ผู้ใหญ่บ้านหญิงคนเก่ง เลี้ยงวัวเป็นอาชีพเสริม ผลิตทั้งพ่อพันธุ์และน้ำเชื้อขาย สร้างรายได้ 2 ทาง

คุณจิตตรา แต้มพุดซา หรือที่ลูกบ้านเรียกเธอว่า ผู้ใหญ่นาง อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 4 ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เล่าให้ฟังว่า ตนมีอาชีพเป็นผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งก็มีอาชีพค้าขายอยู่ด้วย ต่อมาเห็นพื้นที่บริเวณในที่ดินของเธอค่อนข้างว่าง ยังสามารถทำอะไรได้อีกหลายอย่าง ต่อมาประมาณ ปี 2544 จึงได้มองอาชีพเสริมที่เกิดรายได้ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับพื้นที่ของเธอเอง

“ด้วยความที่เราเป็นผู้ใหญ่บ้าน ก็ได้ฝึกอบรมเกี่ยวกับการจัดสรรเนื้อที่ให้เหมาะสม โดยแบ่งเป็นส่วนๆ ทั้งปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ซึ่งการทำอะไรแบบผสมผสาน อย่างน้อยเวลามีอะไรผิดพลาด เราก็จะไม่ขาดทุน ซึ่งช่วงนั้นการเลี้ยงวัวกระแสมาแรง เราก็เลยตัดสินใจเลี้ยงวัวด้วย” คุณจิตตรา เล่าถึงที่มาของการเลือกอาชีพเสริม

ซึ่งตอนเริ่มแรกของการเลี้ยงวัว คุณจิตตรา เล่าว่า จะซื้อลูกวัวมาเลี้ยงเอง มีทั้งพันธุ์บราห์มัน บราซิล และพันธุ์อื่นๆ ที่นิยมของตลาดมาเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์เอง ซึ่งการที่จะให้ลูกวัวเติบโตเต็มวัยจนสามารถผสมพันธุ์ได้นั้น ต้องใช้เวลาเลี้ยงกันอย่างน้อย 18 เดือน เลยทีเดียว

14456927_902982129808446_25183271_o

“ช่วงนั้นเราก็จะเลี้ยงผสมลูกเอง ใช้พ่อพันธุ์เรา ต่อมาก็หาน้ำเชื้อจากพ่อพันธุ์ที่มีสายพันธุ์ดีจากฟาร์มอื่นมาผสมเทียม สลับกับผสมจริงภายในฟาร์มเรา การเลี้ยงวัวก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก อาหารที่ให้กินส่วนใหญ่ก็เป็นหญ้าที่ปลูกบริเวณบ้านตัดมาให้วัวกิน ส่วนอาหารเสริมก็เป็นจำพวกข้าวโพดหมักเสริมเข้าไป ถึงเวลาเราก็เอามาให้กินตลอดทั้งวัน” คุณจิตตรา กล่าว

ในเรื่องของการดูแลวัวให้มีความแข็งแรงอยู่ตลอดนั้น คุณจิตตรา บอกว่า ตั้งแต่เลี้ยงวัวมายังไม่เจอโรคมากนัก เพราะบริเวณที่เลี้ยงของเธอจะเน้นเรื่องความสะอาดเป็นหลัก จึงทำให้โรคระบาดหรือสิ่งที่จะทำให้วัวเจ็บป่วยจึงเกิดขึ้นได้ยาก ซึ่งการเลี้ยงวัวส่วนใหญ่จะเน้นที่ผสมพันธุ์ให้มีลูกเท่านั้น

“พอวัวเราได้ลูกออกมา ถ้าเป็นตัวเมียเราก็จะเก็บไว้เลี้ยงเอง ส่วนตัวผู้เราก็ขายออกไป ซึ่งเราต้องเลี้ยงลูกวัวตัวผู้ให้มีอายุอย่างน้อย 6 เดือน เสียก่อนจึงจะขายได้ ซึ่งราคาจะได้มากได้น้อยอยู่ที่ความสวย ถ้าลูกวัวสวยๆ ก็ได้เป็นแสนบาท ซึ่งช่วงนี้วัวบราห์มันมาแรงหน่อย” คุณจิตตรา บอกถึงหลักการทำตลาด

จากการเลี้ยงและเพาะพันธุ์วัวมามากกว่า 10 ปี จากมือสมัครเล่นจนเป็นความชำนาญของเธอ ทำให้เวลาต่อมาที่ฟาร์มแห่งนี้ได้เป็นแหล่งเก็บน้ำเชื้อของหลายๆ พ่อพันธุ์ เพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรรายอื่นอีกด้วย

14489660_902982136475112_881855796_o

โดยราคาของน้ำเชื้อมีราคาต่ำสุดอยู่ที่ หลอดละ 300 บาท และราคาสูงสุด อยู่ที่ 3,000 บาท ซึ่งราคาที่แตกต่างกันนั้นขึ้นอยู่กับสายพันธุ์

“พอเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น ก็ได้รู้จักสัตวแพทย์หลายคน เราก็เลยได้มีโอกาสมาเป็นแหล่งเก็บน้ำเชื้อ โดยคนที่อยากได้สายพันธุ์ดีๆ เขาก็มาติดต่อซื้อน้ำเชื้อที่เรา ซึ่งการผสมก็ติดลูกดี เรียกว่าน้ำเชื้อที่เราเก็บนั้น ดีมีคุณภาพ เลยบอกกันไปปากต่อปาก ทำให้เรามีน้ำเชื้อของหลายพ่อพันธุ์มาเก็บไว้ ให้คนที่ต้องการซื้อไปผสมได้ทันที” คุณจิตตรา กล่าว

ซึ่งจากความสำเร็จของคุณจิตตราในเรื่องนี้ เธอได้กล่าวแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงวัวด้วยว่า การที่จะเลี้ยงให้ได้กำไรนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องลงมือทำด้วยตนเองเพื่อจะได้เกิดความชำนาญ จากนั้นก็เริ่มจับทำการเกษตรด้านอื่นๆ อยู่เสมอ เพื่อให้มีความหลากหลายในการประกอบอาชีพ ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลเกินกว่าความพยามยาม เพราะได้ทั้งความรู้และรายได้อีกด้วย

 

บทความก่อนหน้านี้จากเด็กเกเร! สู่การเป็นเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรบ้านดงบัง สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว อย่างต่ำ เดือนละ 40,000 บาท
บทความถัดไปนักวิจัย มทร.ธัญบุรี พัฒนาคุณภาพ “หน่อไม้ดอง” ปราจีนบุรี สู่อาหารปลอดภัย