทางในการเสริมรายได้ จึงจับเป็นอีกหนึ่งงานที่ทำเงินให้กับเขาได้เป็นอย่างดี

ตะกร้าใส่พ่อแม่พันธุ์

คุณฐาปกรณ์ เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกที่มาประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ ก็เริ่มทำเกี่ยวกับประมง คือเพาะพันธุ์ปลา โดยเน้นเป็นปลาแรดกับปลากราย แต่เนื่องจากปลา 2 ชนิดนี้ จะมีการวางไข่เป็นฤดูกาล จึงไม่สามารถเพาะพันธุ์ปลาได้ตลอดทั้งปี ทำให้ระหว่างที่ว่างในช่วงนี้รายได้อาจมีไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย มีแนวคิดที่จะเพาะพันธุ์ปลาเทวดาเข้ามาช่วยเสริมด้วยอีกหนึ่งช่องทาง

“ปลาเทวดา เราสามารถเพาะพันธุ์ได้ตลอดปี เพราะช่วงที่ปลาแรด ปลากราย ไม่มีฤดูให้เราเพาะพันธุ์ได้ ปลาเทวดามันก็ตอบโจทย์ในเรื่องของการทำเสริมเข้ามาช่วย โดยพ่อแม่พันธุ์ของปลาเทวดาเราก็จะมีซื้อสายพันธุ์เข้ามาภายในฟาร์ม และบางส่วนก็เกิดจากการเก็บสะสมพันธุ์เอง จากญาติๆ ที่เขาทำเดิมอยู่ก่อนแล้ว” คุณฐาปกรณ์ เล่าถึงที่มา

บ่อสำหรับผสมพันธุ์

ซึ่งปลาเทวดา เป็นปลาที่สามารถนำมาขยายพันธุ์ได้ง่าย คุณฐาปกรณ์ บอกว่า ปลาที่เห็นจำหน่ายตามท้องตลาดก็สามารถนำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ได้ เพียงแต่เลี้ยงให้ได้อายุที่เหมาะก็จะผสมพันธุ์ออกลูกออกหลานให้กับผู้เลี้ยงได้อย่างแน่นอน

หลักการดูเพศของปลาเทวดานั้น คุณฐาปกรณ์ บอกว่า มีหลักคล้ายๆ กับปลาเนื้อชนิดอื่นๆ แต่เนื่องจากปลาชนิดนี้เน้นเป็นปลาสวยงาม ตัวมีขนาดเล็ก ลักษณะการดูเพศก็จะมีขนาดที่เล็กกว่า แต่ไม่มีอะไรที่แตกต่างไปจากปลาน้ำจืดชนิดอื่นแต่อย่างใด

ในช่วงแรกจะเลี้ยงปลาเทวดาให้มีอายุตั้งแต่ 10 เดือนขึ้นไป มาเป็นพ่อแม่พันธุ์ โดยเลือกตัวเมียที่มีลักษณะท้องพูนๆ ที่เหมือนจะมีไข่อยู่ในท้อง และเลือกตัวผู้ที่ตัวมีลักษณะค่อนข้างสมบูรณ์ไม่พิการมาเพาะพันธุ์เข้าด้วยกัน

การฟักไข่ ใช้เวลาประมาณ 7 วัน

“การผสมพันธุ์เราก็จะเน้นให้ลูกที่ออกมามีลักษณะเป็นพื้นฐานแบบที่ตลาดต้องการ ก็คือจะเป็นลายหินอ่อน โดยเอาพ่อแม่พันธุ์มาจับใส่ลงในตะกร้าแยกภายในบ่อแบบคู่ใครคู่มัน ใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง ปลาตัวเมียก็จะวางไข่ลงบนแผ่นกระเบื้องที่วางไว้ภายในตะกร้า ซึ่งไข่เราก็จะสามารถเก็บได้วันต่อวัน จากนั้นก็นำไข่ไปฟักต่ออีกที่หนึ่ง ที่ไม่ได้รวมกับพ่อแม่พันธุ์” คุณฐาปกรณ์ บอก

จากนั้นนำไข่ที่ติดกระเบื้องมาใส่ไว้ในที่สำหรับฟัก พร้อมทั้งเปิดออกซิเจนใส่ภายในน้ำอยู่ตลอดเวลา โดยไข่จะอยู่ภายในที่ฟัก ประมาณ 7 วัน ก็จะเริ่มฟักออกมาเป็นตัวให้เห็น โดยในระยะฟักนี้ต้องค่อยหมั่นสังเกตไข่อยู่ทุกวัน เพราะในกระเบื้องที่วางไข่บางแผ่นจะมีไข่ที่เสียไม่ได้รับการผสม จึงจำป็นต้องนำออกไปทิ้งทันที เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับไข่ที่อยู่ในกระเบื้องแผ่นอื่นๆ

บ่อดินสำหรับอนุบาล

จากนั้นนำลูกปลาเทวดาที่ได้ไปอนุบาลลงในดิน ขนาด 10×10 เมตร ปล่อยลูกปลาเทวดาอนุบาลอยู่ที่ 5,000 ตัว ต่อบ่อ อาหารใช้เลี้ยงในระยะนี้จะเน้นให้กินลูกไรเป็นเวลาอย่างน้อยประมาณ 1 เดือน แล้วจึงหัดให้กินอาหารเม็ดควบคู่ไปกับการกินลูกไร เมื่อมองเห็นว่าลูกปลาเทวดากินอาหารเม็ดจนเก่งมีความเคยชินแล้ว ก็จะงดให้กินลูกไรทันที

ปลาเทวดาไซซ์ที่ส่งจำหน่าย

“ลูกปลาเทวดากว่าจะได้ไซซ์ขนาดที่ขายได้ เราก็จะเลี้ยงตั้งแต่หลังออกจากไข่มา ก็ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ความยาวตัวปลาก็จะได้อยู่ที่ 1.5 นิ้ว ถึง 2 นิ้ว แต่ส่วนมากเราก็จะเลี้ยงให้ใหญ่กว่านี้ขึ้นไปหน่อย ส่วนเรื่องโรคไม่ค่อยเจอปัญหามากนัก แต่ต้องระวังมากที่สุดก็จะเป็นเรื่องการย้ายปลาส่งขาย โดยเราจะต้องนำมาพักในบ่อซีเมนต์ อย่างน้อย 2-3 วันก่อน แล้วจึงค่อยส่งขายเพื่อให้ปลาได้ปรับสภาพความคุ้นชินก่อนที่จะถึงมือลูกค้า” คุณฐาปกรณ์ บอก

บ่อซีเมนต์พักปลาก่อนส่งจำหน่าย

ในเรื่องของการตลาดเพื่อจำหน่ายปลาเทวดานั้น คุณฐาปกรณ์ บอกว่า จะส่งไปยังตลาดกลางปลาสวยงามอยู่ที่ภายในจังหวัดราชบุรี และตลาดอีกส่วนหนึ่งจะเป็นแม่ค้าจากตลาดนัดสวนจตุจักรมารับถึงที่ฟาร์ม โดยตลาดหลักๆ จะเน้นเป็นแบบขายส่งเพียงอย่างเดียว จะไม่ทำตลาดแบบขายปลีก

“ปลาเทวดานี่ยังถือว่าตลาดปลาสวยงามยังมีความต้องการ เพราะส่วนมากแล้วคนก็ยังมีความชอบเลี้ยง เลยทำให้ตลาดยังถือว่าค่อนข้างไปได้ดี ซึ่งที่ฟาร์มผมก็จะมีขายส่งอยู่ ที่ตัวละ 2.50 บาท หรือบางไซซ์ขนาดก็ขึ้นไปถึง 5 บาท ซึ่งราคาปลาชนิดนี้ก็ยังขึ้นลงได้ตามกลไกตลาด อย่างบางคนเขาก็จะรับไปทำไซซ์ใหญ่เลี้ยงต่อไป เพื่อที่จะเอาไปขายเป็นไซซ์ใหญ่ ราคาอยู่ที่ 10-15 บาทขึ้นไปก็มี” คุณฐาปกรณ์ บอกถึงเรื่องการตลาด

ไข่ปลาเทวดาที่เกาะบนแผ่นกระเบื้อง

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงปลาเทวดา คุณฐาปกรณ์ แนะนำว่า สามารถเลี้ยงรวมกันเป็นจำนวนมากๆ ภายในตู้ได้ เมื่อเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จและรู้ถึงลักษณะนิสัยของปลาเป็นอย่างดีแล้ว ขั้นต่อไปก็เรียนรู้เรื่องการผสมพันธุ์ก็จะสามารถทำได้ง่ายๆ สามารถทำเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักที่สร้างรายได้เป็นเงินให้เห็นได้อย่างแน่นอน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณฐาปกรณ์ โสนะมิตร์ หมายเลขโทรศัพท์ 087-157-7014

บทความก่อนหน้านี้สยามคูโบต้า เปิดตัว “คูโบต้าฟาร์ม” อย่างเป็นทางการ เน้นฝึกประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่ของคูโบต้าในอาเซียน
บทความถัดไปกาแฟ แพร่ การันตีคุณภาพด้วย Trade Mark ด้วยกระบวนการผลิตจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ