หนุ่มกาฬสินธุ์ เพาะพันธุ์ไก่ชนขาย สร้างรายได้ส่งตัวเองเรียนจบปริญญาตรี

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกษตรกรในยุคนี้มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ เป็นเสมือนกำลังสำคัญที่ช่วยให้การทำเกษตรทุกแขนงของประเทศสามารถดำรงอยู่ และเป็นอาชีพที่ยั่งยืนสืบทอดต่อไป ส่งผลให้คนรุ่นใหม่เมื่อจบการศึกษาแล้วได้กลับสู่ภูมิลำเนา ทำอาชีพทางการเกษตรโดยนำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา ต่อยอดและสร้างการตลาดแบบสมัยใหม่มากขึ้น ทำให้สินค้าหรือผลผลิตทางการเกษตรเป็นที่รู้จักของลูกค้าเป็นวงกว้าง

การเลี้ยงไก่ชนหรือไก่พื้นเมืองเป็นอีกหนึ่งสัตว์ปีกที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยก็ยังได้รับความนิยมอยู่เสมอ ส่งผ่านรุ่นต่อรุ่นมาจนถึงปัจจุบัน อาจเรียกได้ว่าเป็นปศุสัตว์ที่อยู่ในสายเลือดของคนไทยมาอย่างช้านาน นอกจากจะเป็นเกมกีฬาที่เพลิดเพลินแล้ว ยังสามารถทำเป็นรายได้ให้กับผู้เลี้ยงอีกด้วย

คุณวีระวัฒน์ วรรณโภชน์ อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 9 ตำบลเหล่าใหญ่ อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ชื่นชอบการเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อเขาย่างเข้าสู่ช่วงอายุ 15 ปี มีความรับผิดชอบมากขึ้น จึงเรียนรู้การเพาะพันธุ์และฝึกไก่ให้มีความเก่งกาจในการชน จนไก่ภายในฟาร์มต้องตาของผู้ที่รักการเลี้ยงไก่ชน ทำให้เขามีลูกค้าเข้ามาซื้อขายอยู่เสมอจนสามารถทำเงิน และนำเงินที่ได้เก็บสะสมและจ่ายค่าเทอมแบ่งเบาภาระของครอบครัวจนเรียนจบปริญญาตรี

คุณวีระวัฒน์ วรรณโภชน์

 เห็นการเลี้ยงไก่ชน

มาตั้งแต่ยังเด็ก

คุณวีระวัฒน์ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงไก่ชนคลื่นลูกใหม่ไฟแรงวัย 24 ปี บัณฑิตมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เขายังเป็นเด็กเห็นคุณตาเลี้ยงไก่ชนมาโดยตลอด ทำให้ได้คลุกคลีและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับไก่ชน เมื่อผ่านนานวันมาสู่วัยที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น เขาได้รับไก่ชนมา 1 คู่ จึงทำการเพาะพันธุ์เอง พร้อมทั้งผลิตลูกพันธุ์ออกมาฝึกและนำไปชนในสนาม ผลปรากฏว่าไก่ชนของเขาชนะในสนาม จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาได้เพาะพันธุ์ไก่ชนขายมีรายได้จากสิ่งที่เขารัก

นำไก่ชนในฟาร์มไปลงสนาม

“วัยเด็กของผมมีเพียงไก่ชน ที่เป็นสัตว์เลี้ยงเพียงหนึ่งเดียวที่ได้ทำอยู่ตลอด พอผมโตขึ้นมีความรับผิดชอบ คุณตาก็เลยให้มาเลี้ยงจัดการเอง 1 คู่ เราก็นำความรู้ที่ได้จากการดูคุณตา มาทดลองเลี้ยงเอง ผลิตลูกไก่ของเราเอง ก็ประสบผลสำเร็จดี พอนำไปชนในสนามต่างๆ ไก่ชนผมก็ชนะ ทำให้คนที่เขาเห็นก็อยากจะซื้อไก่จากผม จึงเป็นจุดเริ่มต้นในครั้งนั้น ที่ผมสามารถขายไก่ชนและมีเงินเก็บเป็นของตัวเอง” คุณวีระวัฒน์ เล่าถึงจุดเริ่มต้น

ในทุกวันช่วงมัธยมศึกษาตอนปลายก่อนที่จะไปโรงเรียน คุณวีระวัฒน์ บอกว่า จะใช้เวลาช่วงเช้าและเย็นมาดูแลไก่ชน พร้อมทั้งเวลาว่างช่วงเสาร์อาทิตย์ก็จะดูแลฟาร์มไก่ชนที่เขารัก เรียกว่าทุกช่วงเวลาหลังเลิกเรียนจะคลุกคลีอยู่กับการเลี้ยงไก่ และเมื่อเข้าสู่การเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ต้องจากบ้านไปเรียนยังต่างจังหวัด กลับบ้านมาเดือนละ 1 ครั้ง จึงฝากไก่ชนให้น้องชายช่วยดูแลช่วงที่เขาไม่อยู่ พร้อมทั้งให้เงินเป็นเปอร์เซ็นต์จากการขายไก่กับน้องชาย จึงทำให้ระหว่างเรียนเขาก็สามารถหารายได้จากการเพาะพันธุ์ไก่ชนส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรี

การอนุบาลลูกไก่ชนในกรง

มีทั้งพ่อแม่พันธุ์ภายในฟาร์ม

และจากแหล่งอื่นเข้ามาเพาะพันธุ์

ในเรื่องของการผสมพันธุ์ให้ได้ไก่ชนที่มีคุณภาพนั้น คุณวีระวัฒน์ บอกว่า ไม่ได้ใช้พ่อแม่พันธุ์ที่มีอยู่ภายในฟาร์มเพียงอย่างเดียว ได้ติดต่อขอซื้อจากฟาร์มอื่นๆ ที่คิดว่าเป็นพันธุ์ดีเข้ามาผสมกับไก่ในฟาร์มด้วย ต่อยอดการเพาะพันธุ์แบบค่อยเป็นค่อยไป จากผลกำไรที่ขายไก่ได้มาลงทุน โดยไม่นำเงินทั้งหมดไปทุ่มซื้อทีเดียว แต่ซื้อแบบสะสมตามกำลังเงินที่จัดสรรไว้มาต่อยอด

พื้นที่เลี้ยง

“ฟาร์มผมก็จะมีการแบ่งโซนการเลี้ยงที่ค่อนข้างชัดเจน โดยจะมีที่สำหรับฝึกชน เล้าสำหรับให้พ่อแม่พันธุ์ผสมพันธุ์ พื้นที่อนุบาลลูกไก่ที่อยู่ในกรง และพื้นที่ประมาณ 3 งานสำหรับให้ลูกไก่รุ่นได้เดินเล่นและเจริญเติบโตภายในฝูง ก็ค่อนข้างทำแบบครบวงจร ก็สามารถผลิตไก่ชนคุณภาพออกสู่ท้องตลาดได้ ซึ่งฟาร์มผมจะเน้นสร้างไก่ที่มีคุณภาพ ใส่ใจทุกรายละเอียดการผลิต ไก่ชนทุกตัวจึงสามารถขายได้ราคาค่อนข้างดี” คุณวีระวัฒน์ บอก

การผสมพันธุ์จะใช้พ่อพันธุ์ที่มีอายุอย่างต่ำ 1 ปี และเป็นไก่ที่ผ่านสนามการชนมาแล้ว ส่วนแม่พันธุ์ใช้สายพันธุ์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันอายุอย่างต่ำ 8 เดือน เมื่อเห็นตัวเมียพร้อมสำหรับผสมพันธุ์จะจับมาให้ตัวผู้ทับผสมทันที จากนั้นจึงนำตัวเมียกลับไปไว้ในกรงที่เตรียมไว้เพื่อรอวางไข่

ให้อาหารเสริมไก่ที่ปล่อยเลี้ยงในฝูง

จากนั้นรอแม่พันธุ์ฟักไข่ประมาณ 21 วัน เมื่อลูกไก่ฟักออกจากไข่หมดแล้วให้อยู่กับแม่ไก่ 7 วัน แล้วจึงย้ายออกไปอนุบาลในกรงที่เตรียมไว้ ช่วงแรกให้ลูกไก่กินอาหารหมูที่มีโปรตีน 20 เปอร์เซ็นต์ประมาณ 2 เดือน แล้วจึงย้ายลูกไก่ออกจากกรงปล่อยเลี้ยงให้อยู่ภายในฝูงและหากินเองตามธรรมชาติ พร้อมทั้งเสริมอาหารจำพวกข้าวเปลือกและหัวอาหารให้กิน

“พอลูกไก่ที่ปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติอยู่กับฝูง เลี้ยงได้ประมาณ 5 เดือน จะทำการคัดไก่สวยๆ ลักษณะดีๆ ออกมา อย่างตัวผู้ก็จะมาเลี้ยงใส่สุ่มไว้ ส่วนตัวเมียก็จะคัดบางส่วนไว้เป็นแม่พันธุ์ทดแทนภายในฟาร์ม ไก่ตัวผู้หนุ่มๆ จะเน้นให้กินข้าวเปลือกเป็นอาหารหลัก และเสริมด้วยสมุนไพรต่างๆ พร้อมทั้งฝึกไก่หนุ่มให้มีทักษะความพร้อมของการชนประมาณ 1 เดือนครึ่ง เสร็จจนกว่าจะพาออกไปชนทดลองสนาม ไก่ก็จะมีอายุอยู่ที่ 8-9 เดือน ก็สามารถขายได้ ถ้ามีลูกค้าต้องการซื้อ” คุณวีระวัฒน์ บอก

เรื่องของการดูแลรักษาโรคนั้น คุณวีระวัฒน์ บอกว่า มีการทำวัคซีนให้กับไก่ชนภายในฟาร์มอยู่เสมอตามโปรแกรมที่วางไว้ ส่วนพ่อแม่พันธุ์จะเสริมด้วยการฉีดยาบำรุงให้เดือนละ 1 ครั้ง ก็จะช่วยให้ไก่ชนภายในฟาร์มมีสุขภาพที่แข็งแรงปราศจากโรคต่างๆ

พื้นที่ฟาร์ม

นำไก่ในฟาร์มออกชนทุกสนาม

สามารถสร้างฐานลูกค้าได้ดี

การทำตลาดสำหรับขายไก่ชนนั้น คุณวีระวัฒน์ บอกว่า ในช่วงแรกที่เริ่มเพาะพันธุ์ไม่ได้หวังว่าจะขายเพียงอย่างเดียว แต่เน้นผลิตไก่ในฟาร์มให้มีคุณภาพที่เกิดจากความรักความชอบอยากเลี้ยง และเมื่อนำออกไปชนตามสนามอื่นๆ ผู้ที่ชื่นชอบการเลี้ยงไก่ชนเห็นฝีไม้ลายมือไก่ชนของเขา ก็ติดตามมาถึงที่ฟาร์มเพื่อซื้อไก่ต่อจากเขาไปเลี้ยง

“พอคนเริ่มรู้จักไก่จากฟาร์มเรา เห็นจากที่พาไปชนตามสนามต่างๆ ลูกค้าก็จะเข้ามาหาเอง โดยที่เราไม่ต้องไปเสนอขายให้ใครที่ไหน ราคาไก่ที่ผ่านการฝึกดีแล้ว พร้อมสู่สนามชนได้เลย ราคาขั้นต่ำก็อยู่ที่ตัวละ 3,000 บาท และตัวที่ฟอร์มดีๆ สวยๆ ชนเก่งๆ ราคาก็จะขึ้นไปที่หลักหมื่นบาท ไก่ชนที่ฟาร์มผมก็มีให้เลือกหลากหลาย อยู่ที่ลูกค้าพอใจว่าจะซื้อในราคาที่เท่าไร เพราะไก่ผมทุกตัวผ่านสนามการชนมาแล้วทั้งสิ้น ค่อนข้างมีประสบการณ์ในสนามชนทุกตัว” คุณวีระวัฒน์ บอก

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากจะเลี้ยงไก่ชนเพื่อเป็นอาชีพเสริมหรือหลัก หรือวัยรุ่นที่ชื่นชอบการเลี้ยงไก่ชนเหมือนอย่างเขาแต่ยังไม่กล้าที่จะลงมือเลี้ยง คุณวีระวัฒน์ แนะนำว่า ถ้ามีใจรักที่จะเลี้ยงไก่อยู่แล้ว ในเรื่องของความสำเร็จเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าคิดทำเพื่อเป็นธุรกิจ ไม่ได้เริ่มจากใจรักใจชอบ ก็จะทำให้การเลี้ยงไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะอาจจะไม่ได้ใส่ใจในการเลี้ยงมากพอ ซึ่งไก่ชนมีรายละเอียดหลายอย่างที่ต้องดูแล ดังนั้น การจะเลี้ยงไก่ชนให้ประสบผลสำเร็จเรื่องของใจรักจึงสำคัญที่สุด ก็จะช่วยส่งผลให้ไก่ชนที่ผลิตออกมาได้นั้น มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างแน่นอน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณวีระวัฒน์ วรรณโภชน์ หมายเลขโทรศัพท์ (065) 842-0132

บทความก่อนหน้านี้“มะม่วงแก้วขมิ้น” พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ของ “สระแก้ว”
บทความถัดไปปลูกเลี้ยงฮาโวเทีย เน้นขายสายพันธุ์หายาก สร้างจุดขาย ทำราคาได้ดี